อู๋เป่ยเอ่ยว่า “ใช้ผ้าดำปิดตา ตัดขาดการมองเห็นทั้งหมด ใช้อะไรสักอย่างอุดหู ตัดเสียงทุกอย่างออกไป ปล่อยใจให้ผ่อนคลาย เปิดประตูใจให้กว้าง ไม่ต่อต้านผืนฟ้าผืนดินตรงหน้า!
“ถึงจะทำไม่ได้ก็ต้องพยายามให้ถึงที่สุด แค่กล้าลอง ย่อมต้องมีอะไรสักอย่างตอบแทน!”
เมื่อได้ฟังดังนั้น ทุกคนก็พยักหน้าสุดแรง แล้วทำตามที่เขาบอกทีละอย่าง
อู๋เป่ยสูดลมหายใจลึก นั่งขัดสมาธิบนโขดหินกลม ตาไม่เห็น หูไม่ฟัง ใจไม่คิด ทุกสิ่งล้วนว่างเปล่า
การทำเช่นนี้ไม่ง่ายเลย ทว่าหลากหลายวิธีผุดขึ้นมาในหัวเขาอย่างรวดเร็ว เขาแทบจะเข้าสมาธิได้ในพริบตา ก้าวสู่ภาวะไร้ตัวตนไร้สรรพสิ่ง ราวกับตัวเขาเองแปรเป็นส่วนหนึ่งของโลกนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเจิ้นตั้น
ในขณะนั้นเอง ฟักทองทองคำบนตัวอู๋เป่ยพลันฉายแสงสีทองออกมา เสกสร้างแท่นดอกบัวสีทองบนโขดหิน แท่นดอกบัวนั้นประดับด้วยอักขระยันต์ประหลาด และเหนือศีรษะอู๋เป่ยก็ปรากฏหอคอยทองคำหนึ่งหลัง
หอคอยทองคำดูดซับพลังแห่งเต๋าที่กระจายอยู่ระหว่างฟ้าดินไม่หยุด พลังเหล่านั้นถูกมันกลั่นขัดแล้วส่งกลับเข้าไปในร่างของอู๋เป่ย ลอบเปิดเส้นทางแห่งเต๋าในร่างเขาทีละเส้น โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยสักนิด
เวลานี้หูตาใจของอู๋เป่ยล้วนสงบว่าง เขาอยู่ในสภาวะโปร่งโล่งดุจไร้สิ่งยึดติด
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป หูเสี่ยวเฉียวพยายามเต็มความสามารถแล้วก็ยังไม่อาจลืมตนลืมสิ่งของได้ สิบนาทีเศษก็ต้องลืมตาขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ในใจมีแววเสียดายเล็กน้อย ภายในร่างของนางเปิดเส้นทางแห่งเต๋าขึ้นมาสองเส้น เป็นเส้นเหลืองหนึ่งเส้น เส้นขาวหนึ่งเส้น จากนั้นก็เห็นภาพที่เกิดขึ้นบนร่างอู๋เป่ยเข้าพอดี ดวงตาจึงเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ผ่านไปอีกไม่กี่นาที เถียนเหมยเหมยก็ลืมตา ใบหน้ามีรอยยิ้มระบายออกมา เพราะนางเปิดเส้นทางแห่งเต๋าได้ถึงสามเส้น สองเส้นเป็นเส้นเหลือง อีกหนึ่งเส้นเป็นเส้นม่วง ถัดจากนั้นสีหน้าของนางก็ไม่ต่างจากหูเสี่ยวเฉียว จ้องมองไปยังอู๋เป่ยด้วยความตกใจ
หลิงปู้เฟยเป็นคนที่ทนได้ยืดยาวที่สุด นางนั่งนิ่งอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง แม้จะมีเวลาเพียงแค่นั้น แต่สิ่งที่ได้รับกลับไม่น้อยเลย รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าของนาง รอบนี้ภายในร่างของหลิงปู้เฟยเพิ่มเส้นทางแห่งเต๋าขึ้นมาถึงสี่เส้น เป็นเส้นม่วงสองเส้น เส้นเหลืองสองเส้น
หญิงทั้งสามสบตากัน สีหน้าแตกต่างกันไป แม้จะยังไม่รู้บทบาทที่แท้จริงของเส้นทางแห่งเต๋าเหล่านี้ แต่สัญชาตญาณบอกพวกนางอย่างชัดเจนว่า เส้นทางแห่งเต๋าสำคัญอย่างยิ่ง!
หลิงปู้เฟยมองอู๋เป่ยที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงทองทั่วร่างแล้วถอนหายใจ “เปรียบคนกับคนแล้วอยากตายจริง ๆ แค่ดูทีท่าของคุณชายอู๋ ก็รู้แล้วว่าประโยชน์ที่เขาได้รับมากกว่าเราร้อยเท่าพันเท่า!”
ดวงตาทั้งคู่ของเถียนเหมยเหมยส่องประกาย นางเอ่ยชม “ศิษย์พี่เก่งเกินไปแล้ว! แต่ไม่รู้เลยว่าการเปลี่ยนแปลงในร่างของพวกเรามันหมายถึงอะไรแน่”
หลิงปู้เฟยทำท่าครุ่นคิดแล้วพูดว่า “ได้ยินมาว่าผู้บำเพ็ญทุกคนที่เข้าสู่ดินแดนต้องห้ามโบราณ ต่างมีโอกาส ‘กลายพันธุ์’ อยู่ระดับหนึ่ง แล้วท้ายที่สุดก็วิวัฒนาการขึ้น ทว่าความกลายพันธุ์ของผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่มีน้อยมาก แต่ก็มีอยู่ราวสองถึงสามเปอร์เซ็นต์ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงชัดเจน โดยที่ชัดที่สุดก็คือ การเปิดเส้นทางพิเศษขึ้นมาภายในร่าง!”
ได้ฟังเช่นนั้น เถียนเหมยเหมยก็เบิกตาโพลง “พี่เฟย หมายถึงเส้นทางประหลาดที่โผล่ขึ้นมาในร่างฉันนั่นน่ะเหรอ?”
หลิงปู้เฟยพยักหน้าเบา ๆ “ในร่างพี่เองก็มี แถมไม่ใช่แค่เส้นเดียว ตามคำเล่าลือยิ่งมีเส้นทางพิเศษมากเท่าไร อนาคตก็ยิ่งมีโอกาสประสบความสำเร็จสูงเท่านั้น!”
ทันใดนั้น หญิงสาวทั้งสามก็หันไปมองอู๋เป่ยอีกครั้ง เขายังคงถูกแสงทองคลุมตัว ท่าทางสงบขรึมราวรูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ในใจพวกนางล้วนหวาดหวั่น เขาจะเปิดเส้นทางพิเศษได้กี่เส้นกันแน่?
หนึ่งชั่วโมง... สองชั่วโมง... สามชั่วโมง!
อู๋เป่ยยังคงไร้ความเคลื่อนไหว ทว่าแสงทองนอกกายกลับยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับพลังแห่งเต๋าทั้งหมดในดินแดนต้องห้ามโบราณกำลังหลั่งไหลมารวมกัน แล้วถูกดูดเข้าไปในหอคอยทองคำนั้น
สามสาวไม่รู้เลยว่า เวลานี้ในมิติจัดเก็บของ ศีรษะของฟางลี่กำลังเบิกตากว้าง จ้องเขม็งอยู่ที่กระจกบานหนึ่ง


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยอดคุณหมอตาวิเศษ
เรื่องนี้ไม่มีเปิดให้อ่านฟรีประจำวันแล้วเหรอครับ *-*...
ทำไมบางตอนถึงสั้นจังครับ...
เสียตังด้วยออ...
ก็แค่นิยายก๊อปปี้เนื้อเรื่องกันไปมาทำไมต้องเสียตังอ่าน😛😛😛...
ชอบอ่านฟรีมากกว่า555...
เวปนี้เสียเงินด้วยหรือผมอ่านมาหลายเรื่องแล้วผึ่งมาเจอระยะหลังต้องเสียเงิน...
น่าจะมีหักทาง ทรูมันนี่วอเล็ตบ้างนะคับ...
ใครเคยเติมบ้างแล้วครับ เติมแล้วเป็นอย่างไรบ้าง...
แล้วเติมเหรียญยังงัย...
อ่านมาเพิ่นๆหลังๆมาเสียตังซะแล้ว...