ตงหวางอดชื่นชมไม่ได้ เอ่ยว่า: “ดีมาก! อู๋เป่ย เจ้าทำความดีความชอบใหญ่หลวงไว้!”
จากนั้นเขาก็สั่งให้นำเครื่องพันธนาการมาควบคุมทุกคนไว้ทั้งหมด รอทุกอย่างพร้อม อู๋เป่ยจึงค่อยปล่อยจิตวิญญาณอันบริสุทธิ์ของพวกนินจาที่กักไว้ออกมา แล้วให้คนของตงหวางคุมตัวพวกนั้นกลับค่ายทหาร
ตงหวางพาอู๋เป่ยไปคุยเป็นการส่วนตัว ยิ้มแล้วพูดว่า: “อู๋เป่ย ข้าอยากจะขอปรึกษาเรื่องหนึ่ง วันนี้ความชอบเป็นของเจ้าเต็มๆ แต่ข้ามีคนของข้าอยู่มาก จะให้พวกเขามาเสียเที่ยวก็คงไม่เหมาะ เจ้าพอจะแบ่งความดีความชอบให้พวกเขาบ้างได้ไหม?”
อู๋เป่ยยิ้มตอบ: “ทั้งหมดแล้วแต่ท่านอ๋องจะจัดการ ผมไม่มีข้อขัดข้องครับ”
ตงหวางตบบ่าของเขาเบาๆ: “วางใจได้ ข้าไม่มีวันให้เจ้าเสียเปรียบหรอก”
ภารกิจครั้งนี้สำเร็จลุล่วง ตงหวางปฏิเสธคำเชิญของคนตระกูลฟางอย่างสุภาพ แล้วพาคณะคนของตนออกเดินทางก่อน ส่วนอู๋เป่ยยังคงอยู่ต่อ เพราะท่านฟางผิงไห่ยืนยันไม่ยอมให้เขาจากไป
เมื่อแขกเหรื่อทยอยกลับจนหมด โถงใหญ่ก็ถูกเก็บกวาดเรียบร้อย ท่านฟางผิงไห่จึงพูดกับอู๋เป่ยว่า: “คุณชายอู๋ ท่านพอทราบไหมว่าทำไมวันนี้ชาวฟูซางถึงมาหาผม?”
อู๋เป่ยว่า: “ผมได้ยินไอ้คนที่ชื่อซิงกุ่ยหลงบอกว่า พวกเขามาเพราะสมบัติล้ำค่าอย่างหนึ่ง”
ท่านฟางผิงไห่พยักหน้า: “ใช่แล้ว นั่นแหละ!”
ท่านฟางผิงไห่ล้วงจากอกเสื้อ หยิบกล่องหยกยาวราวครึ่งศอกออกมาหนึ่งกล่อง เขาเปิดกล่องหยก ในนั้นมีดาบเก้าเล่ม สีสันต่างกัน เล่มละเรียวบางเท่าตะเกียบ ยาวราวสามนิ้ว แต่กลับแผ่พลังดาบที่รุนแรงจนชวนขนลุก!
เห็นเพียงแวบเดียว อู๋เป่ยก็รู้ทันทีว่านี่คือกระบี่บินที่ร้ายกาจยิ่งนัก แถมยังเป็นชุดกระบี่บิน!
ท่านฟางผิงไห่กล่าวว่า: “ของชิ้นนี้ มีแต่ผมที่รู้ แม้แต่ลูกชายของผมเองก็ยังไม่ทราบ คนนอกก็แค่รู้ว่าผมได้สมบัติล้ำค่ามา แต่ไม่รู้ว่าสมบัตินั้นคืออะไร”
อู๋เป่ยยิ้มกล่าว: “ขอบคุณท่านผู้ใหญ่ฟางที่ไว้วางใจ ให้ผมได้ชมดูครับ”
ท่านฟางผิงไห่เอ่ยว่า: “คนไม่ผิด ทว่ามีของล้ำค่าติดตัวก็ชวนให้เดือดร้อน นี่แหละเกือบทำให้บ้านของผมพังพินาศ สูญสิ้นทั้งตระกูล คุณชายอู๋ ท่านได้ช่วยตระกูลฟางของผม และช่วยแขกเหรื่อทั้งหมดในวันนี้ บัดนี้ ผมจะมอบสมบัติล้ำค่านี้ให้คุณชาย!”
ว่าจบ เขาชูสองมือประคองกล่องหยก ส่งให้อู๋เป่ย
อู๋เป่ยตกใจมาก รีบเอ่ยว่า: “ท่านผู้ใหญ่ฟาง สมบัตินี้ล้ำค่าเกินไป ผมรับไว้ไม่ได้ครับ!”
ท่านฟางผิงไห่กล่าวว่า: “ขอคุณชายโปรดรับไว้! กระบี่ชุดนี้มีไอสังหารแรงเกินไป ผมเคยลองหลอมรวมฝึกควบคุมมัน แต่เกือบถูกมันทำร้าย ผมรู้ว่าพลังยุทธ์ของผมในชาตินี้คงยากจะก้าวหน้ามากกว่านี้ ต่อไปก็คงไม่มีโอกาสจะฝึกควบคุมกระบี่บินชุดนี้ เก็บไว้ก็มีแต่ทำให้คนคอยจ้อง ไม่สู้มอบให้คุณชายเสียดีกว่า คุณชายมีพรสวรรค์ยิ่งนัก น่าจะหลอมรวมควบคุมกระบี่บินชุดนี้ได้แน่”
อู๋เป่ยว่า: “ของล้ำค่าขนาดนี้ ผมจะเอาไปเฉยๆ คงไม่ดี งี้ละกัน ผมสัญญาว่าภายในหนึ่งปีจะปรุงยาอายุวัฒนะให้ท่านผู้ใหญ่หลายชุด ช่วยให้ท่านทะลุระดับไปถึงอาณาจักรแห่งความรอบรู้!”
พอได้ยิน ท่านฟางผิงไห่ถึงกับอึ้ง: “ปรุงยาอย่างนั้นหรือ? คุณชายอู๋เป็นปรมาจารย์ด้านปรุงยา?”
อู๋เป่ยพยักหน้าแผ่วเบา: “การปรุงยาสำหรับผมไม่ยากนัก แค่การรวบรวมสมุนไพรจะลำบากอยู่บ้างครับ”
ท่านฟางผิงไห่ปลื้มปรีดายิ่ง รีบกล่าวว่า: “ขอบคุณคุณชาย! ถ้าตำรับยาช่วยให้ผมทะลุถึงอาณาจักรแห่งความรอบรู้ได้ คุณชายก็เสมือนผู้มีพระคุณยิ่ง ประหนึ่งให้ผมเกิดใหม่!”
อู๋เป่ย: “ท่านผู้ใหญ่ฟางกล่าวเกินไปครับ กระบี่บินชุดนี้ล้ำค่าหาที่เปรียบมิได้ แท้จริงแล้วผมต่างหากที่ได้ประโยชน์”
ท่านฟางผิงไห่รีบว่า: “คุณชายอู๋พูดอย่างนั้นเกรงใจกันเกินไปแล้ว!”
พอดีกับเวลานั้น หญิงสาววัยยี่สิบต้นๆ งามละมุน หุ่นได้สัดส่วนเย้ายวนใจ เดินเข้ามาในโถง ดวงตาคู่สวยเอ่อคลอด้วยน้ำตา เธอทรุดลงคุกเข่าต่อหน้าอู๋เป่ย เอ่ยว่า: “คุณชายอู๋ ขอบคุณที่ท่านล้างแค้นแทนตระกูลฟางของฉัน!”
อู๋เป่ยรีบประคองนางลุกขึ้น ถามว่า: “คุณคือ...ใครครับ?”
ท่านฟางผิงไห่ถอนหายใจแผ่ว กล่าวว่า: “นี่คือลูกสาวคนเล็กของผม ฟางซือหลิง”
ฟางซือหลิงเช็ดน้ำตา เอ่ยว่า:
“เซียงเซียงเป็นเด็กน้อยน่ารักแท้ๆ กลับถูกไอ้ปีศาจนั่นฆ่าตายอย่างโหดร้าย!”
หลานชายคนหนึ่งของท่านฟางผิงไห่ถูกสังหาร อายุเพียง 7 ขวบ ชื่อเซียงเซียง
อู๋เป่ยยิ้ม: “เรายังมีโอกาสได้พบกันอีกครับ”
ฟางซือหลิง: “คุณชาย ขอช่องทางติดต่อไว้ได้ไหมคะ?”
อู๋เป่ยจึงจำต้องทิ้งช่องทางติดต่อไว้ให้ แล้วจึงกลับไปยังค่ายทหาร
ขณะนั้น ตงหวางนั่งอยู่หน้าห้องสอบสวน พอได้ยินว่าอู๋เป่ยกลับมา ก็รีบสั่งให้คนไปเชิญทันที
“ท่านอ๋อง การสอบปากคำเป็นอย่างไรบ้างครับ?” พออู๋เป่ยมาถึงก็เอ่ยถามทันที
ตงหวาง: “คายออกมาบางเรื่อง แต่พวกนี้ใจแข็งมาก การสอบสวนเลยคืบหน้าช้าหน่อย”
แล้วเขายิ้มกล่าวต่อ: “อู๋เป่ย วันนี้เจ้าทำความดีความชอบใหญ่หลวง ข้าได้ส่งรายงานความดีความชอบทางทหารขึ้นไปแล้ว ฝ่าบาททรงทราบก็ดีพระทัยนัก ถึงกับส่งทูตมาเพื่อพระราชทานรางวัล ประทานสมบัติล้ำค่ามาหลายชิ้น”
เขาหยุดนิด แล้วว่า: “ยิ่งไปกว่านั้น คราวนี้ฝ่าบาทยังโปรดเกล้าฯ ให้ตำแหน่งรองผู้บัญชาการมาหนึ่งอัตรา เป็นตำแหน่งที่ว่างอยู่จริงด้วย”
อู๋เป่ยถาม: “ท่านอ๋อง รองผู้บัญชาการเทียบกับระดับไหนครับ?”
ตงหวาง: “อย่างจงโจวที่เจ้าอยู่ ทางนั้นนายทหารระดับสูงสุดคือชั้นผู้บัญชาการ เทียบเท่ากับผู้นำเมืองของจงโจว ส่วนเจ้าถ้าเป็นรองผู้บัญชาการ ก็ต่ำกว่าพวกนั้นครึ่งขั้น”
อู๋เป่ยยิ้มว่า: “ตำแหน่งนี้ใหญ่เอาการเลยครับ”
“เจ้าทำความดีความชอบครั้งใหญ่คราวนี้ ข้าจะเลื่อนเจ้าเป็นองครักษ์สี่ดาวก่อน แล้วอีกครึ่งปีก็จะเลื่อนขึ้นเป็นรองผู้บัญชาการโดยตรงให้”
อู๋เป่ย: “ท่านอ๋อง ตำแหน่งองครักษ์นี่สูงสุดมีกี่ดาวครับ?”
ตงหวางหันไปบอกฉินจวี้เฟิงว่า: “เจ้าช่วยอธิบายให้อู๋เป่ยฟังหน่อย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...