“ถ้าไม่ใช่เพราะฉู่หลิวเยว่ เจ้าจะทำอย่างใด?” ซือเย่จือถามด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม
จักรพรรดินีนิ่งไป คิดคำพูดที่จะเถียงกลับไม่ออก นางจึงทำได้เพียงแต่พึมพำด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา
“ต้องเป็นนาง ใช่แน่นอน! ไม่มีใครอื่นนอกจากนาง!”
ซือเย่จือปวดหัวสุดๆ
“ฟังข้านะ หรงเจินหายไปข้ารู้ว่าเจ้าร้อนรนมาก ข้าก็เหมือนกัน แต่เรื่องนี้จะทำแบบที่เจ้าคิดแบบนี้ไม่ได้ ตอนนี้ทุกอย่างต้องระวัง มิฉะนั้น จะเลินเล่อเกินไปมันจะท่วมท้นแล้วจะแพ้อย่างราบคาบ!”
จักรพรรดินีจึงค่อยๆ สงบลง
“แล้วเราควรทำอย่างใดดี เราจะนั่งนิ่งๆ แบบนี้ต่อไปหรือ?”
ซือเย่จือเงียบไปครู่หนึ่ง
“ข้าจะส่งคนไปสืบข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ของฉู่หลิวเยว่ เพื่อดูว่ามีอันใดผิดปกติหรือไม่”
ดวงตาของจักรพรรดินีเป็นประกายทันที
“ได้ๆ! ซือถิงก็อยู่ที่สำนักเทียนลู่เช่นกันไม่ใช่หรือ และข้าได้ยินมาว่าพวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ฉะนั้นจึงต้องมีการติดต่อกันบ้าง ให้เขาไปคงจะเหมาะที่สุดแล้ว”
ในใจซือเย่จือรู้สึกต่อต้านเล็กน้อย
เขาให้ความสำคัญกับซือถิงเป็นอย่างมาก และได้ฝึกฝนซือถิง ให้เป็นผู้สืบทอดของเขามาโดยตลอด
เรื่องแบบนี้ไม่มีเกียรติมากนัก ตามนิสัยของซือถิงแล้ว เขาไม่เต็มใจแน่นอน
และตัวเขาเองก็ไม่เต็มใจที่จะให้ซือถิงทำแบบนี้เช่นกัน
“หลังจากงานสมาคมเยาวชนจบลง เขาก็ได้สะสมประสบการณ์มากมาย และกำลังจดจ่ออยู่กับการฝึกฝนของเขาอยู่ เรื่องนี้นั้นไม่จำเป็นต้องให้เขาไปยุ่งหรอก อีกอย่างก็เป็นเพียงการหาข้อมูลบางอย่าง ฉะนั้นจึงเป็นให้ซือหยางไปคงจะเหมาะมากกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉู่หลิวเยว่ก็ใกล้ชิดกันมากกว่าด้วย”
จักรพรรดินีไม่เห็นด้วย
“ซือหยาง อารมณ์ประหลาดของเขาทำงานได้ด้วยหรือพี่ชาย นี่เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่มันเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด พี่อาจไม่รู้ว่าฉู่หลิวเยว่ นางฉลาดมาก ถ้าให้ซือหยางไปนางต้องจับผิดได้แน่นอน ซือถิงเป็นคนรอบคอบ และระมัดระวังให้เขาไปดีกว่า”
ซือเย่จือทำหน้าบึ้งตึงและไม่พูดอันใดอีก
จักรพรรดินีมองท่าทางของเขาอย่างระมัดระวัง โน้มตัวเข้าไปใกล้ ให้เสียงของเธออ่อนลง ก่อนจะพูดอ้อนวอน
“พี่ชาย ข้ารู้ว่าพี่รักซือถิงที่สุด และข้าไม่อยากรบกวนเขาเพราะสิ่งเหล่านี้ แต่…ไม่มีทางเลือกแล้ว ถ้าพี่ไม่เห็นด้วยจริงๆ ละก็…เดี๋ยวข้าไปหาเอง หลายปีมานี้ข้ารบกวนพี่ใหญ่ไม่น้อย… ข้าก็แค่หวังว่าถ้ามีอันใดเกิดขึ้นอีกในอนาคต ก็ไม่อยากจะเอาพี่หรือตระกูลซือเข้ามาเกี่ยวข้องอีกแล้ว”
ขณะที่นางพูด น้ำตาใสๆ สองสายก็ร่วงหล่นลงบนใบหน้าของนาง
ไม่ใช่ว่าซือเย่จือจะไม่รู้สึกลำบากใจที่นางเป็นน้องสาวของเขา
เมื่อเห็นท่าทางที่ลำบากใจของนางแล้ว เขาก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน
“ถ้าอย่างนั้น…น้องขอตัวก่อน”
จักรพรรดินีพูดพลางปาดน้ำตาแล้วลุกขึ้นจากไป
ซือเย่จือส่ายหัวอย่างท้อแท้
“เดี๋ยวข้าให้ซือถิงไปเอง!”
จักรพรรดินีมองมาที่เขาด้วยความแปลกใจและซาบซึ้ง น้ำตาก็ไหลออกมาจากดวงตาของนางทันที
“ขอบใจพี่ชายมาก!”
ซือเย่จือถอนหายใจและตบไหล่ของนาง
“มันไม่ง่ายเลยสำหรับเจ้าที่จะอยู่ในวังมาหลายปี และเจ้าก็ได้ช่วยตระกูลซือไม่น้อย เราทุกคนเจริญรุ่งเรืองด้วยกันเราก็ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยกัน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไม่มีอันใดยากที่จะทำไม่ได้เลย วันนี้เจ้าออกมานานพอสมควรแล้ว รีบกลับวังให้เร็วที่สุดแล้วข้าจะแจ้งข่าวให้ทราบอีกที”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดหญิงลิขิตสวรรค์
อ่านสนุกมากค่ะ ติดตามอ่านทุกตอน...