ยอดหญิงลิขิตสวรรค์ นิยาย บท 229

เหิงจิ่งชั่วถอยกลับทันทีโดยไม่ต้องคิดเพื่อพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งนั้น!

อย่างใดก็ตามถวนจื่อกินลูกทรงกลมของพลังดั้งเดิม เลือดในร่างกายก็กำลังเดือดมันพุ่งมาเร็วมากจนเหิงจิ่งชั่วไม่มีเวลาที่จะหลบเลี่ยง เขารีบยกแขนขึ้นเพื่อพยายามที่จะหยุดมัน!

พรึ่บ!

ฝูงชนต่างเห็นลูกทรงกลมสีดำขนาดเล็กถูกพ่นออกมาจากปากของเพียงพอนโลหิตอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เจาะตรงปลายแขนของเหิงจิ่งชั่ว เลือดสีแดงสาดกระเซ็นไปทั่ว

บนแขนของเหิงจิ่งชั่วถูกเจาะเป็นรูเลือดทันที

“อ๊าก…” ความรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงเกิดขึ้น สีหน้าของเหิงจิ่งชั่วซีดเซียว แต่ใบหน้าของเขานั้นมีความเจ็บปวดปะปนกับความกลัว

มืออีกข้างของเขายกแขนที่บาดเจ็บขึ้นมา ร่างกายของเขาก็สั่นเทาเพราะความกลัว

ไม่ไหว…ไม่ไหว

สิ่งนั้นจะต้องไม่ปนเปื้อน!

ความหนาวเย็นแผ่ซ่านมาจากบาดแผลใบหน้าของเหิงจิ่งชั่วซีดเซียว ทันใดนั้นเขาก็หยิบมีดบินออกมา แทงเข้าไปในบาดแผลแล้วปาดเนื้อตัวเองออกมา

มีชิ้นเนื้อหนึ่งตกลงมา เมื่อทุกคนเห็นเหตุการณ์นี้ที่เต็มไปด้วยความสยดสยอง เหิงจิ่งชั่วปาดเนื้อชิ้นหนึ่งออกจากแขนของเขา

“เหตุใดเขาถึงทำเยี่ยงนั้น?”

เฉิงหันลุกยืนขึ้นในทันที แต่เห็นการกระทำของเหิงจิ่งชั่วที่ไม่หยุดนั้นเหิงจิ่งชั่วยังคงปาดเนื้อ และเลือดรอบๆ บาดแผลอยู่ชิ้นต่อชิ้น บางชิ้นถึงกับแนบไปกับกระดูกซึ่งมีเลือดไหลออกมาไม่หยุดการกระทำช่างโหดร้าย

สำหรับคนอื่นความเจ็บปวดเช่นนี้เกรงว่าจะทนได้เป็นเวลานานแบบนี้ไม่ไหว แต่ดูเหมือนว่าเหิงจิ่งชั่วจะเสียสติไปแล้วชั่วพริบตาแขนอีกข้างที่ปกติของเขาได้ตัดเนื้อ และเลือดออกมานั้นทำให้มองเห็นถึงกระดูก

“จิ่งชั่ว…เจ้าจงหยุด!”

เฉิงหันตะโกนอย่างโกรธเคืองแต่ดูเหมือนเหิงจิ่งชั่วจะไม่ได้ยินเสียงนั้นแม้แต่น้อย ตัวสั่นราวกับจะเอาเนื้อ และเลือดจากแขนนั้นออกหมด

คนที่ทนดูไม่ได้กับเหตุการณ์นี้ก็หลับตาลงเพราะไม่สามารถดูมันต่อไปได้ เพียงแค่การตอบโต้ครั้งเดียว แต่มันดูจะเป็นการเจ็บปวดที่มากกว่านั้น

การกระทำของเขาช่างน่ากลัวกว่าการสังหารคนเสียอีก เย็นเยือกถึงกระดูกสันหลัง

เฉิงหันมองไปที่ฉู่หลิวเยว่อย่างโกรธแค้น เขาตะโกนด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ฉู่หลิวเยว่นี่มันเกิดอันใดขึ้น เจ้าทำอันใดกับเหิงจิ่งชั่ว”

ฉู่หลิวเยว่พ่นเลือดออกมาเต็มปาก นางยกมือขึ้นเพื่อเช็ดเลือดออกจากริมฝีปากของนาง

เมื่อรู้ว่าลมปราณที่ปั่นป่วนในร่างกายของนางค่อยๆ จางลงจากนั้นนางก็มองไปที่เฉิงหัน ด้วยรอยยิ้มประชดประชันที่มุมปากของนาง และดูเหมือนว่าจะมีน้ำแข็งเกาะอยู่ในดวงตาของนาง

“เจ้าสำนักเฉิงหัน ท่านควรถามเรื่องนี้กับเหิงจิ่งชั่วเองสิ่งที่เขาทำเขาต้องรู้เองดี”

“เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระอันใด!” เฉิงหันยกนิ้วขึ้นโดยชี้ไปที่ฉู่หลิวเยว่ด้วยใบหน้าที่เขาดุดัน

“เหิงจิ่งชั่วโดนเจ้าทำร้ายมาขนาดนี้แล้วทุกคนก็ต่างเห็น เจ้ายังจะโต้แย้งอีกงั้นหรือถ้าเจ้าไม่ให้คำอธิบายให้กระจ่างสำหรับเรื่องนี้ก็ไม่ต้องไปไหน!”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ซุนจ้งเหยียนก็รู้สึกไม่สบายใจ ความกดดันที่มีต่อเขาค่อยๆ เพิ่มขึ้น

“พี่เฉิงหันมีอันใดค่อยๆ พูดกันดีกว่าหรือไม่ ท่านต้องการขู่เอาสิ่งใดกับเด็ก?”

เฉิงหันสูดหายใจเข้าลึกๆ แต่เขาไม่สามารถระงับความโกรธในใจได้เมื่อเห็นว่าเหิงจิ่งชั่วนั้นยังไม่หยุดการกระทำ

“ซุนจ้งเหยียน เจ้ายังต้องการปกป้องฉู่หลิวเยว่อยู่หรือไม่?” รอยยิ้มบนใบหน้าของซุนจ้งเหยียนจางหายไป

“หลิวเยว่เป็นลูกศิษย์จากสำนักเทียนลู่ของข้า ข้าจะให้นางจะถูกคนอื่นรังแกได้อย่างใด? เฉิงหันเจ้าก็เป็นผู้อาวุโสเช่นกัน อย่าเพิ่งด่วนตัดสินจนกว่าทุกอย่างจะชัดเจน”

“ท่านกำลังข่มขู่ข้า?”

“กล้าดีอย่างใด นี่มันเป็นข้อเท็จจริง”

พวกเขาสองคนทำให้บรรยากาศในสนามตึงเครียดทันที!

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์