เข้าสู่ระบบผ่าน

ยอดคุณหมอตาวิเศษ นิยาย บท 2671

เมิ่งซานกับผู้อำนวยการอ้วนสบตากันแวบหนึ่ง เมิ่งซานจึงพูดว่า “ได้ ปีแรกจ่ายสิบล้าน สองปีถัดไปก็ปีละสิบล้าน”

อู๋เป่ยว่า “ขอบคุณรองอธิการบดี”

เมิ่งซานพูดต่อ “อู๋เป่ย เรื่องนี้สถาบันติดหนี้เธออยู่ แต่ไม่ต้องกังวล สถาบันยังมีช่องทางทรัพยากรอื่นอีก ขอแค่เธอทำผลงานให้ดี สถาบันไม่มีวันปล่อยให้เธอเสียเปรียบหรอก”

อู๋เป่ยไม่พูด เขาไม่สนใจคำหวานลม ๆ แล้ง ๆ

เมิ่งซานยังพูดต่อ “ฉันรู้ว่าเธอเป็นผู้อาวุโสของไท่หวงเจี้ยว ที่เธอยอมเข้าสังกัดวิทยาลัยราชวงศ์ถือเป็นเกียรติของสถาบันเรา ฉันเดาว่าในใจลึก ๆ เธอคงไม่เห็นค่าการมีอยู่ของวิทยาลัยราชวงศ์เท่าไหร่ ที่มาอยู่ที่นี่ก็แค่เพราะอยากเข้าไปในดินแดนต้องห้ามโบราณ ฉันพูดถูกไหม?”

อู๋เป่ยคิดอย่างนั้นจริง ๆ เพียงแต่พูดออกไปไม่ได้ ต้องรักษาน้ำใจรองอธิการบดีคนนี้ไว้บ้าง

เขายังไม่ทันตอบ เมิ่งซานก็เอ่ยขึ้นอีก “คิดแบบนั้นก็ไม่แปลกอะไร ยังไงวิทยาลัยราชวงศ์ก็เป็นแค่สำนักการบำเพ็ญเพียรในโลกฆราวาสเท่านั้น แต่ถ้าเธอคิดแค่นั้นล่ะก็ ผิดมหันต์เลย โลกฆราวาสจะเป็นแกนกลางของสรรพโลกได้ มีเหตุผลอยู่มากมาย ฉันจะพูดให้ฟังแค่ข้อเดียว ไม่รู้ว่าเธอเคยได้ยินคำว่าศาสตร์ต้องห้ามไหม?”

หัวใจอู๋เป่ยสะท้านเล็กน้อย เขาว่า “ผมรู้ว่าในดินแดนต้องห้ามโบราณ เหมือนจะมีศาสตร์ต้องห้ามอยู่”

เมิ่งซานพยักหน้า “นั่นก็เป็นแค่ด้านหนึ่ง ดินแดนต้องห้ามโบราณจริง ๆ แล้วมาจากโลกกว้างใหญ่อีกแห่งหนึ่ง เราเรียกมันว่าทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์ ทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์ยิ่งใหญ่และกว้างขวางนัก สิบแดนสวรรค์อมตะที่เธอรู้จัก พอเอาไปเทียบกับมันแล้วแทบไม่ติดตา ส่วนโลกฆราวาส ก็คือดินแดนที่เชื่อมทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์กับโลกแห่งเซียนเข้าด้วยกัน”

สีหน้าของอู๋เป่ยไม่เปลี่ยน “ในเมื่อมีทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์อยู่จริง ทำไมคนที่นี่กลับไม่เคยรู้เลย?”

เมิ่งซานตอบเรียบ ๆ “ไม่ใช่ว่าไม่มีใครรู้ แต่ความทรงจำและบันทึกทุกอย่างที่เกี่ยวกับทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจส่งต่อได้ อย่างตอนนี้เธอกับฉันรู้เรื่องทั้งหมดนี้อยู่ แต่พอผ่านไปอีกหลายปี เราก็จะลืมไปเอง ลูกหลานของเรายิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย”

อู๋เป่ยขมวดคิ้ว “ทำไม?”

“โลกมนุษย์ เป็นโลกที่แตกแขนงจากทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์ มันกับทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์เปรียบเหมือนฝาแฝดที่ถือกำเนิดขึ้นในเจิ้นตั้น มีผู้ทรงปัญญาบางคนในทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์ทลายกำแพงมิติ เดินทางเข้ามายังโลกฆราวาส แล้วดัดแปลงวิธีฝึกตนแบบดั้งเดิม ก่อตั้งวิถีเซียนขึ้นที่นี่”

คำอธิบายนี้ต่อให้ฟางลี่เองยังไม่เคยพูดถึง อู๋เป่ยถึงกับใจสั่น รองอธิการบดีคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริง ๆ

เมิ่งซานมองอู๋เป่ย รอยยิ้มคล้ายยิ้มก็ไม่เชิง แล้วกวาดสายตามองไปทางผู้อำนวยการอ้วนแวบหนึ่ง

ผู้อำนวยการอ้วนลุกขึ้นในตอนนั้น “พวกคุณคุยกันเถอะ ผมไปทำงานต่อก่อน” พูดจบก็เดินออกจากห้องรับแขก พร้อมปิดประตูให้

เมิ่งซานลุกขึ้นพูดว่า “ตามฉันไปที่ห้องทำงาน”

อู๋เป่ยลุกตามเมิ่งซานเข้าไปยังประตูอีกบาน หลังประตูเป็นพื้นที่สำนักงาน ผนังด้านหน้ามีภาพวาดบุคคลแขวนอยู่ รูปชายคนในภาพดูสุภาพสำรวมและใจดี สวมผ้าโพกศีรษะแบบขงจื๊อ มือถือคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่ง ยืนอยู่บนยอดภูเขา มองเหม่ยไปยังแดนไกล

พอเข้ามา เมิ่งซานปิดประตูด้วยตัวเอง แล้วลงกลอนจากด้านใน จากนั้นเดินไปที่โต๊ะทำงาน สีหน้ากลายเป็นจริงจังถามว่า “อู๋เป่ย อีกเดี๋ยวฉันจะให้เธอดูบางอย่าง พอดูแล้ว เธอจะกลายเป็นศิษย์แกนหลักของสถาบัน ผูกพันกับวิทยาลัยราชวงศ์ตลอดชีวิต ถ้าเธอไม่ยินดี ตอนนี้ก็ออกไปเลย อยู่เป็นผู้เรียนธรรมดาไปจนจบการศึกษา”

อู๋เป่ยกระพริบตาสองที แล้วถาม “ของที่รองอธิการบดีจะให้ผมดู มันช่วยผมได้ไหมครับ?”

เมิ่งซานพยักหน้าอย่างจริงจัง “มีประโยชน์มากแน่นอน เธอไม่เสียใจทีหลังหรอก”

อู๋เป่ยยังถามต่อ “ที่บอกว่าผูกพันลึกซึ้ง หมายความว่ายังไงครับ?”

“เธอต้องคุ้มครองความปลอดภัยและเกียรติภูมิของวิทยาลัยราชวงศ์ แน่นอน วิทยาลัยราชวงศ์ก็จะคุ้มครองเธอเหมือนกัน และมอบเกียรติภูมิให้เธอ”

อู๋เป่ยนิ่งไปหลายวินาที ก่อนจะพูดหนักแน่นว่า “ผมอยากดูของชิ้นนั้น”

เมิ่งซานเหมือนถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อย “ตลอดหนึ่งพันปีที่ผ่านมา เธอเป็นคนแรกที่ทำให้สถาบันยอมเปิดเผยความลับ”

พูดจบ นางยื่นมือกดลงไปบนชั้นหนังสือ ทันใดนั้นพื้นที่รอบชั้นหนังสือก็บิดเบี้ยว กลายเป็นม่านพลังวงกลม ด้านในประตูเป็นภาพอีกโลกหนึ่ง ในหุบเขาที่งดงาม มีอาคารสีเทาสามชั้นตั้งอยู่หนึ่งหลัง บนลานราบหน้าตึกมีเสือโคร่งลายทองตาแดงตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่ อยู่ ๆ เสือโคร่งตัวนั้นก็ลืมตา มองตรงมาทางอู๋เป่ยอย่างจ้องเขม็ง กลิ่นอายโบราณดึกดำบรรพ์ถาโถมเข้ามา ราวกับปลุกความทรงจำบางอย่างในสายเลือดของอู๋เป่ยให้ตื่นขึ้น

เมิ่งซานยิ้ม “เธอจะได้รับสิทธิ์ในการใช้ประตูศักดิ์สิทธิ์ สามารถเดินทางไปมาระหว่างทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์กับโลกฆราวาสได้อย่างอิสระ ทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์มีของอยู่มากมาย เป็นสิ่งที่พวกเราใฝ่ฝันอยากได้ ในทำนองเดียวกัน ที่นี่ของเราก็มีอีกหลายอย่างที่ทวีปโบราณศักดิ์สิทธิ์ขาดแคลน”

อู๋เป่ยเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ทันที เขาถามอย่างสงบ “รองอธิการบดีหมายความว่า ต่อไปเราสามารถทำการค้ากันได้ใช่ไหมครับ?”

เมิ่งซานยิ้ม “สมกับเป็นเทียนเฉียวแห่งยุคนี้ แค่พูดนิดเดียวก็เข้าใจทะลุหมด ครั้งล่าสุดที่ประตูศักดิ์สิทธิ์เปิด ยังเป็นเมื่อเกือบหนึ่งพันสามร้อยปีก่อน ตอนนั้นประตูศักดิ์สิทธิ์ยังไม่อยู่ในมือวิทยาลัยราชวงศ์ น่าเสียดายก็แต่ ยอดคนผู้นั้นที่ได้สิทธิ์ใช้ประตูศักดิ์สิทธิ์ อยู่ได้ไม่ถึงสิบปีก็ล้มตายไป นับแต่นั้นประตูศักดิ์สิทธิ์จึงไม่เคยเปิดอีกเลย จนถึงตอนนี้”

“รองอธิการบดีคิดว่าผมเปิดมันได้หรือครับ?” อู๋เป่ยถาม

เมิ่งซานว่า “ผลงานของเธอน่าตกตะลึงมาก ฉันไม่กล้าพูดว่าข้ามกาลนับหมื่นปี แต่ภายในต้าซา ไม่มีใครก้าวข้ามเธอได้”

หัวใจอู๋เป่ยเต้นแรง เขารู้ดีว่าหากเปิดประตูศักดิ์สิทธิ์ได้ ผลประโยชน์ที่เขาจะได้รับนั้นนับไม่ถ้วน

“ผมจะทุ่มสุดตัวครับ” เขาพูด

เมิ่งซานพยักหน้า “ดี เธอไปทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในสถาบันก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาหาฉันอีกที”

“ครับ” อู๋เป่ยขอตัวลาออกไป

ไม่นานหลังจากเขาเดินออกไป ชายในภาพวาดก็เหมือนมีชีวิตขึ้นมา หันตัวพูดขึ้นว่า “เสี่ยวซาน เจ้าคิดว่าเด็กคนนี้ทำได้จริง ๆ หรือ?”

เมิ่งซานตอบ “ปู่คะ ผลงานของเขาน่าตกใจเหลือเกิน ถ้าแม้แต่เขายังทำไม่ได้ เราก็คงต้องเลิกหวังกันเสียที”

สุภาพบุรุษผู้ทรงปัญญาถอนหายใจยาว “พันกว่าปีเข้าไปแล้ว ไม่รู้ว่าทางโน้นเป็นอย่างไรบ้าง คนของเราที่ยังรออยู่ จะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า”

แววตาเมิ่งซานหม่นลงไปชั่วขณะ ก่อนจะแข็งกร้าวขึ้นมา นางเอ่ยเสียงต่ำ “ไม่ว่าจะยังไง พวกเราก็ต้องกลับไปให้ได้!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ