พอข้ามสองบล็อกไป อู๋เป่ยก็เห็นอาคารสำนักงานสีแดงอยู่ไม่ไกล ทว่าบริเวณรอบ ๆ อาคารมีศัตรูอยู่สองหมวดกำลังกวาดล้างค้นหา ดูท่าแล้วที่นี่เพิ่งจบศึกดุเดือดมาไม่นาน
อู๋เป่ยติดต่อทหารลาดตระเวน ถามว่า “เมื่อกี้นายลงมือเหรอ”
ทหารลาดตระเวนรายงานว่า “หัวหน้าหมวด เมื่อกี้หมวดของเราถูกพวกมันตีแตก คนสิบสามตายไปเจ็ด เหลืออีกห้าคนหนีเข้าไปในอาคารสำนักงานสีแดง ผมได้ยินเสียงพวกเขากำลังวิ่งขึ้นบันไดอยู่”
อู๋เป่ยหันไปสั่งมือสไนเปอร์ทันทีว่า “ไปดักซุ่มที่ตึกตรงข้าม มือปืนกลคอยคุ้มกันมือสไนเปอร์”
ทั้งสองรับคำสั่งแล้วรีบแยกตัวออกไป พอพวกเขาขึ้นประจำตำแหน่งเรียบร้อย อู๋เป่ยก็สั่งให้มือสไนเปอร์เปิดฉากทันที กระสุนนัดแรกก็ปลิดชีพศัตรูได้หนึ่งคน ทำให้พวกนั้นรีบหาที่กำบัง แล้วยิงสวนมายังตึกสูงฝั่งตรงข้ามกันให้วุ่น
ฝ่ายอู๋เป่ยเองอ้อมไปทางด้านหลังของศัตรู ยิงทำลายประตูเหล็กด้านหลังแล้วบุกเข้าไปในอาคารสำนักงานสีแดง พอขึ้นถึงชั้นสาม ก็เจอคนซุ่มอยู่ในโถงบันได เขารีบเอ่ยว่า “พวกเดียวกัน!”
มีคนหนึ่งโผล่หัวออกมา มองอู๋เป่ยแวบหนึ่งแล้วถาม “มาจากหมวดไหน”
อู๋เป่ยตอบสั้น ๆ ว่า “หน่วยเหล็กหมายเลขห้า”
อีกฝ่ายว่า “หมวดของพวกเราโดนตีแตก ขอไปรวมกับพวกนายได้ไหม”
อู๋เป่ยกวาดตามองอาวุธบนตัวอีกฝ่าย ก็รู้ทันทีว่าเป็นทหารพิเศษนาวิกโยธิน ทั่วไปแล้วหนึ่งหมวดจะไม่มีทหารพิเศษอยู่ด้วย มักจะเป็นหมวดทหารพิเศษเองที่โดนตีแตกแล้วกระจายตัวมารวมกับหมวดอื่นชั่วคราว
“ได้ ตั้งแต่นี้ไปนายคือคนของหน่วยเหล็กหมายเลขห้า” ทหารพิเศษคนนั้นยิ้มแฉ่ง “ครับ!”
ทั้งสองคนเคลื่อนกำลังขึ้นต่อไปอีก ไม่นานก็เจอทหารที่ถูกตีแตกกระจัดกระจายอีกสี่นาย ภายใต้คำแนะนำของทหารพิเศษ ทั้งสี่ก็ตัดสินใจเข้าร่วมหน่วยเหล็กหมายเลขห้าของอู๋เป่ยทั้งหมด
ท้ายที่สุด อู๋เป่ยขึ้นมาถึงชั้นสิบเจ็ด และเจอตัวทหารลาดตระเวน เขาใช้มุมสูงกวาดตามองลงไปด้านล่าง ศัตรูน่าจะมีสักยี่สิบกว่าคน ฝ่ายเขาตอนนี้มีเก้าคน ถือว่ายังพอสู้ไหว
เขารีบสั่งให้ทุกคนตรวจเช็กอาวุธ สองคนถือปืนกล หนึ่งคนแบกเครื่องยิงจรวดกับปืนยาว ทหารลาดตระเวนกับทหารพิเศษต่างก็สะพายอาวุธหลายชนิด ส่วนอีกสองคนถือปืนซุ่มยิงกับระเบิดพลังงานสูง
ตอนนั้นเอง มือสไนเปอร์บนตึกตรงข้ามรายงานมา “หัวหน้าหมวด ฝ่ายโน้นส่งคนเข้าตึกสูงแล้ว!”
อู๋เป่ยตอบ “ถ่วงพวกมันไว้ก่อน ทางนี้เรามีเจ็ดคน จะอ้อมไปตีด้านหลังศัตรู”
“รับทราบ!”
จากนั้นอู๋เป่ยก็จัดวางกำลังใหม่ สั่งให้มือสไนเปอร์สองนายลงไปประจำที่ชั้นห้าและชั้นสิบ ทำหน้าที่ซุ่มยิง ทหารยิงจรวดให้อยู่ที่ชั้นสิบเอ็ด ส่วนที่เหลือตามเขาลงมาชั้นหนึ่ง เพื่อเปิดฉากโจมตีศัตรูโดยตรง
อู๋เป่ยพุ่งนำหน้าคนอื่น ใช้ก้าวเท้าที่แปลกตาไหลหลบไปตามสิ่งกีดขวางต่าง ๆ รุกเข้าใกล้ศัตรูอย่างรวดเร็ว พร้อมยิงกดดันเป็นระยะ ผสมกับไฟจากมือสไนเปอร์สามนายบนที่สูง และจรวดที่ยิงลงมาบ้างเป็นครั้งคราว ทำเอาศัตรูสองหมวดไม่กล้าโผล่หัวออกมา ต้องหมอบหลบอยู่หลังที่กำบังกันทั้งแถว
ผ่านการสู้รบในสถานการณ์จำลองมาพักใหญ่ อู๋เป่ยเริ่มจับผิดเห็นจุดบกพร่องของระบบนี้ได้บ้าง อย่างเช่น เสียงในสนามรบเสมือนจริงดังชัดยิ่งกว่าตอนอยู่ในโลกจริงมาก เขาสามารถใช้แค่เสียงก็ระบุตำแหน่งกับระยะห่างของศัตรูได้อย่างแม่นยำ
ตอนนี้เขากำลังหลบอยู่หลังแท่งปูนขนาดมหึมา เสียงปืนของศัตรูดังแว่วอยู่ข้างหู เขาจึงหยิบระเบิดมือออกมาสองลูก เว้นจังหวะนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเหวี่ยงมันออกไปด้านหน้า
เขากะเวลาได้เป๊ะ ระเบิดมือระเบิดกลางอากาศสูงจากพื้นราวเจ็ดถึงแปดเมตร ข้างล่างตรงนั้นพอดีกับตำแหน่งศัตรูห้าคนที่กำลังหมอบหลบอยู่หลังที่กำบัง
ระเบิดมือชนิดนี้อานุภาพรุนแรงมาก พอสองลูกระเบิดพร้อมกัน ศัตรูทั้งห้าก็ถูกแรงระเบิดสังหารคาที่ทันที
อยู่ ๆ ศัตรูก็เสียคนไปห้าคนในคราวเดียว ทำเอาพวกมันแตกตื่นลนลาน เริ่มคว้าเอาระเบิดมือขว้างออกมาด้านนอกแบบไม่เลือกทิศ ทว่าก็ไร้ประโยชน์ อู๋เป่ยอาศัยเสียงตามหาตำแหน่งพวกมันเจอก่อน แล้วขว้างระเบิดมือสวนเข้าไปอีกหลายลูกติด ๆ กัน
ผ่านไปสิบนาที ศัตรูเหลืออยู่สิบสามคน อู๋เป่ยนำคนของตัวเองบุกเข้าโจมตี ใช้เวลาเพียงสามนาที ศัตรูสองหมวดรวมยี่สิบกว่าคนก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น พร้อมยึดอาวุธมาได้เป็นจำนวนมาก
หลังจากจัดการศัตรูเรียบร้อย อู๋เป่ยก็ติดต่อสมาชิกหน่วยเหล็กหมายเลขห้าคนอื่น ๆ ให้มารวมตัวกันที่อาคารสำนักงานสีแดง
ราวหนึ่งชั่วโมงกว่า มีสมาชิกกลับมาสมทบเพิ่มอีกสี่คน ตอนนี้หน่วยเหล็กหมายเลขห้าของอู๋เป่ยมีสมาชิกครบสิบสามคนแล้ว
ระบบตอบ “สมาชิกที่มีชื่อในรางวัลกลุ่มระดับหนึ่ง อย่างน้อยตอนจบการศึกษาก็จะเป็นบัณฑิตหนึ่งดาว”
อู๋เป่ยพยักหน้า “ก็ได้ งั้นผมรับภารกิจ”
พูดคุยกับระบบเสร็จ อู๋เป่ยก็หันไปบอกสมาชิกหน่วยเหล็กหมายเลขห้าว่า “ตอนนี้เบื้องบนมอบภารกิจโคตรยากให้เรา ภารกิจคือยึดโรงงานไฟฟ้า แล้วช่วยเหลือสหายหนึ่งร้อยห้าสิบคนที่ติดอยู่ข้างในออกมาให้ได้”
ทหารลาดตระเวนถามขึ้นว่า “หัวหน้าหมวด ศัตรูในโรงงานไฟฟ้ามีกี่คนครับ”
อู๋เป่ยตอบ “หนึ่งกองร้อย ห้าร้อยกว่าคน”
ทุกคนหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก มือสไนเปอร์คนหนึ่งเอ่ยอย่างกังวล “หัวหน้าหมวด ผมกลัวว่าพวกเราคงทำภารกิจไม่สำเร็จ”
อู๋เป่ยกล่าวว่า “ฉันก็รู้ว่าภารกิจนี้โคตรยาก แต่เบื้องบนบอกแล้วว่า แค่เราทำสำเร็จ ก็จะได้รางวัลกลุ่มระดับหนึ่ง พวกนายก็รู้ใช่ไหมว่า คนที่ได้รางวัลกลุ่มระดับหนึ่ง พอเรียนจบอย่างน้อยก็เป็นบัณฑิตหนึ่งดาว”
ทุกคนได้ยินแค่นั้นใจก็เต้นแรงขึ้นมาทันที ภารกิจโหดขนาดนี้ไม่ใช่ใครก็มีสิทธิ์ได้รับ มีแต่หน่วยที่ผลงานโดดเด่นและแข็งแกร่งจริง ๆ เท่านั้นถึงจะถูกมอบหมายภารกิจสุดหินแบบนี้ ฉะนั้น การทำภารกิจครั้งนี้สำเร็จสำหรับพวกเขา ไม่ใช่แค่ความท้าทาย แต่ยังเป็นโอกาสครั้งใหญ่ด้วย!
เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มใจเต้นอยากลอง อู๋เป่ยเลยพูดว่า “ถ้าภารกิจล้มเหลว เราก็แค่ออกจากระบบเท่านั้นเอง แต่ถ้าสำเร็จ นั่นคือรางวัลกลุ่มระดับหนึ่งทั้งหน่วย!”
“ลุย!” ทหารลาดตระเวนกัดฟันพูด “คนเราตายหนเดียวเอง นกยังกล้าบินขึ้นฟ้า ถ้าไม่ตายก็อยู่ยาวอีกเป็นหมื่นปี จะไปกลัวอะไร!”
ทุกคนต่างพากันเห็นด้วยที่จะรับภารกิจนี้ อู๋เป่ยหัวเราะ “ดี! แค่พี่น้องทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน ผมว่าพวกเราต้องทำภารกิจนี้สำเร็จแน่นอน!”
จากนั้นอู๋เป่ยก็เริ่มแบ่งหน้าที่ให้ทุกคน เสร็จแล้วทั้งหมดก็เคลื่อนที่ไปยังบริเวณใกล้โรงงานไฟฟ้า ตั้งฐานซุ่มรอให้มืด
ระบบเวลาเดินไปอีกกว่าชั่วโมง ท้องฟ้าก็มืดลงเสียที อู๋เป่ยเปิดกล้องเล็งอินฟราเรดขึ้นมา เริ่มซุ่มยิงเก็บศัตรูที่ประจำการอยู่แนวรอบนอกทีละคน ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...