เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1997

“จื่อหลาน!”

เฮ่อจื่อจี้รู้สึกขวัญหนีดีฝ่อ จึงรีบขึ้นไปปิดปากของนาง

“พูดไร้สาระอันใดน่ะ!”

พูดเช่นนี้คิดว่าพูดไปเรื่อยได้อย่างนั้นหรือ

เฮ่อจื่อหลานพูดโพล่งด้วยประโยคนั้น แต่ก็สายไปเสียแล้วที่จะนึกเสียใจจึงมองไปทางหงอันในทันที

แต่ในเวลานี้หงอันหลับตาลง เหมือนกำลังครุ่นคิดและไม่ได้สนใจสถานการณ์ทางนี้

แน่นอนว่าเขาไม่คิดที่จะซักไซ้เอาความต่อ เฮ่อจื่อจี้จึงถอนหายใจอย่างโล่งอก

แผ่นหลังของเขาเปียกโชกไปด้วยเหงื่ออย่างเห็นได้ชัด

น้ำตาของเฮ่อจื่อหลานตกลงบนหลังมือของเขา ทำให้เขาทั้งโกรธและเจ็บปวดใจ แต่เหตุใดไฟโกรธนั่นก็ไม่สามารออกมาได้

“…จื่อหลาน ที่นี่ไม่ใช่บ้านที่จะอนุญาตให้เจ้าเอาแต่ใจได้! นับจากนี้ไปเจ้าต้องระวังคำพูดและการกระทำให้มาก เข้าใจหรือไม่”

เฮ่อจื่อหลานร้องไห้พลางพยักหน้า

ในขณะนี้นางก็นึกถึงความร้ายแรงของเรื่องที่เกิดขึ้น

ฉู่หลิวเยว่ยิ้มและพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยน

“ใช่สิ ที่นี่คือภูเขาไท่อิน จะมีปัญหาได้อย่างไรกัน ต้องเข้าใจผิดเป็นแน่”

“ขอบใจเจ้ามาก”

“ไม่ต้องหรอก ทุกคนปลอดภัยก็ดีแล้ว”

เมื่อฉู่หลิวเยว่พูดจบก็ไม่พูดอะไรต่อ

ทุกสิ่งเหมือนกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

แต่คำพูดของเฮ่อจื่อหลานที่พูดออกมาเมื่อครู่นี้ กลับถูกคนรอบๆ มากมายได้ยินเข้าเสียแล้ว

บางคนแอบสบตากัน ต่างเกิดความสงสัยและไม่สบายใจอยู่หลายส่วน

เมื่อเห็นท่าทางเช่นนั้นของเฮ่อจื่อหลาน ดูเหมือนนางไม่ใช่คนโกหก

สุดท้ายข่าวลือเช่นนี้ ไม่เป็นประโยชน์อะไรต่อนางเลย

เหตุใดนางพยายามเช่นนี้แล้วแต่ยังไม่ดีพอเล่า

แต่สถานการณ์เช่นนี้ของนางกลับผิดแปลกไปเล็กน้อยจริงๆ

ถ้าหากคนเหล่านี้ที่อยู่ในสถานการณ์ไม่ได้ลงมือ เช่นนั้นแล้วใครจะทำเล่า?

เขาไท่อินแห่งนี้…หรือว่าจะมีปัญหาจริงๆ อย่างนั้นหรือ

เมื่อมองดูภายนอกเรื่องตลกเช่นนี้กลับลดลงแล้วจริงๆ แต่ในใจของหลายคนกลับเริ่มมีความสงสัยเกิดขึ้น

คนแรกคือเฮ่อจื่อหลาน ใครจะรู้ว่าหลังจากนี้เรื่องเช่นนี้จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ และจะถึงคราวของใครอีก

แม้กระทั้งการลงมืออาจยิ่งหนักกว่านี้ก็เป็นเป็นได้…

หากจิตใจสับสนก็จะไม่ได้รักษาสภาพจิตใจกับและฝึกฝนเลย

ความอึดอัดและวิตกกังวลอย่างอธิบายไม่ได้เช่นนี้ กำลังพุ่งพล่านอย่างเงียบๆ ท่ามกลางผู้คนบนยอดเขา

หงอันย่นคิ้วขึ้น ในที่สุดก็ลืมตาขึ้นและมองลงด้านล่างแวบหนึ่ง

แม้ว่าจะถูกทำให้ล่าช้า ก็ทำได้เพียงยอมรับมันให้ได้

อย่างเลวร้ายที่สุด ต่อไปค่อยกลับมาจัดการก็พอ…

หลังจากพูดโน้มน้าวกับตัวเองเช่นนี้แล้ว อารมณ์ของหงอันสงบลงในที่สุด

อย่างไรก็ตามความสงบเช่นนี้กลับอยู่ต่อได้ไม่นานนัก

สองชั่วยามต่อมา เหตุการณ์เดิมกลับเกิดขึ้นอีกครึ่ง!

เพียงแต่ว่าครั้งนี้ถูก “ลอบทำร้าย” คือเด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณยี่สิบปี

เฮ่อจื่อหลานอดไม่ได้จึงถามขึ้นอย่างเสียงเบา

“…พี่ชาย ข้าแค่บอกว่าที่นี่มีบางอย่างผิดปกติ…ข้าไม่ได้พูดไร้สาระจริงๆ เจ้าดูที่นี่ตอนนี้สิ…”

ถ้านี่เป็นเพียงการเริ่มต้นล่ะ

ใครจะรู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีก

เฮ่อจื่อจี้ขมวดคิ้วพลางมองนางอยู่ครู่หนึ่งและส่งสัญญาณให้นางหยุดพูด

แต่แม้ว่าเฮ่อจื่อหลานจะไม่ได้พูด แต่อันที่จริงทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ล้วนมีความคิดแบบเดียวกัน

หงอันยืนขึ้น คิดครู่หนึ่งแล้วโบกแขนเสื้อ!

ค่ายกลสีแดงขนาดใหญ่ปกคลุมทุกคนในนั่นทันที

“พอแล้ว อย่าคาดเดาไร้สาระกันเลย! ตอนนี้ข้าได้กางค่ายกลแล้ว คงไม่เกิดเหตุการณ์แบบเดิมแน่นอน พวกเจ้าไปพักผ่อนกันให้สบายใจต่อเถอะ”

หงอันพูดเสียงเข้ม

แต่ในเวลานี้ คำพูดเช่นนี้เห็นได้ชัดว่าไม่มีผลอะไร

ทุกคนยังคงยืนอยู่ที่เดิม ไม่กล้านั่งลงอีกและก็ไม่กล้าพักผ่อนหรือฝึกฝนอีกต่อไป

ท่าทางเช่นนั้นมักรู้สึกไม่ปลอดภัย

หรงซิวพูดขึ้นในทันที

“พี่ชายท่านนี้บาดเจ็บ น่าจะรอต่อไปไม่ได้แล้ว ควรส่งเขาลงเขาไปดีหรือไม่”

เสียงชัดเจนและเรียบเฉยของเขา กลับเตือนสติทุกคนได้ในทันที

จริงสิ!

หากกระดูสะบักหักจะส่งผลกระทบอย่างมากจริงๆ

ในสถานการณ์เช่นนี้ แต่ไหนแต่ไรมาหงอันไม่เคยพูดถึงเรื่องที่ปล่อยเขาไปอย่างนั้นเลยหรือ

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์