“สวัสดีทุกคน ผมชื่ออู๋เป่ย เป็นผู้เรียนใหม่”
ซวีเหวินหู่ตั้งใจจะแนะนำทุกคนให้รู้จักกัน แต่พอเห็นสีหน้าของอีกฝ่ายก็ไม่กล้าเอ่ยอะไร ได้แต่ก้มหน้าเอ่ยเบา ๆ ว่า “ตรงนั้นมีเตียงว่างอยู่หนึ่งเตียง ยังไม่มีคนอยู่”
ด้านในสุดใกล้ห้องน้ำมีเตียงเดี่ยวหนึ่งเตียง บนเตียงกองของ杂 ๆ ไว้หลายอย่าง หัวเตียงยังวางถังขยะกับไม้ถูพื้นอีก
อู๋เป่ยเดินไปทางเตียงเดี่ยวนั่น กำลังจะเก็บกวาดของบนเตียง ชายหน้าตาเป็นเหลี่ยมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ก็เอ่ยขึ้นว่า “เฮ้ ของบนเตียงห้ามแตะ”
แต่อู๋เป่ยไม่หยุดมือ เขายกของบนเตียงไปวางบนโต๊ะตัวหนึ่งไม่ไกล โต๊ะนั้นว่างเปล่า พอดีใช้วางของได้
เห็นอู๋เป่ยไม่สนใจ คิ้วของหน้าตาเหลี่ยมก็ขมวดมุ่น “เจ้าหนู หูหนวกเหรอ ฟังไม่รู้เรื่องที่กูพูดหรือไง”
อู๋เป่ยหันไปมองเขา “เมื่อกี้พูดกับฉันเหรอ”
อีกฝ่ายยิ้มเย็น “ไม่พูดกับมึง แล้วกูจะพูดกับหมารึไง”
อู๋เป่ยดีดนิ้วเป๊าะหนึ่งที “อ้อ อย่างนี้นี่เอง ที่แท้มึงก็พูดภาษาหมาเป็นด้วย”
หน้าตาเหลี่ยมเดือดทันที เขาลุกพรวดขึ้นยืน พูดเสียงเย็นว่า “เห่า เห่า เห่า……”
พอเสียงหมาดังขึ้น สองสามคำ ทุกคนในห้องก็ชะงักงัน นี่มันอะไรเนี่ย? เจ้าหน้าตาเหลี่ยมเองก็ผงะไปเหมือนกัน เสียงนี่เขาเป็นคนเหรอ? เขาไม่ยอมเชื่อ ชี้หน้าอู๋เป่ยต่อ “เห่า เห่า เห่า……”
อู๋เป่ยปรบมือแปะ ๆ “ไม่เลว ๆ ภาษาหมามึงคล่องดีนะ”
หน้าตาเหลี่ยมเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ แววตาฉายแววกังวลวาบหนึ่ง จากนั้นก็ยกมือกำหมัดโค้งตัวคำนับอู๋เป่ยยาว ๆ
สีหน้าอู๋เป่ยนิ่งเฉย แต่ยังดีดนิ้วอีกครั้ง
หน้าตาเหลี่ยมสะดุ้งในใจ “ขอบคุณมากครับ!”
คนรอบข้างงงเป็นไก่ตาแตก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
หน้าตาเหลี่ยมเดินมาหยุดตรงหน้าอู๋เป่ย เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “ผมชื่อหยางกั๋วหาว เรื่องเมื่อกี้ ผมขอโทษคุณ”
อู๋เป่ยพูดเรียบ ๆ “ไม่เป็นไร คนอย่างนายก็แค่คนผ่านมาในชีวิตฉันแป๊บเดียว ฉันไม่คิดอะไรหรอก”
หยางกั๋วหาวหน้าแตกไม่น้อย เขารีบเรียกซวีเหวินหู่ที่ยังยืนนิ่งอยู่ให้เข้ามา แล้วถามว่า “พี่ชายคนนี้ชื่ออะไรเหรอ”
ซวีเหวินหู่รีบตอบทันที “เขาชื่ออู๋เป่ย”
หยางกั๋วหาวว่า “พี่อู๋ เมื่อกี้พี่ใช้วิชาลับใช่ไหม”
พอได้ยินคำว่า “วิชาลับ” ทุกคนในห้องใจกระตุกพร้อมกัน ใช้วิชาลับได้ งั้นอู๋เป่ยก็เท่ากับเป็นผู้แข็งแกร่งแดนลับ?
ต้องรู้ก่อนว่า ทั้งวิทยาลัยการทหารต้าซา มีผู้แข็งแกร่งแดนลับอยู่ไม่กี่คนしか,而且แต่ละคนล้วนได้รับสิทธิพิเศษทั้งนั้น!
อู๋เป่ยไม่ปฏิเสธ เพียงเอ่ยว่า “กล้าทำตัวกร่างขนาดนี้ ดูท่าหลังบ้านคงไม่ธรรมดา”
หยางกั๋วหาวรีบบอก “ก็ไม่ถึงกับหลังบ้านหรอกครับ น้องรองในกลุ่มอย่างผมมีลูกพี่ลูกน้องคนหนึ่ง เป็นรองผู้อำนวยการขั้นล่างของสถาบันการทหาร”
อู๋เป่ยว่า “ถึงว่า ถึงได้มีสิทธิ์กร่าง”
หยางกั๋วหาวยิ้มเจื่อน “พี่อู๋อย่าล้อผมเลยครับ”
พอดีมีคนเอาผ้าห่ม กะละมังล้างหน้าอะไรของอู๋เป่ยมาส่ง ซวีเหวินหู่กับหยางกั๋วหาวก็รีบช่วยกันขนของ
อู๋เป่ยนั่งอยู่ข้าง ๆ รอจนพวกเขาปูเตียงจัดของเรียบร้อย ถึงได้เอ่ยว่า “ขอบใจ”
หยางกั๋วหาวยิ้มแฉ่ง “พี่อู๋ พี่เก่งสุดในห้องแล้ว ต่อไปพี่ก็เป็นหัวหน้าหอพักของพวกเรา!”
ซวีเหวินหู่กับคนอื่น ๆ พยักหน้าหงึก ๆ ในที่แบบสถาบันการทหาร แทบทุกคนต่างก็มีเส้นสายมีภูมิหลังทั้งนั้น แต่พอเทียบกับผู้แข็งแกร่งแดนลับอย่างอู๋เป่ย พวกเส้นสายพวกนั้นแทบไม่เหลือความหมาย
อู๋เป่ยรับคำในลำคอเบา ๆ แล้วถามว่า “ทางสถาบันการทหาร ตอนกลางคืนมีฝึกไหม”
หยางกั๋วหาวตอบ “ไม่มีครับ กลางคืนเป็นเวลาว่าง แต่ออกจากสถาบันไม่ได้”
เขาหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก “ผู้จัดการโจว ยังมีห้องส่วนตัวไหมครับ อืม งั้นช่วยจัดห้องจักรพรรดิให้ผมห้องหนึ่ง พวกเรากำลังจะไปถึง”
พอวางสาย เขาก็ยิ้มบอกว่า “หัวหน้า งั้นต้องรบกวนหัวหน้าอีกที พาไปนครหลวงเลยนะครับ!”
อู๋เป่ยว่า “ได้”
มหานคร เป็นหนึ่งในสถานเริงรมย์ที่ใหญ่ที่สุดและหรูหราที่สุดของนครศักดิ์สิทธิ์ กระทั่งเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง ลูกหลานตระกูลผู้มีอำนาจทั้งหลาย ต่างก็พากันมาใช้บริการที่นี่แน่นขนัด แน่นอนว่า บอสของมหานครเองก็มีภูมิหลังไม่ธรรมดา ในบรรดาผู้ถือหุ้นยังมีเสด็จลุง ท่านอ๋อง และคนใหญ่คนโตคนอื่น ๆ รวมอยู่ด้วย
พื้นที่ของมหานครกว่าสองหมื่นหมู่ ภายในแบ่งเป็นเขตบันเทิงหลากหลาย หยางกั๋วหาวจะพาไปที่อาคารรวมชาติ ซึ่งเป็นเขตบริโภคระดับกลางของมหานคร
ภายในอาคารรวมชาติ มีสาวงามจากทั่วโลก ทุกสีผิว ทุกสไตล์ ทุกช่วงวัย เรียงรายให้เลือกสรร จึงกลายเป็นที่โปรดปรานของพวกคนมีเงินกับข้าราชการผู้ใหญ่ทั้งหลาย
แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายในอาคารรวมชาติไม่ถูกเลย ตกหัวหนึ่งคืนละเป็นล้านขึ้นไป! แต่ถึงอย่างนั้น หน้าอาคารรวมชาติก็ยังแน่นขนัด รถเข้าออกไม่ขาดสาย ผู้คนเดินสวนกันไม่หยุด
พอข้ามเข้ามาในเขตของมหานคร อู๋เป่ยถึงได้รู้ว่าที่นี่กว้างใหญ่ขนาดนี้ พอเข้าไปถึงอาคารรวมชาติ ผู้จัดการโจวก็รีบออกมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “คุณหยาง ห้องส่วนตัวเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วครับ……”
อู๋เป่ยถาม “ผู้จัดการโจว ผมเห็นข้างในเหมือนยังมีที่อื่นอีก เดี๋ยวพวกเราขอเดินดูรอบ ๆ ก่อน ค่อยกลับมาได้ไหม”
ผู้จัดการโจวหันไปมองหยางกั๋วหาว อีกฝ่ายรีบเสริมทันที “ใช่ครับ พวกเราขอเดินเล่นก่อน เดี๋ยวค่อยขึ้นไป”
พอออกจากประตูอาคารรวมชาติ หยางกั๋วหาวก็ถาม “หัวหน้า ไม่ถูกใจที่นี่เหรอครับ”
อู๋เป่ยว่า “มาถึงทั้งที ก็ต้องไปเล่นที่ดีที่สุดสิ”
หยางกั๋วหาวถึงกับเก้อ ๆ เขาถูมือพลางว่า “หัวหน้า ผมสารภาพตรง ๆ เลยนะครับ ข้างในก็มีที่ดีอยู่ แต่พวกผมกินไม่ถึง ที่นั่นเขาไม่รับเงินจากโลกฆราวาส รับแค่ตั๋วทองคำอย่างเดียว”
อู๋เป่ยถาม “ตั๋วทองคำคืออะไร”
หยางกั๋วหาวหยิบอะไรบางอย่างที่ขนาดพอ ๆ กับธนบัตรร้อยหยวนออกมาจากกระเป๋าสตางค์ เป็นสีทองล้วน ตัวหนังสือบรรทัดหนึ่งบนกระดาษโดดเด่นสะดุดตา เขียนว่า “一百万元” สี่ตัว
“หัวหน้า นี่แหละตั๋วทองคำ หนึ่งใบเท่ากับหนึ่งล้าน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...