เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดคุณหมอตาวิเศษ นิยาย บท 2610

หลังจากมีเสียงปังเบา ๆ อยู่สองสามครั้ง พลยามสี่นายที่ยึดจุดสูงก็ถูกปลิดชีพ อู๋เป่ยส่งทหารพิเศษกับทหารลาดตระเวนออกไป นำระเบิดพลังงานสูงสี่ลูกไปวางแยกกันตามหลังกำบังหลายจุดหน้าประตูโรงงานไฟฟ้า แล้วใช้เสื้อผ้าคลุมพรางไว้

เมื่อยามถูกเก็บเงียบ ฝ่ายศัตรูในโรงงานไฟฟ้าก็มีปฏิกิริยาอย่างรวดเร็ว ทหารหนึ่งหมวดออกมาดูสถานการณ์ ทันใดนั้น มือสไนเปอร์สี่นายรวมถึงอู๋เป่ยก็พร้อมใจกันลั่นไก ในพริบตาเดียว สิบสองคนนั้นร่วงไปสี่

กว่าพวกนั้นจะหากำบังได้ ทหารสิบสองคนก็ล้มไปแล้วหก ที่เหลืออีกหกคนทำได้แค่ยื่นแขนออกจากหลังกำบัง แล้วยิงปะทะไปอย่างไร้ทิศทาง

ถัดมาไม่นาน ก็มีทหารศัตรูอีกหนึ่งหมวดโผล่มา เริ่มยิงกราดใส่อาคารฝั่งตรงข้ามแบบสุ่มสี่สุ่มห้า แถมยังยิงจรวดออกมาหลายลูก

หลังจากถูกสไนเปอร์ซัดชุดใหญ่ ทหารหลายสิบคนของหมวดนี้ก็รีบกรูกันเข้าไปหลบในหลังกำบัง แล้วยกปืนยิงมั่ว ๆ ออกมาไปทั่ว ขณะเดียวกัน มือสไนเปอร์ฝ่ายตรงข้ามก็เริ่มประจำตำแหน่ง เตรียมใช้ระบบต่อต้านสไนเปอร์ค้นหาตำแหน่งของอู๋เป่ยกับพวก

อู๋เป่ยว่าเบา ๆ ว่า “ลาก่อนนะ” พลางเหนี่ยวไกยิงใส่ระเบิดพลังงานสูงลูกหนึ่ง

เสียงระเบิดสนั่นดังขึ้น เปลวไฟพุ่งสูงลุกท่วม คนหลายสิบที่อยู่ในหลังกำบังถูกแรงระเบิดอัดร่างกระเด็นขึ้นฟ้าไปทั้งกลุ่ม

ในจังหวะที่ศัตรูอีกหกคนที่เหลือยืนตะลึง ทหารพิเศษก็พุ่งกรูเข้าไป ใช้ปืนกลมือเก็บพวกมันจนหมด

หลังจากนั้น ทหารพิเศษบุกเข้าไปในโรงงานไฟฟ้า ไปวางระเบิดพลังงานสูงซ้ำอีกครั้งบนเส้นทางที่ศัตรูจำเป็นต้องผ่านเวลาออกจากประตู

เสียงระเบิดทำให้กองกำลังยามรักษาการณ์จำนวนมากด้านในแตกตื่น คราวนี้มีทหารกว่าร้อยนายทยอยกรูกันออกมา ทันใดนั้น อู๋เป่ยที่ดักซุ่มอยู่บนที่สูงแห่งหนึ่งในโรงงานไฟฟ้าก็เหนี่ยวไกยิงใส่ระเบิดที่เตรียมไว้ล่วงหน้าอีกลูก

ในเสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหว คนอีกหลายสิบถูกส่งขึ้นฟ้าไปอีกรอบ และยังมีอีกหลายสิบที่ถูกแรงคลื่นอัดซัดปลิวจนหมดสภาพต่อสู้

อู๋เป่ยสั่งทันทีว่าให้เปิดฉากยิงเต็มกำลัง กวาดล้างกำลังศัตรูที่เหลือให้สิ้นซาก จากนั้นก็รีบเปลี่ยนเป็นชุดเครื่องแบบฝ่ายศัตรู

ในระบบนี้ แค่เปลี่ยนชุดก็สามารถปลอมตัวเป็นทหารฝ่ายข้าศึกได้ แน่นอนว่าความเสี่ยงก็สูงมาก โดนจับพิรุธได้ง่าย

ในกลุ่มมียี่สิบคนที่เปลี่ยนเป็นชุดของศัตรู ที่เหลืออีกส่วนหนึ่งกระจายตัวไปสร้างจุดยิงจากด้านนอก ดึงดูดความสนใจของฝ่ายตรงข้าม

ผ่านไปราวครึ่งนาที ก็มีกำลังจากในโรงงานไฟฟ้าบุกออกมาอีกสองหมวด รวมแล้วราวร้อยห้าสิบคน อู๋เป่ยกับพวกต่างนอนหมอบอยู่บนพื้นแสร้งทำเป็นหมดสติ ปืนกลหลายกระบอกถูกวางเกลื่อนกลาดอยู่รอบตัว

การนอนแกล้งทำเป็นหมดสติไม่ต้องใช้ฝีมือการแสดงอะไรมากนัก แถมรอบตัวพวกเขาก็เพิ่งเกิดระเบิดรุนแรงจริง ๆ เสื้อผ้าบนตัวแต่ละคนเต็มไปด้วยรูเลือดพรุนไปทั้งตัว

ทหารสองหมวดกวาดสายตามองสภาพพื้นที่อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็รีบตรงไปทางประตู เพราะด้านนั้นกำลังมีเสียงปืนดัง และมีกระสุนยิงใส่พวกเขา

กลุ่มทหารนี้แตกออกเป็นสองกลุ่มทันที แบ่งซ้ายหนึ่ง ขวาหนึ่ง ระยะห่างระหว่างพวกเขากับยี่สิบคนที่แกล้งตายอยู่ รวมแล้วไม่เกินเจ็ดแปดสิบเมตร

อู๋เป่ยลืมตาขึ้นมาดูหนึ่งแวบ ก่อนกดเสียงต่ำสั่งว่า “พอระเบิดดัง ปืนลั่นได้เลย!” พูดจบก็ยกปืนยิงสองนัด ระเบิดสองลูกที่ซ่อนไว้ล่วงหน้าก็ระเบิดตูมตาม ส่งคนอีกหลายสิบขึ้นสวรรค์ไปในทีเดียว

สภาพพื้นที่กลายเป็นความโกลาหลทันที อู๋เป่ยกับพวกตั้งปืนกลหกกระบอกขึ้นมากราดยิงใส่คนที่เหลือ พร้อมกันนั้น ระเบิดมืออีกหลายสิบลูกก็ถูกขว้างกระหน่ำเข้าไป

เสียงระเบิดต่อเนื่องกันไม่ขาดสาย กว่าร้อยคนถูกกวาดล้างอย่างรวดเร็ว อู๋เป่ยกับคนของเขารีบถอนตัวถอยหลังพร้อมอาวุธ แต่ระหว่างทางกลับชนกับนายทหารยศหัวหน้ากองร้อยคนหนึ่งเข้าแบบเต็ม ๆ

เพราะพื้นที่ของโรงงานไฟฟ้ากว้างมาก กำลังทหารจากแต่ละส่วนต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะมาช่วยกันได้ กองร้อยนี้บังเอิญเป็นกองที่อยู่ไกลที่สุด

“เกิดอะไรขึ้น?” หัวหน้ากองร้อยถามเสียงเครียด

อู๋เป่ยตอบทันทีว่า “ศัตรูมีมากกว่าพันคน อำนาจการยิงโหดมาก พวกผมโดนระเบิดเจ็บกันยับ ต้องถอยออกมาก่อน!”

หัวหน้ากองร้อยคนนั้นว่า “พวกนายไปพักด้านหลังเถอะ!” พูดจบก็หันนำลูกน้องวิ่งพุ่งไปข้างหน้า

พวกเขาเพิ่งวิ่งออกไปได้ไม่กี่สิบเมตร อู๋เป่ยกับคนของเขาก็ตั้งปืนกลเสร็จเรียบร้อย เปิดฉากยิงซ้ำอีกระลอก

ลั่นไกจากด้านหลังศัตรู ปืนกลยิงกราดออกไปทีละหลายร้อยนัดต่อวินาที ทหารหลายสิบคนในกองร้อยนั้นไม่ทันครบสิบวินาทีก็ล้มระเนระนาดหมดทั้งกลุ่ม

ตอนนี้ จำนวนศัตรูที่เหลืออยู่ในโรงงานไฟฟ้าไม่ถึงสองร้อยคนแล้ว การป้องกันด้านในแทบกลวงโบ๋ อู๋เป่ยจึงนำกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดที่ฝ่ายตนถูกล้อมอยู่ นั่นคือเขตหอพักพนักงานของโรงงานไฟฟ้า

สุเหวินเซียงตอบว่า “เวลาก็เย็นมากแล้ว วันนี้เลิกเรียนแค่นี้ก่อน เธอกลับหอพักได้เลย จริงสิ เธอเพิ่งมาใหม่ยังไม่รู้ว่าหอพักอยู่ไหน เดี๋ยวฉันพาไปเอง”

อู๋เป่ยว่า “ได้ครับ”

จังหวะนั้นเอง มีผู้เรียนร่างสูงอ้วนคนหนึ่งเดินเข้ามาจับมือกับอู๋เป่ย พลางยิ้มทักว่า “สวัสดี ฉันชื่อซวีเหวินหู่ นายชื่ออะไรเหรอ?”

อู๋เป่ยยื่นมือไปจับตอบ “สวัสดี ฉันชื่ออู๋เป่ย”

ซวีเหวินหู่หัวเราะแล้วว่า “อู๋เป่ย นายสุดยอดจริง ๆ ฉันออกจากระบบมาตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้แต่นั่งดูนายสู้ตลอด นายกล้ารับภารกิจโหดขนาดนั้น ใช้แค่กำลังระดับหนึ่งกองพันเล็ก ๆ ฆ่าศัตรูไปตั้งห้าร้อยกว่าคน ช่วยเหลือสหายร่วมรบได้มากกว่าร้อยชีวิต!”

อู๋เป่ยว่า “อาจจะแค่ผมดวงดีน่ะครับ”

ซวีเหวินหู่หัวเราะหึ ๆ “แบบนี้ไม่เรียกดวงดีแล้ว เรียกฝีมือต่างหาก! ไปเถอะครับครู素 ให้ผมพาอู๋เป่ยไปหอพักเองดีกว่า”

สุเหวินเซียงยิ้มตอบ “งั้นก็รบกวนนายด้วยนะ เดี๋ยวฉันให้คนเอาของไปส่งที่หอ”

หอพักของวิทยาลัยการทหารต้าซาเป็นหอรวม ห้องหนึ่งนอนกันสิบคน แต่ห้องก็กว้างขวางดี มีห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ ห้องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ สภาพแวดล้อมถือว่าใช้ได้ทีเดียว

พอมาถึงห้องพักตามที่ระบุไว้ อู๋เป่ยก็พบว่าข้างในมีคนอยู่แล้วหกคน

ซวีเหวินหู่ยิ้มแล้วว่า “อู๋เป่ย ฉันก็อยู่ห้องนี้เหมือนกัน ตั้งแต่นี้ไปพวกเราก็เป็นทั้งเพื่อนร่วมห้องและสหายร่วมรบแล้วล่ะ”

ในหมู่คนเหล่านั้น มีชายหนุ่มร่างสูงใหญ่คนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้หน้าโต๊ะ ใบหน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยมคางหมู ดวงตาเรียวยาว คิ้วหนาดก ออร่ากดดันไม่น้อย คนอื่น ๆ ล้วนกระจายตัวนั่งอยู่รอบ ๆ เขา ชายคนนั้นกวาดตามองอู๋เป่ยแล้วพูดว่า

“นายก็คือเด็กโอนกลางภาคที่เขาว่ามีเส้นสายคนนั้นใช่ไหม?”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ