สี่ทิศที่นี่ล้วนเป็นหินผาแข็งแกร่ง กู้ชูหน่วนหารอบหนึ่งก็ไม่พบทางออก และหากุญแจรูปดาวไม่พบด้วย
กู้ชูหน่วนจ้องตรงขั้วของโซ่ใหญ่ทั้งเก้าเส้นนั้น
ที่นั่นมีโซ่เล็กที่มียันต์อักขระนับไม่ถ้วนกระจายแน่นขนัดเหมือนกัน โครงสร้างซับซ้อน ไม่อาจมองเห็นปลายทาง
อย่างไม่มีสาเหตุ นางเกิดความสะพรึงขึ้นเล็กน้อย สัญชาตญาณบอกว่าข้างบนมีบรรพตมีดทะเลเพลิงที่บุกยากยิ่งกว่า
กำปั้นชมพูรัดแน่น กู้ชูหน่วนสูดลมหายใจลึกทีหนึ่ง สายตาเผยความหนักแน่นแห่งความตั้งมั่น กัดฟันวางแผนบุก
เมื่อนั้นข้อมือที่ไม่ทันระวังก็ถูกมือใหญ่คู่หนึ่งจับไว้ เสียงเย็นชาอันคุ้นเคยดังอยู่ข้างใบหู
“เจ้าจะบ้าแล้วหรือ? ไม่รู้หรือว่าข้างบนนั่นเป็นค่ายกลสังหารโบราณ?”
กู้ชูหน่วนหันไปมอง ผู้ที่จับมือนางไว้มิใช่เย่จิ่งหานแล้วจะเป็นผู้ใดได้อีก?
เย่จิ่งหานสวมใบหน้าผี มองไม่เห็นโฉมหน้าที่แท้จริง ดวงตายากจะคาดเดาประหนึ่งแอ่งน้ำลึกเจือโทสะเล็กน้อย และไม่รู้ว่าเขากำลังโกรธอะไร
“ที่นี่มิใช่ที่ที่เจ้าควรมา” กู้ชูหน่วนเอ่ย
นางออกแรงสะบัดมือเขา ทว่าเย่จิ่งหานกำลังมาก ดุจกำแพงทองแดงแขนเหล็กก็มิปาน ไม่ว่านางจะสะบัดอย่างไรก็ไม่หลุด
น้ำเสียงกู้ชูหน่วนเย็นลงหลายส่วน “ปล่อยข้า!”
“ไปกับข้า”
เย่จิ่งหานไม่สนว่านางจะเห็นด้วยหรือไม่ ฉุดนางไปทันที
“เย่จิ่งหาน! ข้าบอกให้เจ้าปล่อยข้า เจ้าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือ?”
“ออกเรือนว่าตามสามี เจ้าเป็นชายาของข้า ข้าให้เจ้าไป เจ้าก็ต้องไป”
“เจ้าป่วยหรือ? ป่วยก็รีบไปรักษาข้างนอก พวกเราแต่งงานมีข้อตกลงแต่ทีแรก ก็แค่สามีภรรยาเพียงนามนัยไม่มีพฤตินัยเท่านั้น ข้าอยากทำอะไร ไม่ต้องขอความเห็นจากเจ้า!”
“แต่ทำไมข้าจำได้ว่าเรามีทั้งนามนัยไม่มีพฤตินัยล่ะ?”
ท่าทีเย่จิ่งหานแน่วแน่ ไม่ยอมให้นางต่อต้าน กู้ชูหน่วนถูกฉุดไปไกลมากแล้ว
ด้วยโทสะ นางหยิบอาวุธลับสองสามอันแล้วซัดไป
ดวงตาเย็นชาเย่จิ่งหานยะเยือก เบี่ยงตัวหลบอาวุธลับ แทบเป็นขณะเดียวกัน กู้ชูหน่วนสาดผงยาพิษอีก
เขารู้นานแล้วว่ากู้ชูหน่วนชำนาญเรื่องอาวุธลับและผงยาพิษ ชั่วขณะที่หลบอาวุธลับก็กลั้นลมหายใจ
การโจมตีสองคราไม่เป็นผล กู้ชูหน่วนดึงปิ่นปักผมบนศีรษะออกฉึก กดตรงลำคอตัวเอง “เย่จิ่งหาน ถ้าเจ้าไม่ปล่อยข้า ข้าก็จะตายต่อหน้าเจ้านี่แหละ”
ใช้ความตายบีบบังคับทำให้เย่จิ่งหานหยุดได้จริง
เย่จิ่งหานกัดฟันกรอดเอ่ย “กู้ชูหน่วน เจ้ามาร่วมงานประเดิมหลอมยาที่หุบเขาตันหุยเพราะอะไร? แล้วที่เจ้าเข้าแดนต้องห้ามเพื่อจะหาอะไรอีก?”
มีอะไรสำคัญไปกว่าชีวิตนางอีก?
ค่ายกลนี้จะดูอย่างไรก็เป็นค่ายกลสมบัติ แต่กลิ่นอายเหี้ยมในนี้ตลบอบอวล แค่ยืนอยู่ตรงนี้ก็ทำให้เขาครั่นคร้ามจากจิตวิญญาณได้แล้ว ค่ายกลเช่นนี้หรือจะเป็นค่ายกลสมบัติทั่วไป?
เกรงจะร้ายกาจกว่าค่ายกลสังหารที่เรือนพักร้อนชิวเฟิงของเขาร้อยเท่ากระมัง?
กู้ชูหน่วนนวดคลึงข้อมือที่ถูกบีบจนเจ็บ กล่าวอย่างหงุดหงิด “มาที่นี่จะหาอะไรได้ ก็ต้องหาวิชาหลอมยาที่ร้ายกาจกว่าเดิมอยู่แล้ว”
เย่จิ่งหานถูกทำให้โมโหจนหัวเราะ
เขาไม่ได้รู้จักกู้ชูหน่วนแค่วันเดียว
นางมีนิสัยอย่างไรเขาหรือไม่รู้?
“ถ้าเจ้าแค่หาวิชาหลอมยา ทำไมไม่เดินตามการบอกเล่า?”
“ไปตามทางที่บอกน่าเบื่อจะตาย บางทีที่นี่อาจมีวิชาหลอมยาที่ร้ายกาจกว่าล่ะ?”
กู้ชูหน่วนเปลี่ยนเรื่อง เอ่ยเสียงหนัก “เย่จิ่งหาน แดนต้องห้ามไม่ใช่ที่ที่เจ้าควรมา เจ้ารีบไปจากที่นี่เถอะ ธุระของข้า เจ้าไม่ต้องยุ่ง”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: อัจฉริยะแพทย์สาว ข้ามภพรักอ๋องเทพสงคราม
อ่านๆ ไปแล้วก็รู้สึก ประสาท เว่อวัง คิดว่าอ่านจะซ่อนความอะไรไว้ แต่จนถึงตอนนี้ ยังไม่เจอเลย ลำไยมาก...
บางทีก็เบื่ออีนางเอกนี่ กำเริบเสิบสานกวนตีนได้สุดยอด ไล่ออกจากแคว้นก็ได้แล้ว...
ตอนที่1142-1190หายไปค่ะ...
ตอนที่ 1142-1190 หายไปค่ะ...