อู๋เป่ยหยิบหยกสืบทอดเซียนขึ้นมา ใช้มือขวากำไว้ในฝ่ามือ แล้วค่อยๆ ส่งพลังเวทย์ซึมเข้าไปในหยกก้อนนั้น หยกนี้เคยผ่านมือผู้คนมากมาย แต่ไม่มีสักคนที่ได้รับสายสืบทอดภายใน เพราะมันตั้งเงื่อนไขกับผู้รับสายสืบทอดสูงลิ่ว คนทั่วไปแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับการยอมรับจากหยก
พลังเวทย์ของอู๋เป่ยหลั่งไหลเข้าไป แล้วจิตสำนึกของเขาก็ดิ่งลงสู่พื้นที่ลึกลับอย่างฉับพลัน เบื้องหน้าคือลานกว้างมหึมา รอบด้านตั้งเสาตระหง่านนับหลายพันต้น ตรงหน้าเป็นตำหนักใหญ่ ประตูเปิดกว้าง ภายในมีหมอกเมฆสีม่วงวนเวียน
อู๋เป่ยลังเลเล็กน้อย หยกก้อนนี้ช่างประหลาดพิกลนัก ถึงขั้นดึงจิตสำนึกของเขาเข้าสู่ดินแดนแห่งภาพมายาได้ในพริบตา เขากำลังชั่งใจว่าจะเข้าไปดีหรือไม่ แต่ร่างกลับไม่อยู่ในอำนาจ ขาเดินเข้าไปเอง ทำเอาเขาตกใจสุดขีด
พอเข้าไปในตำหนัก เขาเห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะยาว มือประคองคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่ง เห็นเขาเข้ามา ชายวัยกลางคนยิ้มแล้วว่า “ผ่านไปเป็นร้อยปี ในที่สุดก็มีคนมาอีกครั้ง”
อู๋เป่ยมองสำรวจก่อนถามว่า “คุณเป็นใคร?”
ชายวัยกลางคนว่า “ข้าคือจอมยุทธ์แห่งความฝันใหญ่”
อู๋เป่ยสะดุ้ง “ท่านเป็นเทียนจุน!”
จอมยุทธ์แห่งความฝันใหญ่ว่า “ข้าบำเพ็ญเพียรอย่างยากลำบากนานพันปี ในที่สุดก็หยั่งรู้ถึงความล้ำลึกระหว่างความจริงกับภาพลวงตา คิดค้นคัมภีร์ฝันใหญ่ซวนเทียนขึ้นด้วยตนเอง”
อู๋เป่ยว่า “วิชายุทธของท่าน ทำไมต้องถ่ายทอดให้คนอื่น?”
จอมยุทธ์แห่งความฝันใหญ่ว่า “ครั้งนั้นมีคนมากมายริษยาศาสตร์ลับของข้า เหล่ามือฉมังจึงร่วมมือกันล้อมฆ่า ข้าเจ็บเคืองในใจ ก่อนสิ้นใจจึงสลักสิ่งที่เรียนรู้ทั้งชีวิตลงในหยกสืบทอดเซียน หวังให้ศาสตร์ลับมีผู้สืบต่อ ในบรรดาสิ่งที่สลักไว้ ยังมี ‘โลกแห่งความฝันซวนเทียน’ ที่ข้าสร้างขึ้น หากเจ้ารับสายสืบทอดได้ ก็จะได้โลกแห่งความฝันซวนเทียนด้วย”
อู๋เป่ยว่า “โลกแห่งความฝันซวนเทียนเป็นที่แบบไหน ได้มันแล้วมีประโยชน์อะไร?”
“โลกแห่งความฝันซวนเทียนนั้น ข้าท่องไปทั่วจักรวาล ใช้เวลาสร้างถึงสามร้อยปี มันทั้งคล้ายลวงก็จริง คล้ายจริงก็ลวง เมื่อครอบครองโลกแห่งความฝันซวนเทียน ก็ทำให้ความฝันกลายเป็นจริง และยังทำให้ความจริงกำหนดหรือเปลี่ยนแปลงความฝันได้”
อู๋เป่ยแปลกใจมาก “ท่านหมายความว่า ข้าสามารถเปลี่ยนความฝันให้เป็นความจริงได้งั้นหรือ? เป็นไปได้ยังไง!”
จอมยุทธ์แห่งความฝันใหญ่หัวเราะ “เจ้าพูดแบบนี้เพราะยังไม่รู้ความต่างของสิ่งที่เรียกว่าความจริงกับความฝัน หลายครา ความฝันก็คือความจริง ความจริงก็คือความฝัน”
อู๋เป่ยยังไม่เข้าใจความหมาย จึงถามต่อ “เช่น ถ้าข้ากลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งของโลก เป็นผู้ครอบครองจักรวาลในความฝัน แบบนั้นก็กลายเป็นความจริงได้หรือ?”
จอมยุทธ์แห่งความฝันใหญ่ว่า “นั่นเป็นเพียงความฝันของคนธรรมดา ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง”
อู๋เป่ยว่า “เอาเถอะ แล้วท่านอาวุโสเห็นว่า ข้ามีคุณสมบัติจะสืบทอดศาสตร์ลับของท่านไหม?”
จอมยุทธ์แห่งความฝันใหญ่ว่า “ถ้าเจ้าไม่มีคุณสมบัติ ก็คงไม่มีวันได้พบข้า”
พูดจบ เขาชี้นิ้วออกไปทันที ในสมองของอู๋เป่ยพลันแน่นขนัดด้วยข้อมูลมหาศาล ครั้นรับข้อมูลเสร็จ จอมยุทธ์แห่งความฝันใหญ่ก็ยิ้มว่า “ข้ายังมีความปรารถนาที่ค้างคาอยู่ หวังให้เจ้าช่วยทำให้สำเร็จ ต่อไปเมื่อเจ้าเดินทางไปทั่วหล้า จงใช้ชื่อของข้า เรียกตนว่าเป็นผู้สืบทอดของจอมยุทธ์แห่งความฝันใหญ่!”
สิ้นคำ โลกแห่งนั้นก็เริ่มพังทลาย หดตัว สุดท้ายแปรเปลี่ยนเป็นลำแสงเส้นหนึ่ง พุ่งเข้าสู่สมองของอู๋เป่ย หลังเจ็บแปลบอยู่ครู่หนึ่ง อู๋เป่ยก็ได้สติ กลับสู่ความเป็นจริง
เขามองหยกในมืออย่างเหม่อลอย หยกดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่พอส่งพลังเวทย์เข้าไปอีก ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้ว พลังงานภายในถูกเขาดูดซับจนหมดสิ้น
อู๋เป่ยรวบเรียงคัมภีร์ฝันใหญ่ซวนเทียนในสมอง พลางรู้สึกเหลือเชื่อ แล้วพึมพำว่า “คัมภีร์ฝันใหญ่ซวนเทียนนี่มหัศจรรย์เกินบรรยาย มันทำให้เข้าไปในโลกจิตวิญญาณของคนอื่นได้ ฆ่าคนในโลกจิตวิญญาณนั้น! แล้วชิงเอาโลกจิตวิญญาณของคนอื่นมาเป็นของเรา!”
ทุกคนล้วนมีโลกจิตวิญญาณของตนเอง แม้คนธรรมดาก็ไม่เว้น ความร้ายกาจของคัมภีร์ฝันใหญ่ซวนเทียนอยู่ที่ มันสามารถกลืนกินโลกของผู้อื่นได้เรื่อยๆ แล้วก่อร่างโลกของตัวเอง คนที่ถูกชิงโลกจิตวิญญาณไป มีทางเลือกเพียงความตาย หรือไม่ก็กลายเป็นคนสติไม่สมประกอบ
นอกจากการกลืนกิน เขายังสามารถเชื่อมต่อผู้อื่นเข้ากับโลกแห่งความฝันซวนเทียนของตนเองได้ ให้มาช่วยกันสร้างโลกแห่งความฝันซวนเทียนร่วมกัน
คิดมาถึงตรงนี้ เขาก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา จึงโทรเรียกโอวหยางจื้อหยวนกับเหยียนเหลิ่งสือให้แวะมาหาหน่อย
อู๋เป่ยว่า “เพื่อนคุณอยู่ที่ไหน?”
“นครสี่สมุทร เขาบอกว่าเดี๋ยวจะส่งที่นัดพบมาให้ และบอกว่าเวลาแล้วแต่เรา”
อู๋เป่ยว่า “งั้นเจอกันในอีกครึ่งชั่วโมง”
นครสี่สมุทรอยู่ห่างจากจงโจวสี่ร้อยกว่ากิโลเมตร แต่อู๋เป่ยก็ไปถึงที่นัดพบอย่างรวดเร็ว เป็นภัตตาคารเก่าแก่แห่งหนึ่ง
ชั้นสามของภัตตาคาร ห้องเล็กๆ ห้องหนึ่ง ชายวัยกลางคนสองคนนั่งรออู๋เป่ยอยู่ คนหนึ่งคือท่านประธานของบริษัทเกมฮุ่ยหวง อีกคนเป็นผู้จัดการฝ่ายโครงการ
ท่านประธานหน้าเหลี่ยม ตาโต เขาถามผู้จัดการฝ่ายโครงการว่า “ผู้จัดการหลิว คนที่คุณว่าไว้น่าเชื่อถือไหม?”
ผู้จัดการหลิวพยักหน้า “คนนั้นชื่อโอวหยางจื้อหยวน เพื่อนของผม ตอนนี้เขาเป็นผู้ดูแลของสมาคมการกุศลเจียงหนาน ไม่น่าจะพูดลอยๆ คนที่เรากำลังจะเจอ คือเจ้าของทุนเบื้องหลังของเขา เส้นสายใหญ่โตมาก ได้ยินว่าเป็นคนของตงหวาง”
ท่านประธานพยักหน้าเบาๆ “งั้นต้องต้อนรับให้ดี ฝ่ายนั้นต้องการอะไร จะซื้อบริษัทเราทั้งหมดเลยหรือ?”
ผู้จัดการหลิวว่า “จากที่ฟัง ดูเหมือนจะอยากซื้อเกมโลกเสมือนจริงตัวที่เราขาดทุนมาตลอด”
พูดถึงเกมนี้ ท่านประธานก็ปวดหัวขึ้นมาทันที เกมนั้นเฉพาะงบวิจัยและการดำเนินงาน ก็ลงไปประมาณเจ็ดหมื่นห้าพันล้านบาท แต่เกมวางตลาดมาแล้วสามปี ทุกปียังขาดทุน ปีที่แล้วปีเดียว เกมนี้ก็ขาดทุนไปห้าพันล้านบาท คาดว่าปีหน้าจะขาดทุนมากกว่านี้
ตอนนี้ทั้งบริษัทเห็นตรงกันว่าเกมนี้คงทำกำไรไม่ได้ในระยะสั้น ทั้งระดับผู้บริหารจนถึงทีมงานหลายคนอยากยุติโครงการ แต่ถ้ายุติ เงินที่ลงไปก่อนหน้านี้ก็สูญเปล่า ผู้บริหารระดับสูงจึงยังไม่ตัดใจ
ท่านประธานว่า “แล้วเขาทำไมถึงอยากซื้อเกมนี้?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...