เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1946

………………..

ดิ้นรนอยู่ครึ่งค่อนวัน ความช่วยเหลือก็ไม่ได้ แต่ดันได้ศัตรูเพิ่มมาเสียอย่างนั้น!

แถมยังเป็นประเภทที่แข็งแกร่งเกินต้านอีกด้วย!

หนานอีฝานรู้สึกว่าเรื่องทั้งหมดนี้ เมื่อคนที่ชนด้วยเป็นฉู่หลิวเยว่ ทุกอย่างล้วนกลับตาลปัตรราวถูกผีหลอก!

เขาซ่อนไพ่ไม้ตายนี้มาหลายปีแล้ว แต่พอเขาเปิดมันขึ้นมา ท้ายที่สุดมันกลับถูกฉู่หลิวเยว่แทรกแซงจนยุ่งเหยิงด้วยคำพูดไม่กี่คำ!

ต่อให้คิดเช่นไร เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดีว่าฉู่หลิวเยว่สามารถผูกมิตรกับอสูรศักดิ์สิทธิ์บรรพกาลสองเผ่านี้ในเวลาเดียวกันได้อย่างใด!

และไม่ใช่เพียงมิตรภาพธรรมดา หากแต่เป็นความสัมพันธ์ที่สามารถยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้ทุกที่ทุกเวลา!

ในใจของหนานอีฝานเจ็บปวดรวดร้าว

ถ้ารู้อย่างนี้ เขาไม่เชิญโหมวฝูซานออกมาหรอก!

แต่ตอนนี้มันสายเกินกว่าจะแก้ตัวแล้ว!

การปรากฏตัวและคำพูดของโหมวฝูซาน ทำให้สถานการณ์ในท้องที่แห่งนี้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

ถ้าบอกว่าก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งหมดกล้าลงมือล่ะก็ ยามนี้หลายคนกลับเริ่มลังเลขึ้นมาเสียแล้ว

ไท่ซวีเฟิ่งหลงเป็นถึงอสูรศักดิ์สิทธิ์เชียวนะ!

เดิมทีแค่สัญญาของฉู่หลิวเยว่กับนายน้อยเผ่าหงส์ทองคำนั้นก็ยุ่งยากมากพอแล้ว

ตอนนี้ดันมีไท่ซวีเฟิ่งหลงเข้ามาอีก…

สำหรับพวกของหนานอีฝาน นี่ถือเป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติมกันอย่างไม่ต้องสงสัย!

ก็จริงที่ตระกูลอี้และตระกูลหนานมีฐานะสูงส่ง และแข็งแกร่งกว่าตระกูลชั้นหนึ่งอื่นๆ

แต่เมื่อเทียบกับอสูรศักดิ์สิทธิ์สองเผ่านี้ พวกเขายังด้อยกำลังกว่ามาก

ยิ่งไม่ต้องพูดถึงยามที่สองเผ่านี้ร่วมมือกัน พวกเขายิ่งจะทรงพลังมากยิ่งขึ้น!

“ท่านประมุข ท่านว่า… พวกเราควรจะสู้ต่ออีกรึ?”

คนตระกูลอี้กระซิบเสียงแผ่ว

ดูๆ แล้ว… มีแต่วุ่นวายกว่าเดิมเสียกระมัง

โชคดีที่พวกเขายังไม่ได้ลงมือ หากรีบออกไปตอนนี้ ก็อาจจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้ครั้งนี้ได้

อี้เหวินเทาหันกลับมามองผู้พูด คิ้วเข้มกระตุกยิกๆ แล้วพูดเสียงเรียบว่า

“เจ้าอยากหนีหรือ?”

เจ้าของประโยคเมื่อครู่ตัวสั่นงันงกทันที

“มะ มิใช่…”

แม้นสีหน้าของประมุขตระกูลจะไร้การเปลี่ยนแปลง แต่กลับมีไอเย็นแผ่ซานออกมาจนทำให้ผู้คนรอบด้านเย็นวาบไปทั้งกาย

เดิมทีผู้คนที่มุงอยู่คิดจะพูดเสนอแนะสักสองสามคำ แต่พอได้ยินอี้เหวินเทาถามเช่นนี้ ก็จำต้องหยุดความคิดนั้นทันที

“กว่าจะมาถึงที่นี่ จำต้องสูญเสียอันใดไปมากมาย หากกลับไปมือเปล่า แล้วตระกูลอี้ของข้าจักมีหน้ายืนหยัดอยู่ในอาณาจักรเสิ่นซวี่ได้อย่างใด?”

น้ำเสียงของอี้เหวินเทายังคงราบเรียบ แต่ทำให้ทุกคนฉุกคิดขึ้นได้

ใช่แล้ว!

มาถึงขนาดนี้แล้ว จะบอกให้กลับก็กลับง่ายๆ รึ?

ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ในวันนี้จะแพร่กระจายไปทั่วอาณาจักรเสิ่นซวี่อย่างรวดเร็ว ราวกับมีปีก!

เมื่อถึงตอนนั้น คนเหล่านั้นจะมองตระกูลอี้เช่นไร?

อีกอย่าง การที่พวกเขามาที่นี่ในครานี้ ก็เพื่อยึดท่าเรือดอกท้อมาเป็นของตัวเอง

หากพลาดพลั้งไป หลังจากนี้ก็ไม่รู้ว่าจะได้พบกับสถานที่ที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้อีกเมื่อไร

ไม่ว่าจะอย่างใด พวกเขาทำได้เพียงเลือกเดินต่อไปเท่านั้น!

หนานอีฝานดึงสติสัมปชัญญะกลับมาได้ในพลัน แต่ยังไม่ทันได้ขยับตัว ก็มีลำแสงสีเขียวแวบผ่านเข้ามาในดวงตาของเขา!

ก่อนหน้านี้พวกเขาปะทะกันสองสามกระบวนท่าเท่านั้น!

แต่เฉินอีกลับทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เสียได้!

ถึงส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะว่าหนานอีฝานไม่ระวังตัว แต่หากเฉินอีไม่แข็งแกร่งพอ เขาก็ไม่มีวันทำสำเร็จ!

และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าก็คือ คนที่ทรงพลังเช่นนี้ คือผู้ใต้บังคับบัญชาของฉู่หลิวเยว่!

เหตุใดเขาจึงเต็มใจติดตามและเคารพในตัวนางกันนะ?

หนานอีฝานไม่เข้าใจเลย

แต่เขาไม่ยอมหรอก!

สุดท้ายแล้วร่างกายของเขาก็ไม่อาจยืนหยัดได้อีกต่อไป พลันล้มลงกับพื้น

โครม!

สองเข่ากระแทกพื้นดังลั่น

การล้มในครานี้ สะเทือนใจคนตระกูลหนานยิ่งนัก

เกิดความเงียบขึ้นรอบด้าน

ก่อนจะมีภาพใบหน้าหนึ่ง ปรากฏขึ้นในครรลองสายตาของหนานอีฝาน

อี้เหวินเทา

ดวงตาของเขาทั้งสองจ้องมองกันครู่หนึ่ง

อี้เหวินเทาหรี่ตาลงเล็กน้อย

ทันใดนั้นหนานอีฝานก็สัมผัสได้ถึงบางอย่าง สายตาพลันเปลี่ยนเป็นดุดันอย่างร้ายกาจ

เปรี้ยง!

ลูกเพลิงก้อนหนึ่งระเบิดออกมาจากร่างของเขา!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์