เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 1998

………………..

หงอันเลิกคิ้วขึ้นและผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็ว

“แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ใช้เวลาสิบวันหรือครึ่งเดือนก็สามารถฟื้นตัวได้”

ขณะที่พูดเขามองไปทางเด็กหนุ่มคนนั้นที่บาดเจ็บ

“ไม่ว่าลงจากเขาและทิ้งโอกาสในการเข้าสู่อาณาจักรเสิ่นซวี่ หรือยืนหยัดต่ออีกครั้ง เจ้าเป็นผู้เลือกเอง”

ฉู่หลิวเยว่ยิ้มเยาะในใจ

คำพูดนี้ช่างน่าสนใจยิ่งนัก

การมาถึงที่นี่ของทุกคน ก็เพื่อมุ่งหน้าไปที่อาณาจักรเสิ่นซวี่

เขาตั้งใจพูดเช่นนี้แน่นอนว่าจะทำให้ผู้คนหวั่นไหว

เป็นดั่งคาดที่ก่อนหน้ามีเด็กหนุ่มยังคงลังเลอยู่หลายส่วน เมื่อได้ยินคำพูดนี้เข้า สีหน้าของเขากลับแน่วแน่ขึ้นอยู่หลายส่วนในทันที

“ข้าเลือก…อยู่ต่อ”

แม้ว่าอาการบาดเจ็บบนร่างกายจะไม่ร้ายแรงนัก แต่รักษาตัวดีๆ จะสามารถฟื้นตัวได้เต็มที่ภายในหนึ่งเดือนอย่างแน่นอน

ไม่ง่ายเลยที่ผ่านการทดสอบจนมาถึงยอดเขาไท่อินได้ หากยอมแพ้ตอนนี้ และเลือกจากไป ในใจของเขาก็คงไม่ยินยอมเป็นแน่

เมื่อได้ยินคำตอบของเขา ใบหน้าของหงอันแสดงความชื่นชมออกมา

“ดีมาก! คิดอยากจะเป็นผู้แข็งแกร่ง เดิมทีไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ต้องใช้ทั้งความพยามยามและสิ่งที่ต้องแลกมาถึงจะสำเร็จ หากเพียงเพราะในใจหวาดกลัวและลังเลด้วยเรื่องเล็กน้อย เช่นนั้นต่อไปก็คงไม่มีอนาคตอันใดให้พูดถึง!”

คำพูดที่โน้มน้าวอย่างเป็นกลาง ทำให้ผู้คนมากมายบริเวณรอบๆ มีสีหน้าเปลี่ยนไป

นี่คือความหมายโดยนัยที่พวกเขาจะสื่อไม่ใช่หรือ!

แต่หงอันมีสถานะสูงส่ง อีกทั้งคำพูดของเขาก็ไม่ได้ไร้เหตุผล ทุกคนจึงเงียบเสียงลง

“พอแล้ว พวกเจ้าแต่ละคนจงรอคอยอย่างสบายใจเถอะ!”

หงอันมองไปรอบๆ พูดทิ้งไว้หนึ่งประโยคและเดินไปด้านข้าง

ทุกคนไม่กล้าพูดอะไรอีกจึงทยอยกันกลับไปยังที่ของตน และรอคอยอย่างสงบนิ่ง

เฮ่อจื่อหลานดึงแขนเสื้อของเฮ่อจื่อจี้ และพูดขึ้นด้วยเสียงต่ำ

“พี่ใหญ่ ข้ารู้สึกว่าที่นี่มันแปลกจริงๆ…ไม่อย่างนั้นพวกเรากลับกันเถอะ?”

เฮ่อจื่อจี้ไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน

พวกเขาเตรียมตัวกันมานานเช่นนี้ ก็เพื่อการทดสอบในครั้งนี้ มิรู้ว่าทุ่มเทไปมากมายเพียงใด เหตุใดถึงพูดว่ายอมแพ้ก็ยอมแพ้ง่ายๆ อย่านั้นหรือ

เมื่อเห็นว่าเฮ่อจื่อหลานดูหวาดกลัวเล็กน้อย เฮ่อจื่อจี้จึงตบเบาๆ ที่มือของนางและอดทนแนะนำนางไปสองประโยค

“เอาล่ะ จื่อหลาน อย่าเพิ่งคิดมากไปเลย เจ้าเห็นใต้เท้าหงอันที่อยู่ข้างๆ ในตอนนี้หรือไม่ จะต้องไม่มีอันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน”

ริมฝีปากของเฮ่อจื่อหลายสั่นไปมา เมื่อเธอเห็นสีหน้าเด็ดขาดของพี่ใหญ่ของตน ก็รู้ว่าคำพูดของตนไม่มีเหตุผลพออย่างแน่นอน

ด้วยเหตุนี้จึงแล้วๆ กันไปเถิด

“เข้าใจแล้ว”

เฮ่อจื่อจี้ลูบหัวนางเป็นการปลอบใจและถอนสายตากลับมา

แต่การปลอบใจเช่นนี้กลับมิอาจทำให้เฮ่อจื่อหลานรู้สึกสบายใจลงได้

นางก้มศีรษะลงและใช้มือทั้งสองวนรอบหนึ่ง

แม้พี่ใหญ่จะไม่รู้แต่นางกลับรู้ได้อย่างชัดเจน

แน่นอนว่าเมื่อครู่นี้มีคนแอบรอบทำร้ายนาง!

อีกทั้งความแข็งแกร่งของฝั่งตรงข้ามเหนือกว่านาง ไม่ ควรพูดว่าเหนือกว่าหงอัน!

หากสามารถพอที่จะเลี่ยงการตรวจสอบของเขา คงต้องลงมืออย่างเงียบเชียบเป็นครั้งที่สอง…

น่ากลัวจริงๆ!

แน่นอนว่านางต้องการไปที่อาณาจักรเสิ่นซวี่ แต่เช่นนั้นจะต้องมีชีวิตรอดถึงจะทำได้!

เฮ่อจื่อหลานเต็มไปด้วยความกระวนกระวายใจจนในหัวของนางยุ่งเหยิงไปหมด

ผู้ที่สามารถมาถึงที่นี่ได้ล้วนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป

เมื่อครุ่นคิดบางเรื่องอย่างละเอียดรอบคอบ ก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่างและทำให้ด้านหลังของผู้คนเกิดความตื่นตระหนกขึ้น

วันหนึ่ง ในความไม่ปลอดภัยและความสงสัยของทุกคนเช่นนี้ ค่อยๆ แพร่กระจายขึ้น

เวลาผ่านไปชั่วพริบตาจึงเข้าสู่คืนวันที่สอง

ฉู่หลิวเยว่นั่งขัดสมาธิ ดวงตาทั้งคู่ปิดลงเบาๆ

เมื่อพระจันทร์สว่างขึ้นความรู้สึกคุ้นเคยเช่นนั้นก็กลับมาอีกครั้ง

ครั้งนี้นางเตรียมตัวมานานแล้ว ดังนั้นนางจึงสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติทันทีที่พลังปราณในร่างของนางถูกกลืนกิน

หัวใจของนางสั่นไหว…

เห็นได้ชัดว่านี่เป็นบาดแผลปรากฏออกมาเมื่อครู่นี้ ซึ่งเป็นพลังที่ทําให้เขาได้รับบาดเจ็บภายใน

เมื่อชายเด็กหนุ่มได้ยินเข้า สีหน้าก็เศร้าหมองลงกว่าเดิม

หนึ่งหรือสองเดือนนี่คงเป็นคำพูดที่ดีที่สุดในตอนนี้

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ไม่มีทางที่จะเข้าร่วมการทดสอบนี้ต่อไปได้อีก

การลากคนเจ็บไปอาณาจักรเสิ่นซวี่ เช่นนั้นไม่เป็นการรนหาที่ตายของตนเองหรอกหรือ

คิ้วของหงอันขมวดเข้าหากัน ในใจของเขาราวกับมีเปลวไฟลุกโชน!

แต่ตอนนี้เหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเช่นนี้และเขากลับไม่สังเกตเห็นเลย!

บริเวณรอบๆ เงียบสงัด

สายตาของทุกคน มองกลับไปกลับมาระหว่างหงอันและเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยสายตาที่แตกต่างกัน

หงอันรู้สึกอึดอัดใจอย่างยิ่ง

มีครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง แต่มิอาจมีครั้งที่สามได้!

เหตุการณ์เดิมที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และแต่ละครั้งก็รุนแรงมากขึ้น!

เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ต่างรู้สึกจิตใจสั่นไหวขึ้นมา

วิธีการพูดส่งๆ ก่อนหน้าที่ หากใช้พูดขึ้นอีกครั้งคงไม่ได้ผลอย่างแน่นอน

เด็กหนุ่มคนนั้นลังเลอยู่ครู่หนึ่งและกัดฟันพูดขึ้น

“ใต้เท้าหงอัน ข้าต้องการพาน้องสามลงเขา อาการบาดเจ็บของเขามิอาจรอช้าได้อีกแล้ว…”

เด็กหนุ่มพูดห้ามขึ้นในทันที

“พี่รอง! ข้าจะลงไปเอง…”

“เจ้าเป็นเช่นนี้ ตัวเจ้าเองจะทำได้อย่างนั้นหรือ”

เด็กหนุ่มคนนั้นขัดจังหวะคำพูดเขา แต่ก็ยากที่จะคัดค้านได้

ถึงแม้จะน่าเสียดายอย่างมากที่ละทิ้งโอกาสไป แต่ชีวิตของน้องสามสำคัญกว่า

หงอันสูดหายใจเข้าลึกๆ ดูเหมือนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างแล้ว

“พวกเจ้าไม่ต้องออกไป ข้าจะพาพวกเจ้าไปสถานที่พักฟื้น”

………………..

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์