เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดคุณหมอตาวิเศษ นิยาย บท 2605

หวงซื่อหลี่คีบบุหรี่เสียบไว้ที่หู จากนั้นประสานมือคำนับแล้วว่า “ขอแนะนำตัวสักหน่อย ผมชื่อหวงซื่อหลี่ วันนี้ผมมา ในนามบ้านหวง อยากมาสร้างไมตรีกับคุณชายอู๋ครับ”

อู๋เป่ยขมวดคิ้ว “ที่ก่อนหน้านี้ทำแบบนั้น ก็เพื่อยั่วให้ฉันโผล่ออกมาเหรอ”

หวงซื่อหลี่ว่า “เรื่องนี้เป็นความลับ ไม่ควรให้หลานจื่อหยูผู้ตรวจสอบรู้”

“นายชอบนางจริง ๆ เหรอ” อู๋เป่ยถาม

หวงซื่อหลี่ว่า “ก็พอชอบ ถ้าเธอยินยอม ผมก็ยินดีแต่งกับเธอจริง ๆ”

อู๋เป่ยว่า “แล้วแบบนี้นายตั้งใจจะมาสร้างไมตรีกับฉันบนภูเขารกร้างนี่หรือไง”

หวงซื่อหลี่กระพริบตา “แน่นอนว่าไม่ใช่” พูดจบก็ปรบมือสองครั้ง

ทันใดนั้น เกี้ยวหรูหราหลายคนหามคันหนึ่งก็ปรากฏขึ้นมา มีคนหามเกี้ยวอยู่แปดคน รูปร่างใกล้เคียงกันหมด เกี้ยวเคลื่อนตัวไปตามภูเขาได้อย่างมั่นคงราวกับพื้นราบ

“เชิญคุณชายอู๋ขึ้นเกี้ยวครับ!”

เกี้ยวนี้ดูมีหน้ามีตายิ่งกว่ารถหรูทั้งหลายเสียอีก เพราะคนหามทั้งสี่ล้วนอยู่ขั้นฝึกปราณปลายทาง และเห็นได้ชัดว่าผ่านการฝึกฝนมาอย่างยาวนาน

อู๋เป่ยขึ้นเกี้ยวไป ข้างในหรูหราฟุ่มเฟือย เบาะนั่งทั้งใหญ่ทั้งนุ่ม ด้านหน้ามีโต๊ะตัวหนึ่ง วางกาน้ำชาครบชุด

หวงซื่อหลี่ก็ขึ้นตามมาด้วย เขารินน้ำชาให้ถ้วยหนึ่งก่อน “เชิญคุณชายดื่มชาครับ”

อู๋เป่ยว่า “ฉันไม่ค่อยคุ้นกับตระกูลต่าง ๆ ในเมืองหลวง รบกวนนายช่วยแนะนำหน่อย”

หวงซื่อหลี่ว่า “บ้านหวงของเรามีคนสองคนรับราชการในราชสำนัก แต่การเป็นข้าราชการไม่ใช่งานหลักของบ้านหวงหรอกครับ แค่มีคนอยู่ในราชสำนักไว้พูดจาให้สะดวกเท่านั้น งานหลักของบ้านหวงคือทำการค้า”

อู๋เป่ยถาม “ค้าขายอะไร”

หวงซื่อหลี่ว่า “โลกฆราวาสแท้จริงแล้วเป็นเหมือนสถานีถ่ายโอนทรัพยากรของบรรดาโลกแห่งเซียน โลกแห่งวิญญาณ และโลกเล็กโลกใหญ่อื่น ๆ ทั่วโลก บ้านหวงของเราเป็นตระกูลใหญ่แห่งแดนวิญญาณคู่ การค้าของเราก็คือนำของจากแดนวิญญาณคู่ไปขายออกไป แล้วซื้อของบางอย่างจากที่อื่นกลับไปค้าต่อ”

อู๋เป่ยแปลกใจ “แดนวิญญาณคู่?”

หวงซื่อหลี่ว่า “มีทั้งโลกแห่งเซียน ทั้งโลกแห่งวิญญาณ แดนวิญญาณคู่ก็เป็นหนึ่งในโลกแห่งวิญญาณทั้งหลายเหล่านั้น”

อู๋เป่ยถาม “แล้วแบบนี้ ฉันจะช่วยบ้านหวงของพวกนายได้ยังไง”

หวงซื่อหลี่หัวเราะ “ได้ยินมาว่าคุณชายอู๋ตรัสรู้กำแพงดาบแล้ว อนาคตยังไงก็ต้องไปแดนเซียนหมื่นดาบ บ้านหวงอยากติดต่อค้าขายกับแดนเซียนหมื่นดาบมานานแล้ว แต่ติดตรงไม่มีหุ้นส่วนที่ไว้วางใจได้”

อู๋เป่ยว่า “แต่ฉันเองก็ยังไม่เคยไปแดนเซียนหมื่นดาบ เกรงว่าจะช่วยอะไรพวกนายไม่ได้”

หวงซื่อหลี่ส่ายหัว “ไม่ใช่ครับ คุณชายได้สืบทอดจากกำแพงดาบ อนาคตย่อมเป็นยอดคนของวิหารดาบสูงสุด อีกไม่นานก็ต้องมีที่ยืนของตัวเองในแดนเซียนหมื่นดาบแน่ ๆ”

อู๋เป่ยก็เข้าใจความหมายของหวงซื่อหลี่ในทันที นี่คือการปูทางไว้ล่วงหน้าเพื่อความร่วมมือในอนาคต เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า “พวกนายหลัก ๆ ทำการค้ากับอะไร”

หวงซื่อหลี่ว่า “แดนวิญญาณคู่เป็นโลกแห่งวิญญาณที่พิเศษมากแห่งหนึ่ง ข้างในมีสมุนไพรกับแร่บางชนิดที่กระทั่งโลกแห่งเซียนก็ไม่มี ต้องซื้อจากแดนวิญญาณคู่เท่านั้น บ้านหวงของผมทำการค้า ก็เน้นของพิเศษพวกนี้แหละครับ”

พูดจบ เขาหยิบโลหะชิ้นหนึ่งออกมาจากเข็มขัดเก็บของ เป็นโลหะสีน้ำเงินปนเทา “ของชิ้นนี้เรียกว่าโลหะวิญญาณไร้ขอบเขต มันมีคุณสมบัติพิเศษอย่างหนึ่ง คือสามารถรองรับพลังของยันต์เวทได้ ผู้ใช้สามารถนำมันไปตีขึ้นรูปเป็นโลหะยันต์ตามต้องการ”

“ยิ่งไปกว่านั้น โลหะวิญญาณไร้ขอบเขตยังอัดแน่นได้ไม่รู้จบ เพราะงั้นมันจึงมักถูกนำไปหลอมเป็นอาวุธเวทย์มนตร์กับอาวุธต่าง ๆ”

จากนั้นเขาก็หยิบดาบสั้นเล่มหนึ่งออกมา ดาบทั้งเล่มเป็นสีเงินอมฟ้า กว้างราวสามนิ้วมือ ผิวดาบเต็มไปด้วยลายเกล็ดถี่แน่น หากเพ่งดูดี ๆ จะเห็นว่าลวดลายเกล็ดเหล่านั้น เกิดจากยันต์เวทเล็กจิ๋วนับไม่ถ้วนประกอบขึ้นมา

อู๋เป่ยตกใจ ยื่นมือไปลูบคมดาบเบา ๆ รู้สึกถึงความคมกล้าจนต้องเสียดาย “น่าเสียดาย ดาบเล่มนี้ทำแค่บีบอัดยันต์เวทให้แน่นเฉย ๆ ถ้าจัดเรียงเป็นค่ายกลยันต์เวทที่ทรงพลังยิ่งกว่านี้ล่ะก็ คงเยี่ยมไปเลย”

หวงซื่อหลี่พยักหน้า “สายตาคุณชายช่างไม่ธรรมดาจริง ๆ การสลักค่ายกลเวทย์ลงในอาวุธเวทย์มนตร์นั้นไม่ยาก จุดยากอยู่ที่การบีบอัดโลหะวิญญาณไร้ขอบเขตต่างหาก นี่เป็นงานฝีมือที่สลับซับซ้อนอย่างยิ่ง มีเพียงตระกูลซูเท่านั้นที่ครอบครองวิชาหลอมโลหะวิญญาณไร้ขอบเขต ดาบเล่มนี้ตีโดยบ้านหวงของเรา ยังเทียบกับอาวุธเวทย์มนตร์ที่หยางเจียตีไม่ได้เลย”

อู๋เป่ยถาม “ตระกูลซูก็อยู่ในแดนวิญญาณคู่เหมือนกัน?”

หวงจื่อจินยิ้ม “คุณชายสละเวลามา แปลว่ามองเห็นความสำคัญของพี่น้องเราแล้ว ซื่อหลี่ เอาของขว้าที่พวกเราเตรียมไว้มา”

หวงซื่อหลี่พยักหน้า เขาหยิบแหวนเก็บสมบัติวงหนึ่งวางลงบนโต๊ะ หวงจื่อจินยิ้มแล้วว่า “คุณชายอู๋ ในนี้เก็บโลหะวิญญาณไร้ขอบเขตไว้สามหมื่นชั่ง ถือเป็นของพบหน้าที่บ้านหวงมอบให้คุณชายค่ะ”

อู๋เป่ยมิได้หยิบแหวนขึ้นมา “ผมไม่ได้ทำคุณงามความดีอะไร จะรับของล้ำค่าแบบนี้ไม่ได้” เขารู้ดีว่า รับของเขามาก็เท่ากับติดหนี้บุญคุณ วันหน้าบ้านหวงอาจมีเรื่องอื่นมาขอร้องอีกก็ได้

หวงจื่อจินยิ้ม “คุณชายพูดแบบนี้ก็แปลกหน้ากันเกินไปแล้ว ต่อไปบ้านหวงยังต้องพึ่งคุณชายอีกหลายเรื่อง คุณชายโปรดอย่าเกรงใจเลยค่ะ”

อู๋เป่ยมองไปที่หวงจื่อจิน แล้วถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน “ขาของคุณหนูหวง เป็นมาตั้งแต่เด็กเลยหรือเปล่า”

หวงจื่อจินไม่คิดว่าอู๋เป่ยจะถามเช่นนี้ นางพยักหน้า “ตอนดิฉันอายุสามขวบป่วยหนักครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นก็เป็นโรคอัมพาต แขนยังพอมีแรงอยู่บ้าง แต่ขาสองขาไม่อาจรับน้ำหนักตัวได้ ต้องนั่งรถเข็นมาตลอด”

อู๋เป่ยพยักหน้าเบา ๆ “อย่างนี้ก็แล้วกัน โลหะวิญญาณไร้ขอบเขต ผมจะรับไว้ แลกกับที่ผมจะรักษาอาการขาของคุณหนูหวงให้หาย”

หวงจื่อจินชะงักไป บ้านหวงทั้งมั่งคั่งทั้งทรงอำนาจ เคยเชิญหมอผู้มีชื่อเสียงมากมายมารักษานาง ทั้งจากโลกแห่งวิญญาณ ทั้งจากโลกแห่งเซียน แต่ไม่มีใครรักษาให้หายขาดได้ ทำได้แค่ประทังอาการเท่านั้น นางไม่คิดเลยว่าอู๋เป่ยจะกล้าพูดว่ารักษาให้นางหายได้!

“คุณชายเชี่ยวชาญทักษะการแพทย์หรือคะ” นางถาม

อู๋เป่ยว่า “ไม่กล้าเรียกว่าเชี่ยวชาญ แค่พอรู้อยู่บ้าง ผมบังเอิญรู้วิธีรักษาอาการของคุณหนูหวงก็เท่านั้น”

หวงซื่อหลี่รีบถาม “คุณชายอู๋ อาการของพี่สาวผม แท้จริงมีสาเหตุมาจากอะไรครับ”

“การสะกดจิต” อู๋เป่ยว่า

หวงซื่อหลี่สะดุ้งเฮือก “พี่สาวผมถูกสะกดจิต?”

อู๋เป่ยพยักหน้า “ลึก ๆ ในใจของคุณหนูหวง ได้ปักใจเชื่อไปแล้วว่าตัวเองเดินไม่ได้ เพราะแบบนั้นถึงรู้สึกว่าร่างไร้แรงมากขึ้นทุกวัน สุดท้ายจึงไม่อาจลุกขึ้นยืนได้ วิธีการของคนที่ลงมือครั้งนั้นสูงส่งมาก จึงไม่มีใครคลี่คลายได้เลยที่ผ่านมา”

หวงซื่อหลี่ลุกขึ้นโค้งคำนับอู๋เป่ยอย่างสุดตัว “งั้นก็ต้องรบกวนคุณชายอู๋ด้วยครับ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ