“ไปได้แล้ว” อู๋เป่ยเอ่ยเรียบๆ
ฉินจวี้เฟิงถูมือไปมา แล้วพูดขึ้นว่า “หัวหน้าสำนัก มีคนๆ หนึ่ง ระดับพลังพอๆ กับผม แต่กระบวนท่าพิลึก ผมสู้กับเขาสองครั้ง ถูกเขาล้มในไม่เกินสิบกระบวนท่าทั้งสองครั้ง หัวหน้าสำนัก พอจะช่วยผมได้ไหม”
อู๋เป่ยโบกมือให้ผู้เรียนตรงหน้าถอยไป แล้วหันมามองฉินจวี้เฟิง “อีกฝ่ายออกมือยังไง”
ฉินจวี้เฟิงก็จริงจังขึ้นมาทันที “หัวหน้าสำนัก หมอนั่นตัวไม่สูง วิชาเคลื่อนกายพิกลนัก แค่ขาเสียดสีกับพื้นนิดเดียว คนทั้งคนก็เหมือนเงาผี หายออกนอกสายตาผมตลอด แล้วก็โฉบมาฟาดแรงๆ ทีหนึ่ง!”
อู๋เป่ยซักต่ออีกสองสามคำ แล้วว่า “เข้ามา โจมตีฉัน”
ฉินจวี้เฟิงรู้ว่าอู๋เป่ยจะสอนอะไรให้ จึงคำรามลั่น ต่อยพุ่งมา อู๋เป่ยเอาปลายเท้าขวาเสียดสีกับพื้นนิดเดียว แล้วหายวับไปจากสายตาของฉินจวี้เฟิง ฉินจวี้เฟิงสะดุ้งเฮือก ถัดมาก็รู้สึกเอวตึง ถูกอู๋เป่ยคว้าเข็มขัดเหวี่ยงกระแทกพื้นดังปัง
“โอ๊ย!”
ฉินจวี้เฟิงเจ็บจนร้อง แต่บนหน้ากลับมีแววดีใจ เอ่ยว่า “ใช่ แบบนั้นแหละ!”
อู๋เป่ยว่า “นี่เรียกว่า วิชาก้าวงู จริงๆ ไม่ยาก”
ฉินจวี้เฟิงรีบลุกขึ้น ถามว่า “หัวหน้าสำนัก วิชาก้าวงูคืออะไร”
อู๋เป่ย “เคยเห็นงูเลื้อยไหม”
ฉินจวี้เฟิงพยักหน้า “เคย อาศัยกล้ามเนื้อท้องกับเกล็ดบริเวณท้อง”
อู๋เป่ย “วิชาก้าวงูก็คือการเลียนแบบงู ดูรองเท้าที่เขาใส่ พื้นจะนุ่ม ผิวด้านนอกมีชั้นเกล็ดเคลือบไว้ อาศัยแรงระเบิดจากกล้ามเนื้อเท้า วิชาก้าวงูจะประสานกับวิชาก้าวย่าง พาตัวหลุดพ้นจากสายตาในพริบตา”
ฉินจวี้เฟิง “หัวหน้าสำนัก แล้วผมจะแก้ยังไง เลียนแบบวิชาก้าวงูด้วยไหม”
อู๋เป่ยส่ายหน้า “ทักษะต่อสู้ระดับต่ำแบบนั้น จะเรียนไปทำไม ฉันจะสอนวิชาก้าวผีให้ มันเหนือกว่าวิชาก้าวงูสิบเท่า”
ฉินจวี้เฟิงดีใจหนัก “ขอบคุณหัวหน้าสำนัก!”
“ไปประเมินผู้เรียนที่เหลือต่อ ฉันจะพักสักหน่อย”
ฉินจวี้เฟิงรีบตอบ “ครับ!”
อู๋เป่ยกับโจวฉีฝูนั่งดื่มชา คุยกันอยู่มุมหนึ่ง หลานหลิงแม้ไม่สันทัดเรื่องการบำเพ็ญเพียร แต่ก็รู้สึกว่าคนในสำนักศิลปะการต่อสู้ทุกคนเก่งกาจนัก และในเมื่ออู๋เป่ยเป็นหัวหน้าสำนักของพวกเขา ก็ย่อมยิ่งเก่งเหนือชั้นเข้าไปอีก
เถาเฉิงยิ้ม “น้าสาว พี่ใหญ่ของผมโคตรเก่งใช่ไหม”
หลานหลิงเหม่อไปเล็กน้อย ผ่านไปสองสามวินาทีก็อืมในลำคอ เหลือบเห็นกู้ชิงเหลียนกำลังฝึกวิชาดาบอยู่ไกลๆ จึงกดเสียงถาม “ผู้หญิงคนนั้น กู้ชิงเหลียน เป็นแฟนเขาหรือ”
เถาเฉิง “ยังไม่ใช่ พี่ใหญ่ของผมเพิ่งรู้จักเธอแค่สองวันเอง”
หลานหลิง “อ้อ” แล้วหันบอกเถาเฉิงว่า “เฉิงน้อย ฉันก็ฝึกยุทธ์ อยากเข้าร่วมสำนักศิลปะการต่อสู้ได้ไหม”
เถาเฉิงยิ้ม “เรื่องเล็ก พี่ใหญ่ของผมเป็นหัวหน้าสำนัก เขาต้องเห็นแก่หน้าผมอยู่แล้ว”
อยู่ที่สำนักศิลปะการต่อสู้นานกว่าชั่วโมง กู้ชิงเหลียนได้โทรศัพท์จากคนที่บ้าน จึงรีบเดินมาหาอู๋เป่ย พูดว่า “อู๋เป่ย ที่บ้านฉันมีเรื่องด่วน ต้องกลับเดี๋ยวนี้”
อู๋เป่ยถาม “เรื่องด่วนอะไร”
กู้ชิงเหลียน “คุณย่าฉันป่วยหนัก”
อู๋เป่ยว่า “ฉันกลับไปกับเธอสิ ฉันพอมีวิชาหมอ เผื่อจะช่วยได้”
กู้ชิงเหลียนพยักหน้า “อืม!”
เถาเฉิงกับหลานหลิงอยู่เฝ้าที่สำนักศิลปะการต่อสู้ อู๋เป่ยพากู้ชิงเหลียนไปยังตระกูลกู้
กู้ชิงเหลียนว่า “ท่านพ่อ ฉันไม่จำเป็นต้องไปขอขมาเขา!”
คุณชายซูไม่สบอารมณ์ จ้องกู้ชิงเหลียนแล้วเอ่ยช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ “ไหนๆ เจ้าก็เชื่อมันนัก ข้าก็จะประจันหน้าต่อหน้าเจ้าเอง แฉหน้ากากมัน แล้วเอาชีวิตมันซะ ตอนนั้น เจ้าจะได้รู้ว่าคุณชายแดนสวรรค์ที่แท้จริงเป็นเช่นไร!”
เขาค่อยๆ ลุก ย่างทีละก้าวเข้าหาอู๋เป่ย
อู๋เป่ยมองเขาเข้ามาใกล้อย่างสงบ จนเมื่อเหลือระยะสิบก้าว คุณชายซูตวัดมือขวา พลังลับกลั่นตัวในฝ่ามือเป็นกรงเล็บอินทรีสีทองแดง ยื่นออกไปหมายจะคว้าศีรษะอู๋เป่ย กรงเล็บนี้บีบเหล็กให้แหลกได้ อานุภาพน่าสะพรึง!
เผชิญกรงเล็บอินทรี อู๋เป่ยร่ายคาถาลี้ลับอย่างว่องไว เหนือศีรษะเขาปรากฏเงาร่างเสือโคร่ง ตัวสูงหลายเมตร อุ้งตีนอันมหึมาฟาดลงทีเดียว กรงเล็บอินทรีก็แตกกระจุย จากนั้น เสือโคร่งทะยานกลางอากาศ กระโจนเข้าหาคุณชายซู
คุณชายซูสัมผัสภัยถึงชีวิตในชั่วพริบตา ร้องลั่นแล้วเอนตัวผงะหงาย ทว่าเสือโคร่งว่องไว กดตัวลงวูบ อุ้งตีนยักษ์ก็ตรึงคุณชายซูแน่น แม้ยังไม่ออกแรง แต่แรงกดมหาศาลทำให้เขาหน้าซีดเผือด หายใจติดขัด
ทุกคนตะลึงงัน ภาพที่คิดว่าจะเห็นคือคุณชายซูบดขยี้อู๋เป่ย แต่กลับไม่เกิดขึ้น ตรงกันข้าม อู๋เป่ยเพียงชั่วกระบวนท่าก็เหยียบเขาไว้กับพื้น!
ท่ามกลางความอึ้งทึ่งของผู้คน อู๋เป่ยเดินเข้าไป คว้าตัวคุณชายซูยกขึ้น ยิ้มเย็นแบบไม่จริงใจ ถามว่า “พี่ซู คราวก่อนนายไปแล้วไม่ใช่หรือ ทำไมถึงกลับมาอีก หรือว่ายังคิดจะมาจีบแฟนผมอยู่”
คุณชายซูไม่โง่ เขารู้ว่าข่าวต้องเพี้ยนไปแน่ คนตรงหน้าที่ทรงพลังถึงเพียงนี้ ต้องมีฐานะไม่ธรรมดา!
เขาจึงรีบยิ้มประจบ “คุณชายอู๋ เมื่อครู่พวกเราล้อเล่นกันเท่านั้น ผมน่ะที่ไหนจะกล้าลบหลู่ท่านจริงๆ”
อู๋เป่ยตบหน้าเขาเบาๆ “คราวก่อนฉันปล่อยนายไปแล้ว คราวนี้นายหาเรื่องเองนะ”
หน้าคุณชายซูซีดเผือด สั่นเสียงว่า “พี่อู๋ใจเย็นก่อน ผมมีสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งจะมอบให้พี่อู๋!”
อู๋เป่ยเลิกคิ้ว “มีสมบัติล้ำค่า?”
คุณชายซูพยักหน้า “ขอไปคุยที่ลับตาคนหน่อยได้ไหม”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...