เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดคุณหมอตาวิเศษ นิยาย บท 2609

พอข้ามสองบล็อกไป อู๋เป่ยก็เห็นอาคารสำนักงานสีแดงอยู่ไม่ไกล ทว่าบริเวณรอบ ๆ อาคารมีศัตรูอยู่สองหมวดกำลังกวาดล้างค้นหา ดูท่าแล้วที่นี่เพิ่งจบศึกดุเดือดมาไม่นาน

อู๋เป่ยติดต่อทหารลาดตระเวน ถามว่า “เมื่อกี้นายลงมือเหรอ”

ทหารลาดตระเวนรายงานว่า “หัวหน้าหมวด เมื่อกี้หมวดของเราถูกพวกมันตีแตก คนสิบสามตายไปเจ็ด เหลืออีกห้าคนหนีเข้าไปในอาคารสำนักงานสีแดง ผมได้ยินเสียงพวกเขากำลังวิ่งขึ้นบันไดอยู่”

อู๋เป่ยหันไปสั่งมือสไนเปอร์ทันทีว่า “ไปดักซุ่มที่ตึกตรงข้าม มือปืนกลคอยคุ้มกันมือสไนเปอร์”

ทั้งสองรับคำสั่งแล้วรีบแยกตัวออกไป พอพวกเขาขึ้นประจำตำแหน่งเรียบร้อย อู๋เป่ยก็สั่งให้มือสไนเปอร์เปิดฉากทันที กระสุนนัดแรกก็ปลิดชีพศัตรูได้หนึ่งคน ทำให้พวกนั้นรีบหาที่กำบัง แล้วยิงสวนมายังตึกสูงฝั่งตรงข้ามกันให้วุ่น

ฝ่ายอู๋เป่ยเองอ้อมไปทางด้านหลังของศัตรู ยิงทำลายประตูเหล็กด้านหลังแล้วบุกเข้าไปในอาคารสำนักงานสีแดง พอขึ้นถึงชั้นสาม ก็เจอคนซุ่มอยู่ในโถงบันได เขารีบเอ่ยว่า “พวกเดียวกัน!”

มีคนหนึ่งโผล่หัวออกมา มองอู๋เป่ยแวบหนึ่งแล้วถาม “มาจากหมวดไหน”

อู๋เป่ยตอบสั้น ๆ ว่า “หน่วยเหล็กหมายเลขห้า”

อีกฝ่ายว่า “หมวดของพวกเราโดนตีแตก ขอไปรวมกับพวกนายได้ไหม”

อู๋เป่ยกวาดตามองอาวุธบนตัวอีกฝ่าย ก็รู้ทันทีว่าเป็นทหารพิเศษนาวิกโยธิน ทั่วไปแล้วหนึ่งหมวดจะไม่มีทหารพิเศษอยู่ด้วย มักจะเป็นหมวดทหารพิเศษเองที่โดนตีแตกแล้วกระจายตัวมารวมกับหมวดอื่นชั่วคราว

“ได้ ตั้งแต่นี้ไปนายคือคนของหน่วยเหล็กหมายเลขห้า” ทหารพิเศษคนนั้นยิ้มแฉ่ง “ครับ!”

ทั้งสองคนเคลื่อนกำลังขึ้นต่อไปอีก ไม่นานก็เจอทหารที่ถูกตีแตกกระจัดกระจายอีกสี่นาย ภายใต้คำแนะนำของทหารพิเศษ ทั้งสี่ก็ตัดสินใจเข้าร่วมหน่วยเหล็กหมายเลขห้าของอู๋เป่ยทั้งหมด

ท้ายที่สุด อู๋เป่ยขึ้นมาถึงชั้นสิบเจ็ด และเจอตัวทหารลาดตระเวน เขาใช้มุมสูงกวาดตามองลงไปด้านล่าง ศัตรูน่าจะมีสักยี่สิบกว่าคน ฝ่ายเขาตอนนี้มีเก้าคน ถือว่ายังพอสู้ไหว

เขารีบสั่งให้ทุกคนตรวจเช็กอาวุธ สองคนถือปืนกล หนึ่งคนแบกเครื่องยิงจรวดกับปืนยาว ทหารลาดตระเวนกับทหารพิเศษต่างก็สะพายอาวุธหลายชนิด ส่วนอีกสองคนถือปืนซุ่มยิงกับระเบิดพลังงานสูง

ตอนนั้นเอง มือสไนเปอร์บนตึกตรงข้ามรายงานมา “หัวหน้าหมวด ฝ่ายโน้นส่งคนเข้าตึกสูงแล้ว!”

อู๋เป่ยตอบ “ถ่วงพวกมันไว้ก่อน ทางนี้เรามีเจ็ดคน จะอ้อมไปตีด้านหลังศัตรู”

“รับทราบ!”

จากนั้นอู๋เป่ยก็จัดวางกำลังใหม่ สั่งให้มือสไนเปอร์สองนายลงไปประจำที่ชั้นห้าและชั้นสิบ ทำหน้าที่ซุ่มยิง ทหารยิงจรวดให้อยู่ที่ชั้นสิบเอ็ด ส่วนที่เหลือตามเขาลงมาชั้นหนึ่ง เพื่อเปิดฉากโจมตีศัตรูโดยตรง

อู๋เป่ยพุ่งนำหน้าคนอื่น ใช้ก้าวเท้าที่แปลกตาไหลหลบไปตามสิ่งกีดขวางต่าง ๆ รุกเข้าใกล้ศัตรูอย่างรวดเร็ว พร้อมยิงกดดันเป็นระยะ ผสมกับไฟจากมือสไนเปอร์สามนายบนที่สูง และจรวดที่ยิงลงมาบ้างเป็นครั้งคราว ทำเอาศัตรูสองหมวดไม่กล้าโผล่หัวออกมา ต้องหมอบหลบอยู่หลังที่กำบังกันทั้งแถว

ผ่านการสู้รบในสถานการณ์จำลองมาพักใหญ่ อู๋เป่ยเริ่มจับผิดเห็นจุดบกพร่องของระบบนี้ได้บ้าง อย่างเช่น เสียงในสนามรบเสมือนจริงดังชัดยิ่งกว่าตอนอยู่ในโลกจริงมาก เขาสามารถใช้แค่เสียงก็ระบุตำแหน่งกับระยะห่างของศัตรูได้อย่างแม่นยำ

ตอนนี้เขากำลังหลบอยู่หลังแท่งปูนขนาดมหึมา เสียงปืนของศัตรูดังแว่วอยู่ข้างหู เขาจึงหยิบระเบิดมือออกมาสองลูก เว้นจังหวะนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเหวี่ยงมันออกไปด้านหน้า

เขากะเวลาได้เป๊ะ ระเบิดมือระเบิดกลางอากาศสูงจากพื้นราวเจ็ดถึงแปดเมตร ข้างล่างตรงนั้นพอดีกับตำแหน่งศัตรูห้าคนที่กำลังหมอบหลบอยู่หลังที่กำบัง

ระเบิดมือชนิดนี้อานุภาพรุนแรงมาก พอสองลูกระเบิดพร้อมกัน ศัตรูทั้งห้าก็ถูกแรงระเบิดสังหารคาที่ทันที

อยู่ ๆ ศัตรูก็เสียคนไปห้าคนในคราวเดียว ทำเอาพวกมันแตกตื่นลนลาน เริ่มคว้าเอาระเบิดมือขว้างออกมาด้านนอกแบบไม่เลือกทิศ ทว่าก็ไร้ประโยชน์ อู๋เป่ยอาศัยเสียงตามหาตำแหน่งพวกมันเจอก่อน แล้วขว้างระเบิดมือสวนเข้าไปอีกหลายลูกติด ๆ กัน

ผ่านไปสิบนาที ศัตรูเหลืออยู่สิบสามคน อู๋เป่ยนำคนของตัวเองบุกเข้าโจมตี ใช้เวลาเพียงสามนาที ศัตรูสองหมวดรวมยี่สิบกว่าคนก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น พร้อมยึดอาวุธมาได้เป็นจำนวนมาก

หลังจากจัดการศัตรูเรียบร้อย อู๋เป่ยก็ติดต่อสมาชิกหน่วยเหล็กหมายเลขห้าคนอื่น ๆ ให้มารวมตัวกันที่อาคารสำนักงานสีแดง

ราวหนึ่งชั่วโมงกว่า มีสมาชิกกลับมาสมทบเพิ่มอีกสี่คน ตอนนี้หน่วยเหล็กหมายเลขห้าของอู๋เป่ยมีสมาชิกครบสิบสามคนแล้ว

ระบบตอบ “สมาชิกที่มีชื่อในรางวัลกลุ่มระดับหนึ่ง อย่างน้อยตอนจบการศึกษาก็จะเป็นบัณฑิตหนึ่งดาว”

อู๋เป่ยพยักหน้า “ก็ได้ งั้นผมรับภารกิจ”

พูดคุยกับระบบเสร็จ อู๋เป่ยก็หันไปบอกสมาชิกหน่วยเหล็กหมายเลขห้าว่า “ตอนนี้เบื้องบนมอบภารกิจโคตรยากให้เรา ภารกิจคือยึดโรงงานไฟฟ้า แล้วช่วยเหลือสหายหนึ่งร้อยห้าสิบคนที่ติดอยู่ข้างในออกมาให้ได้”

ทหารลาดตระเวนถามขึ้นว่า “หัวหน้าหมวด ศัตรูในโรงงานไฟฟ้ามีกี่คนครับ”

อู๋เป่ยตอบ “หนึ่งกองร้อย ห้าร้อยกว่าคน”

ทุกคนหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก มือสไนเปอร์คนหนึ่งเอ่ยอย่างกังวล “หัวหน้าหมวด ผมกลัวว่าพวกเราคงทำภารกิจไม่สำเร็จ”

อู๋เป่ยกล่าวว่า “ฉันก็รู้ว่าภารกิจนี้โคตรยาก แต่เบื้องบนบอกแล้วว่า แค่เราทำสำเร็จ ก็จะได้รางวัลกลุ่มระดับหนึ่ง พวกนายก็รู้ใช่ไหมว่า คนที่ได้รางวัลกลุ่มระดับหนึ่ง พอเรียนจบอย่างน้อยก็เป็นบัณฑิตหนึ่งดาว”

ทุกคนได้ยินแค่นั้นใจก็เต้นแรงขึ้นมาทันที ภารกิจโหดขนาดนี้ไม่ใช่ใครก็มีสิทธิ์ได้รับ มีแต่หน่วยที่ผลงานโดดเด่นและแข็งแกร่งจริง ๆ เท่านั้นถึงจะถูกมอบหมายภารกิจสุดหินแบบนี้ ฉะนั้น การทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จสำหรับพวกเขา ไม่ใช่แค่ความท้าทาย แต่ยังเป็นโอกาสครั้งใหญ่ด้วย!

เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มใจเต้นอยากลอง อู๋เป่ยเลยพูดว่า “ถ้าภารกิจล้มเหลว เราก็แค่ออกจากระบบเท่านั้นเอง แต่ถ้าสำเร็จ นั่นคือรางวัลกลุ่มระดับหนึ่งทั้งหน่วย!”

“ลุย!” ทหารลาดตระเวนกัดฟันพูด “คนเราตายหนเดียวเอง นกยังกล้าบินขึ้นฟ้า ถ้าไม่ตายก็อยู่ยาวอีกเป็นหมื่นปี จะไปกลัวอะไร!”

ทุกคนต่างพากันเห็นด้วยที่จะรับภารกิจนี้ อู๋เป่ยหัวเราะ “ดี! แค่พี่น้องทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ผมว่าพวกเราต้องทำภารกิจนี้สำเร็จแน่นอน!”

จากนั้นอู๋เป่ยก็เริ่มแบ่งหน้าที่ให้ทุกคน เสร็จแล้วทั้งหมดก็เคลื่อนที่ไปยังบริเวณใกล้โรงงานไฟฟ้า ตั้งฐานซุ่มรอให้มืด

ระบบเวลาเดินไปอีกกว่าชั่วโมง ท้องฟ้าก็มืดลงเสียที อู๋เป่ยเปิดกล้องเล็งอินฟราเรดขึ้นมา เริ่มซุ่มยิงเก็บศัตรูที่ประจำการอยู่แนวรอบนอกทีละคน ๆ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ