เข้าสู่ระบบผ่าน

ยามดอกวสันต์ผลิบาน นิยาย บท 430

การกระทำ​เล็กๆ น้อยๆ​ ของ​โจว​เสาจิ่น​นั้น​ผู้อื่น​ไม่ได้​สังเกตเห็น​ แต่​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​ที่​เฝ้าสังเกต​นาง​อยู่​ตลอด​นั้น​เห็น​อย่าง​ชัดเจน​

นาง​ถอนหายใจ​ยาว​ออกมา​ครั้งหนึ่ง​อย่า​งอด​ไม่ได้​ ยังคง​ไม่สนใจ​โจว​เสาจิ่น​เช่น​เดิม​ ยิ้ม​พลาง​สนทนา​กับ​ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​และ​คนอื่นๆ​

โจว​เสาจิ่น​รู้สึก​ว่า​ตน​ควรจะเป็น​คน​เริ่ม​กล่าว​ทักทาย​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​ก่อน​ถึงจะถูก​ แต่​เมื่อ​มอง​ดวงตา​แสน​เย็นชา​ของ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​แล้ว​ ความกล้า​ที่​นาง​รวบรวม​ขึ้น​มาอย่าง​ยากเย็น​นั้น​ก็​คล้าย​กับ​ลูกหนัง​ที่​ถูก​กระทุ้ง​ต่อย​จน​เป็น​รู​ ค่อยๆ​ มลาย​เลือนหาย​ไป​ทีละเล็กทีละน้อย​ภายใต้​สายตา​เมินเฉย​ของ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​

จะทำ​อย่างไร​ดี​

โจว​เสาจิ่น​รู้สึก​กระอักกระอ่วน​เล็กน้อย​

ราวกับว่า​นาง​ได้​ย้อนกลับ​ไป​ชาติก่อน​ใน​วันที่​ถูก​หยวน​ซื่อ​ปลุกปั่น​จน​ถูก​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​เมินเฉย​อย่าง​ไม่ไยดี​ใน​วันนั้น​

โจว​เสาจิ่น​ตัวสั่น​ไป​ทั้ง​ร่าง​อย่าง​ห้าม​ไม่อยู่​ มือ​จึงยิ่ง​บิด​เข้าหา​กัน​แน่น​ ทว่า​กล่าวย้ำ​เตือน​ตัวเอง​อยู่​ใน​ใจไม่หยุด​ว่า​ ชาติก่อน​ก็​คือ​ชาติก่อน​ ชาติ​นี้​ก็​คือ​ชาติ​นี้​ และ​ท่าน​น้า​ฉือ​ก็​มิใช่เฉิงสวี่​ แต่​ความสัมพันธ์​ระหว่าง​นาง​และ​ท่าน​น้า​ฉือ​อยู่​ใน​ภาวะ​ที่​กลืนไม่เข้าคายไม่ออก​ จึงเป็นไปไม่ได้​ที่​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​จะโปรดปราน​นาง​เหมือน​เมื่อ​ก่อ​น.​..

ผ่าน​ไป​ครู่ใหญ่​ อารมณ์​ของ​นาง​ถึงได้​ค่อยๆ​ สงบ​ลงมา​ เมื่อ​รวบรวม​ความกล้า​ได้​มาก​พอแล้ว​ ตอนที่​สาวใช้​เด็ก​เข้ามา​เติม​น้ำชา​ให้​พวก​นาง​นั้น​จึงไป​รับ​น้ำร้อน​จาก​มือ​ของ​สาวใช้​เด็ก​มา ริน​น้ำชา​ให้​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​ใหม่​แล้ว​ยก​ไป​วาง​ข้างๆ​ มือ​ของ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​

ทว่า​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​กลับ​ไม่มอง​โจว​เสาจิ่น​เลย​แม้แต่​นิดเดียว​ ยังคง​สนทนา​กับ​ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​ต่อ​ “…ตอนนั้น​นาง​เกือบจะ​แต่ง​เข้า​ตระกูล​เซิน​ที่​จิน​ห​ลิง​แล้ว​ แต่​ผู้ใด​จะรู้​ว่า​ตอนที่​ทั้งสอง​ตระกูล​ยัง​ไม่ทัน​ได้​พูดคุย​ถึงเรื่อง​นี้​อย่าง​เป็นทางการ​นั้น​ คุณชาย​เซิน​ผู้​นั้น​ก็​จมน้ำ​เสียชีวิต​ไป​ก่อน​ งานแต่ง​ของ​น้า​สิบ​สี่ของ​เจ้าก็​เลย​ล่าช้า​อยู่​หลาย​ปี​ ตอนนี้​ได้ยิน​เจ้าบอก​เช่นนี้​ แม้นาง​จะแต่ง​ไป​อยู่​ที่​บ้านเกิด​ ทว่า​สามีเคารพ​บุตร​กตัญญู​ มีชีวิต​เป็นที่​น่าพึงพอใจ​เป็น​อย่างยิ่ง​ ก็​ถือได้ว่า​ชีวิต​ของ​นาง​เป็น​ดั่ง​ถนน​แห่ง​ความสำเร็จ​ที่​โรย​ด้วย​ขวากหนาม​แล้ว​!”

คน​ที่​พวก​นาง​กำลัง​กล่าวถึง​คือ​ท่าน​น้า​ของ​ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​

โจว​เสาจิ่น​ฟังจาก​น้ำเสียง​ของ​พวก​นาง​แล้ว​ ท่าน​น้า​สิบ​สี่ของ​ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​และ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​ค่อนข้าง​สนิทสนม​กัน​อยู่​บ้าง​

นาง​ก้มหน้าก้มตา​ลง​

เข้าใจ​อย่าง​ลึกซึ้ง​ถึงถ้อยคำ​ที่​บิดา​เคย​กล่าว​แล้ว​

ตระกูล​โจว​ช่างเรียบง่าย​และ​ธรรมดา​สามัญยิ่ง​

แล้วก็​เข้าใจ​อย่าง​ลึกซึ้ง​ถึงความ​ไร้​ซึ่งทางเลือก​ของ​บิดา​แล้ว​

เดิมที​โจว​เสาจิ่น​ก็​มิใช่คน​ที่​เก่ง​เรื่อง​ใช้มารยา​อยู่แล้ว​ เมื่อ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​เจตนา​ที่จะ​เมินเฉย​เย็นชา​ใส่นาง​ นาง​เอง​ก็​ไม่รู้​ว่า​จะไป​ทุบ​ทำลาย​ทางตัน​นั้น​อย่างไร​ จึงเพียง​ถอย​ออกมา​ แล้วไป​นั่ง​ฟังพวก​นาง​คุย​กัน​อยู่​ตรง​มุมห้อง​ต่อไป​

ชิว​ซื่อ​ผู้​เป็น​ฮูหยิน​รอง​เว่ย​กลับ​ชื่นชอบ​เด็กสาว​ราว​ดอกไม้​ที่​เห็น​แล้ว​ทำให้​คน​รู้สึก​สำราญใจ​ยิ่ง​ผู้​นี้​เป็นอย่างมาก​

นาง​กระซิบ​บอก​ให้​สาวใช้​ที่​ปรนนิบัติ​อยู่​ข้างๆ​ นำ​ผลไม้​เข้ามา​เพิ่ม​อีก​จาน​หนึ่ง​ จากนั้น​วาง​ลง​บน​โต๊ะ​น้ำชา​ข้าง​โจว​เสาจิ่น​ ยิ้ม​พลาง​เอ่ย​เสียง​ค่อย​ว่า​ “น่าเบื่อ​มาก​ใช่หรือไม่​ เวลา​พวก​ผู้ใหญ่​คุย​กัน​ก็​มักจะ​เป็น​เช่นนี้​ เจ้าอดทน​อีก​สักหน่อย​ กิน​ผลไม้​ไป​ก่อน​ ใกล้​จะถึงเวลา​รับประทาน​มื้อ​เที่ยง​แล้ว​ ช่วง​บ่าย​จะมีการแสดง​ด้วย​”

ยัง​เตรียม​การแสดง​เอาไว้​ด้วย​!

โจว​เสาจิ่น​รู้สึก​ประหลาดใจ​เล็กน้อย​

เมื่อ​ตก​อยู่​ภายใต้​ความ​เย็นชา​ของ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​ ความ​เอื้ออารี​นี้​จึงยิ่ง​ทำให้​รู้สึก​อบอุ่น​หัวใจ​มากขึ้น​

นาง​ยิ้ม​พลาง​กล่าว​ขอบคุณ​ฮูหยิน​รอง​เว่ย​

รอยยิ้ม​สงบ​ดุจ​จันทรา​ทำให้​ฮูหยิน​รอง​เว่ย​ตาพร่า​ ชะงัก​ไป​ชั่วขณะ​ถึงได้​หันไป​ยิ้ม​ให้​นาง​ แล้ว​กลับ​ไป​ยัง​ที่นั่ง​ของ​ตน​

มีสาวใช้​เด็ก​วิ่ง​เข้ามา​ เอ่ย​ขึ้น​อย่าง​ยิ้มแย้ม​เบิกบาน​ว่า​ “ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​ ฮูหยิน​รอง​เจ้าคะ​ กู​ไห​น่​ไน​ใหญ่​ กู​ไห​น่​ไน​รอง​และ​กู​ไห​น่​ไน​สามมาเจ้าค่ะ​”

พวก​เฉิงเจิงก็​เลือก​กลับมา​วันนี้​เช่นกัน​หรือ​

ถึงว่า​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​เชิญคน​เข้ามา​ทำ​การแสดง​

โจว​เสาจิ่น​และ​คนอื่นๆ​ ออก​ไป​ต้อนรับ​

เฉิงเจิงสวม​ชุด​สีน้ำเงิน​ไพลิน​ทั้งตัว​ ทำ​ผม​ทรง​ดอก​โบตั๋น​ ปัก​ปิ่นปักผม​ทองคำ​แท้​ฝังทับทิม​ ดู​สง่าผ่าเผย​ เฉิงเซียว​สวม​เสื้อกั๊ก​ปี๋​เจี่ย​สีแดงเข้ม​ เกล้าผม​เป็น​มวย​กลม​ ปัก​ปิ่น​มรกต​ดอกไม้​ รอยยิ้ม​เป็นกันเอง​ ส่วน​เฉิงเซิงสวม​ชุด​เพ่​ยจื่อ​สีเขียว​อ่อน​ เกล้าผม​เป็น​มวย​เฉียง​ประดับ​ด้วย​ดอกบัว​บาน​ดอก​หนึ่ง​ ดู​น่ารัก​ซุกซน​

ทั้ง​สามเดิน​เข้ามา​อย่าง​ยิ้มแย้ม​ยินดี​ ดู​คล้าย​กับ​ภาพวาด​คน​งามภาพ​หนึ่ง​

ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​เอ่ยปาก​ชมขึ้น​มาเป็น​คน​แรก​ “บ้าน​ของ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​ช่างให้กำเนิด​คน​งามออกมา​ทั้งนั้น​จริงๆ​! ดู​กู​ไห​น่​ไน​ทั้ง​สามท่าน​นี้​สิเจ้าคะ​ ทำให้​ผู้คน​มอง​จน​ตาค้าง​ไป​หมด​แล้ว​!”

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​หัวเราะ​ร่า​

เฉิงเจิงพา​น้องสาว​ทั้งสอง​คน​ก้าว​ออกมา​ทำความเคารพ​ทุกคน​ กล่าว​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “ท่าน​ก็​ชมเกินไป​แล้ว​เจ้าค่ะ​! เมื่อ​สอง​วันก่อน​ข้า​เจอ​อา​เซวียน​ที่​บ้าน​ของ​ท่าน​รองหัวหน้า​สำนัก​สารบรรณ​กลาง​เห​อ​ ทั้ง​งดงาม​และ​เฉลียวฉลาด​ นั่น​ต่างหาก​ถึงจะเป็น​คน​งามที่​แท้จริง​!”

บิดา​ของ​ฟางเซวียน​เป็น​น้องชาย​ร่วมอุทร​ของ​ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​

ส่วน​ท่าน​รองหัวหน้า​สำนัก​สารบรรณ​กลาง​เห​อ​นั้น​คือ​เห​อเมี่ยนจือ​ผู้​เป็น​พ่อ​ภรรยา​ของ​เฉิงเก้า​นั่นเอง​

หลังจาก​ออกจาก​ไว้ทุกข์​ก็​ได้รับ​ความช่วยเหลือ​จาก​เฉิงจิง หน้าที่​การงาน​ใน​ราชสำนัก​ดีขึ้น​อีก​หนึ่ง​ขั้น​ ได้​เป็น​รองหัวหน้า​ของ​สำนัก​สารบรรณ​กลาง​

ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​รีบ​กล่าว​ยิ้ม​ๆ ว่า​ “นาง​ซุกซน​ยิ่งนัก​ จะเทียบ​กับ​ความสง่างาม​ของ​พวก​เจ้าได้​อย่างไร​”

ทุกคน​สนทนา​แลกเปลี่ยน​กัน​สอง​สามประโยค​

ก็​มีสาวใช้​เด็ก​วิ่ง​เข้ามา​อีกครั้ง​ เอ่ย​ขึ้น​ว่า​ “ฮูหยิน​ใหญ่​ตระกูล​ฟางพา​คุณหนู​หก​ตระกูล​ฟางมาหา​เจ้าค่ะ​”

ฟางเซวียน​หรือ​!

โจว​เสาจิ่น​ขมวดคิ้ว​มุ่น​

ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​กลับ​ยิ้ม​ออกมา​ กล่าว​ขึ้น​ว่า​ “พูดถึง​โจโฉ โจโฉก็​มาจริงๆ​”

เฉิงเจิงไม่กล่าว​อะไร​

เมื่อ​ครู่​นาง​สังเกตเห็น​ความประหลาดใจ​สาย​หนึ่ง​วาบ​ผ่าน​นัยน์ตา​ของ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​

หรือว่า​ฮูหยิน​ใหญ่​ฟางจะมาเอง​โดย​มิได้​รับเชิญ​?

เฉิงเจิงถอยหลัง​สอง​สามก้าว​ ทำตัว​เป็น​ผู้น้อย​ยืน​อยู่​หลัง​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​

ทว่า​ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​กลับ​รอ​ครู่หนึ่ง​แล้ว​ออก​ไป​ต้อนรับ​

นาง​เอ่ยปาก​กล่าว​อย่าง​เย็นชา​ว่า​ “เสาจิ่น​ เจ้าชอบ​เจ้าสี่ใช่หรือไม่​!”

โจว​เสาจิ่น​เงยหน้า​ขึ้น​มาด้วย​ความ​ตกตะลึง​ ดวงตา​ดอก​ท้อ​ที่​เบิกโพลง​นั้น​สะท้อน​อยู่​ใน​กระจก​

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​หยิบ​ผ้า​ที่​วาง​อยู่​ข้างๆ​ กระจก​ขึ้น​มา เช็ดมือ​ไป​ด้วย​ขณะ​หมุน​กาย​กลับมา​ กล่าว​ขึ้น​ว่า​ “ข้า​เห็น​เจ้าเป็น​ดั่ง​หลานสาว​ ข้า​โปรดปราน​ที่​เจ้าเป็น​หลานสาว​ของ​ข้า​ ย่อม​จะให้​เจ้าตบแต่ง​ออก​ไป​อย่าง​มีเกียรติ​ แต่​ถ้าหาก​เจ้ามาเป็น​บุตร​สะใภ้ของ​ข้า​ ทำให้​บุตรชาย​ของ​ข้า​ต้อง​แบกรับ​ข้อกล่าวหา​ที่ว่า​ล่อลวง​หลานสาว​ผู้​หนึ่ง​เอาไว้​บน​หลัง​ตลอดชีวิต​ ข้า​ไม่อาจ​ยอม​รับได้​”

โจว​เสาจิ่น​ก้มหน้าก้มตา​ลง​ ดู​กระวนกระวาย​

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​แสยะ​ยิ้ม​พลาง​กล่าว​ “เจ้าสี่ให้​เจ้าแสร้ง​ทำเป็น​หูหนวกตาบอด​ไม่รู้เรื่อง​อะไร​ทั้งสิ้น​ใช่หรือไม่​ ข้า​เป็น​คนเลี้ยง​เขา​มา ข้า​จะไม่รู้​ว่า​เขา​มีความสามารถ​เช่นไร​อย่างนั้น​หรือ​ ความสามารถ​ของ​เขา​เหล่านั้น​ ก็​เอาไว้​จัดการ​กับ​พวก​พ่อบ้าน​และ​หลงจู๊​ข้างนอก​เหล่านั้น​ ยัง​เป็น​สิ่งที่​ทำให้​ผู้อื่น​เรียกขาน​เขา​อย่าง​เคารพ​ว่า​นาย​ท่าน​สี่ตระกูล​เฉิง”

โจว​เสาจิ่นรี​บก​ล่า​ว​ขึ้น​ว่า​ “มิใช่เจ้าค่ะ​ มิใช่…”

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​ไม่รอ​ให้​นาง​พูด​จบ​ ก็​โยน​ผ้า​ทิ้ง​ลง​ไป​บน​หน้า​กระจก​ เอ่ย​เสียง​เคร่ง​ว่า​ “เสาจิ่น​ เจ้ารู้​หรือไม่​ว่า​ฮูหยิน​ใหญ่​ฟางมาหา​ข้า​ด้วย​เรื่อง​อัน​ใด​ เจ้าสี่อยาก​จะแต่ง​กับ​เจ้า จึงยุยง​ให้​หยวน​ซื่อ​แยก​ตระกูล​ ท่าน​ผู้นำ​ตระกูล​จวน​รอง​เสนอ​ขึ้น​มาว่า​จวน​หลัก​ต้อง​จ่าย​เงิน​ให้​จวน​รอง​สามล้าน​เหลี่ยง​ จวน​รอง​ถึงจะบอก​คนภายนอก​ว่า​นี่​เป็น​ข้อสรุป​ที่​ผ่าน​การหารือ​ของ​หลาย​ๆ จวน​มาแล้ว​ ตอนนี้​หยวน​ซื่อ​ได้รับ​การ​สนับสนุน​จาก​นาย​ท่าน​ใหญ่​ตระกูล​หยวน​แล้ว​ ตัดสินใจ​จะขาย​สิน​เจ้าสาว​ที่​ได้รับ​จาก​มารดา​ของ​ตน​ทั้งหมด​ ใน​จำนวน​นี้​ยังมี​ของ​ที่​นาย​ท่าน​หลาย​ท่าน​ของ​ตระกูล​หยวน​มอบให้​อีกด้วย​ มารดา​ของ​หยวน​ซื่อ​เป็น​บุตรสาว​ของ​ตระกูล​ฟาง ทรัพย์สมบัติ​เหล่านั้น​เป็น​ของ​ที่​ตระกูล​ฟางให้​มา นาย​ท่าน​หลาย​ท่าน​ของ​ตระกูล​ฟางไม่รู้​ว่า​เกิดเรื่อง​อะไร​ขึ้น​ จึงมาหา​ข้า​ที่นี่​…เสาจิ่น​ ภายใต้​โลก​หล้าน​ี้ไม่มีกำแพง​ที่​ไร้​ซึ่งลม​พัดผ่าน​ ถ้าหาก​ใน​วันข้างหน้า​หยวน​ซื่อ​รู้​ว่าที่​เจ้าสี่เห็นด้วย​กับ​การ​แยก​ตระกูล​ก็​เพื่อ​ให้ได้​แต่งงาน​กับ​เจ้า นาง​จะคิด​อย่างไร​ ยังมี​เจีย​ซ่าน​อีก​ เจ้าแต่ง​เข้ามา​แล้ว​ จะปฏิสัมพันธ์​กับ​เขา​อย่างไร​ บ้าน​หลัง​นี้​ ต่อไป​จะเป็น​อย่างไร​ ยังมี​บิดา​ของ​เจ้า ยาม​พบ​หน้า​ยาย​ของ​เจ้าจะเรียกขาน​นาง​ว่า​อย่างไร​ พี่สาว​ของ​เจ้าจะอธิบาย​ความสัมพันธ์​ระหว่าง​เจ้ากับ​นาง​ให้​ฮูหยิน​ใหญ่​เลี่ยว​ฟังว่า​อย่างไร​ นาง​ควรจะ​เรียก​เจ้าสี่ว่า​ ‘ท่าน​น้า​’ หรือ​ควรจะ​เรียก​ว่า​ ‘น้องเขย​’ ดี​…”

ถ้อยคำ​ของ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​คล้าย​กับ​เสียง​ต่อย​ ที่​ต่อย​เข้าที่​หัวใจ​ของ​โจว​เสาจิ่น​ครั้งแล้วครั้งเล่า​

คำพูด​ของ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​นั้น​มิใช่ว่า​นาง​ไม่กังวลใจ​!

ยิ่ง​นาง​กับ​เฉิงฉือ​ใกล้ชิด​อ่อนหวาน​กัน​มาก​เท่าไร​ นาง​ก็​ยิ่ง​เป็น​กังวลใจ​มากขึ้น​เท่านั้น​

แต่​นาง​คิด​อยู่​เสมอ​ว่า​ มีท่าน​น้า​ฉือ​อยู่​ เขา​จะต้องหา​วิธี​จัดการ​ได้​อย่าง​แน่​นอ​น.​..นาง​ลืม​ไป​ว่า​เขา​ก็​เป็น​มนุษย์​ผู้​หนึ่ง​ ก็​มีช่วงเวลา​ที่​เรื่องราว​อยู่​เหนือ​ความสามารถ​ของ​เขา​เช่นกัน​

โจว​เสาจิ่น​หน้าซีด​เล็กน้อย​

นาง​มอ​งด​วงหน้า​ดุดัน​ของ​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​ เอ่ย​เสียง​ค่อย​ว่า​ “เช่น​…เช่นนั้น​ข้า​ควรจะ​ทำ​อย่างไร​ดี​เจ้าคะ​”

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​มอง​นาง​ด้วย​สายตา​ลึกล้ำ​ กล่าว​เสียง​เบา​ว่า​ “เรื่อง​ของ​เจ้ากับ​เจ้าสี่ ก็​ทำ​เสมือน​ไม่ได้​เกิดขึ้น​ ทาง​ด้าน​ของ​เจ้าสี่นั้น​ข้า​จะออกหน้า​เอง​ อีก​สอง​สามวัน​เจ้าก็​กลับ​เมือง​เป่า​ติ้ง​ไป​เสีย​ ข้า​จะหา​สามีดี​ๆ อย่าง​ตระกูล​ห​ลี่​ที่​หลู​เจียง​หรือ​ตระกูล​หยวน​ที่​ถงเซียง​ให้​เจ้าสัก​คน​หนึ่ง​ สิน​เจ้าสาว​ก็​จะออก​ให้​เจ้าด้วย​…”

หยด​น้ำตา​ของ​โจว​เสาจิ่น​ไหล​ลงมา​เป็น​สาย​อย่าง​ควบคุม​ไม่อยู่​

นี่​หมายความว่า​ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​…ไม่เห็นด้วย​…

ฮูหยิน​ผู้เฒ่า​กัว​กด​น้ำเสียง​ลง​ เอ่ย​ขึ้น​อย่าง​เคร่งขรึม​ว่า​ “เจ้าไป​คิด​ให้​ถี่ถ้วน​ คิดตก​แล้วก็​มาบอก​ข้า​ ส่วน​ทาง​ด้าน​ของ​เจ้าสี่นั้น​ ข้า​จะออกหน้า​เอง​!”

โจว​เสาจิ่น​ยืน​บื้อ​ใบ้​อยู่​ใน​ห้อง​ทางการ​เพียงลำพัง​

มีเสียง​งิ้ว​ดัง​มาให้​ได้ยิน​อย่าง​ขาด​ๆ หาย​ๆ อยู่​ไกลๆ​

หัวใจ​ของ​นาง​ราวกับ​ถูก​ขุด​ออก​ไป​แล้วก็​ไม่ปาน​

……………………………………………………………………….

[1] ต้น​หวง​หยาง​ ต้น​ Chinese boxwood

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ยามดอกวสันต์ผลิบาน