เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1955

………………..

ซั่งกวนเยว่แห่งท่าเรือดอกท้อ…ขอรับคำท้า!

เสียงกระจ่างใสดังขึ้นพร้อมแผ่กระจายออกไปกระทบเข้าโสตประสาทของทุกคน!

ความเงียบปกคลุมอยู่ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เสียงสูดลมหายใจเย็นๆ ก็ดังขึ้นที่ข้างหู!

ฉู่หลิวเยว่บ้าไปแล้วใช่หรือไม่?

คาดไม่ถึงว่านางจะต่อสู้กับอี้เหวินเทาด้วยตนเอง?

นี่นางอยากตายหรือ?

แม้ว่าระดับของนางจะสูงกว่าระดับเทพขั้นสูงทั่วไป แต่ท้ายที่สุดแล้วนางก็ยังเป็นเพียงแค่ระดับเทพขั้นสูงคนหนึ่ง!

อี้เหวินเทา… เป็นสุดยอดในบรรดาผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์!

หากทั้งสองคนต้องสู้กัน นางแทบจะไม่มีโอกาสชนะได้เลย!

อี้เหวินเทาชะงักไปเล็กน้อย การตอบสนองของเขาก็ช้าไปหนึ่งจังหวะ

“เจ้า…มั่นใจหรือ?”

เขากวาดสายตามองไปรอบข้างของฉู่หลิวเยว่อย่างสงสัย

อาศัยเพียงแค่…นาง?

ฉู่หลิวเยว่เลิกคิ้วขึ้นพร้อมรอยยิ้ม

“ข้าไม่รู้สึกเสียใจในสิ่งที่พูดออกไป เหตุใดหรือ ประมุขอี้คิดว่าไม่ดีหรืออย่างใด?”

เหตุใดจะไม่ดีล่ะ?

แบบนี้มันดีมากเลยต่างหาก!

อี้เหวินเทาไม่ได้คิดถึงความเป็นไปได้นี้ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้หวังเอาไว้

เขาสามารถมองออกว่า ฉู่หลิวเยว่ให้ความสำคัญกับท่าเรือดอกท้อแห่งนี้เป็นอย่างมาก

เฉินอีคนนั้นก็เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมมากไม่ใช่หรือ?

แต่สุดท้ายนางกลับเลือกตัวเอง?

อี้เหวินเทารู้สึกตกใจเป็นอย่างมาก แต่ก็อดสงสัยเล็กน้อยไม่ได้

ที่ฉู่หลิวเยว่มีความมั่นใจขนาดนี้ หรือว่านางยังจะมีไพ่ไม้ตายอันใดอื่นอีก?

เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาจึงเบนสายตาไปมองหรงซิวอย่างอดไม่ได้

สีหน้าของหรงซิวราบเรียบ ดูไม่ออกว่าเขากำลังคิดอันใดอยู่ เหมือนว่าริมฝีปากจะประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ

คล้ายว่าเขาจะเห็นด้วยและชื่นชมกับการตัดสินใจของฉู่หลิวเยว่

แต่ความหมายที่มากกว่านี้ เขากลับมองไม่ออก

อี้เหวินเทาที่กำลังสับสน ในที่สุดเขาก็ต้องระงับความคิดนี้ลง

ต่อให้ฉู่หลิวเยว่มีเล่ห์เหลี่ยมอันใดจริงๆ เมื่อมาอยู่ต่อหน้าพลังที่แท้จริงมันก็จะไม่มีประโยชน์อันใดทั้งนั้น

เพียงแค่นางตัดสินใจลงต่อสู้ นางก็พ่ายแพ้แล้ว เรื่องมันก็มีอยู่เท่านี้!

ดังนั้นเขาจึงไม่ควรปล่อยโอกาสให้หลุดลอย

อี้เหวินเทาหัวเราะออกมาหนึ่งเสียง

“ใจกล้ามาก ผู้น้อยแซ่อี้ขอนับถือ ถ้าเช่นนั้นก็ต้องขอให้พระชายาชี้แนะแล้ว!”

เมื่อพูดจบเขาก็กวาดสายตามองไปโดยรอบ

“ไม่ทราบว่าอยากจะเริ่มตรงที่ใด?”

คำถามนี้หมายถึง จะต่อสู้กันด้านนอกหรือด้านในม่านพลัง

ฉู่หลิวเยว่หัวเราะขึ้นมา

“กว่าข้าจะเก็บกวาดทำความสะอาดท่าเรือดอกท้อแห่งนี้ได้ก็ยากลำบากมาก ข้าจึงไม่ต้องการมีปัญหาเช่นนั้นอีกแล้ว ถ้าอย่างนั้น…ก็ด้านนอกเถอะ!”

ตกใจ สงสัย กังวล ไม่เข้าใจ…

ฉู่หลิวเยว่เมินเฉยต่อทุกอารมณ์ความรู้สึก

เพียงชั่วพริบตาเดียวนางก็ออกมาอยู่ด้านนอกและเผชิญหน้ากับอี้เหวินเทาแล้ว!

การเคลื่อนไหวของนางนั้นเร็วมาก ตอนที่นางปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า สีหน้าของคนทั้งหลายยังไม่เปลี่ยนสีไปเลย

ฉู่หลิวเยว่ยิ้มออกมา แล้วพูดเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจ

“รบกวนทุกท่านหลบทางให้ด้วย ที่แห่งนี้มีคนแออัดกันมากเกินไป”

ภายในน้ำเสียงของนางนั้นยังแฝงด้วยรอยยิ้มเล็กน้อย

นอกจากอี้เหวินเทาที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด คนของตระกูลอี้และตระกูลหนานนั้นอยู่ตรงนี้ด้วย

เมื่อได้ยินฉู่หลิวเยว่พูดเช่นนี้ พวกเขาก็แทบจะขยับตัวถอยห่างออกมาในทันที

แต่หลังจากที่พวกเขาเคลื่อนที่แล้ว พวกเขาถึงได้ตระหนักว่า ‘นี่ตนเองกำลังทำตามคำพูดของฉู่หลิวเยว่อย่างไม่รู้ตัวอยู่นี่นา?’

สิ่งที่เขาต้องทำก็คือเคารพและสนับสนุนทุกการตัดสินใจของนาง

จ้าวซงและคนอื่นๆ สบสายตากัน ในแววตามีความตกตะลึงเล็กน้อย

เขาเคยได้ยินมาก่อนแล้วว่า หรงซิวนั้นรักพระชายาองค์นี้มาก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมากขนาดนี้

แต่ ระดับเทพขั้นสูงกับระดับเทพศักดิ์สิทธิ์…

ไม่ว่าจะมองอย่างใดนางก็ไม่มีทางชนะ!

ในตอนแรกพวกเขายังคิดว่า ฉู่หลิวเยว่จะตั้งเงื่อนไขบางอย่าง แต่ใครจะรู้แล้วว่านางกลับไม่ได้ตั้งเงื่อนไขอันใดเลย แล้วเริ่มขึ้นมาโดยตรงเช่นนี้

หากนางแพ้ล่ะ…

แต่มีหรงซิว ซั่งกวนจิ้ง และคนอื่นๆ อยู่ อี้เหวินเทาไม่มีทางสังหารนางได้แน่นอน

แต่หากยังไม่ถึงเวลาสำคัญ พวกเขาก็ไม่สามารถลงมือได้ ฉู่หลิวเยว่คงจะไม่พ่ายแพ้แล้วสูญเสียท่าเรือดอกท้อไปเช่นนี้ใช่หรือไม่?

หรงซิวรู้ความคิดของพวกเขาเป็นอย่างดี แต่เขาก็ไม่ได้อธิบาย เขาเพียงแค่ไพล่มือไปด้านหลัง แล้วมองไปด้านหน้า

ท้ายที่สุดแล้วอี้เหวินเทาก็เป็นผู้แข็งแกร่งระดับเทพศักดิ์สิทธิ์และตอนนี้เขาตั้งใจจะลงมือเต็มกำลัง บนร่างกายมีลมปราณที่แข็งแกร่งแผ่กระจายออกมา!

ด้านหลังมีคนจำนวนไม่น้อยที่กระซิบกระซาบกัน

“ไม่รู้จริงๆ ว่าซั่งกวนเยว่ผู้นั้นคิดอันใดอยู่ถึงได้ตอบตกลงเช่นนี้ อีกทั้งนางยังจะเป็นฝ่ายประลองด้วยตนเอง! ผลแพ้ชนะเป็นอย่างใดนี่ยังชัดเจนไม่พออีกหรือ?”

“หึ! นางยังเด็ก เด็กมักเลือดร้อนหุนหันพลันแล่น! มีเสียงและความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อย ก็ไม่รู้จักว่าตนเองเป็นใคร…เดี๋ยวนางต้องได้ร้องไห้แน่นอน!”

“พวกเจ้าว่าท่านประมุขต้องใช้เวลานานเท่าใดถึงจะล้มนางลงได้? สามกระบวนท่า? เมื่อถึงตอนนั้นหากนางไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เล่า?”

“นั่นจะเป็นไปได้อย่างใด? ต่อหน้าคนมากมายขนาดนี้! แม้ว่าจะไม่อยากยินยอม ถ้ากล้าพนันก็ต้องกล้ายอมรับผลที่ตามมาสิ! แต่น่าจะใช้เวลาไม่นาน…นางก็ต้องรู้สึกเสียใจภายหลังแล้ว! แต่น่าเสียดายที่บนโลกนี้ ไม่มียาแก้โรคเสียใจภายหลัง!”

คนกลุ่มนั้นหัวเราะกันเสียงทุ้มต่ำ

เห็นได้ชัดว่า ในสายตาของพวกเขาอี้เหวินเทาจะต้องเป็นฝ่ายชนะแน่นอน

ดังนั้นจึงมีเพียงคำถามเดียวเท่านั้นคือ อี้เหวินเทาจะต้องใช้เวลานานเท่าใดถึงจะสามารถสิ้นสุดการประลองนี้ได้

ฉู่หลิวเยว่มีสีหน้าราบเรียบ ท่าทางไม่ได้เห็นด้วย

พรึ่บ!

เปลวเพลิงสีทองคำชาดพวยพุ่งออกมาจากในร่างกายของนางอย่างกะทันหัน!

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์