นักวิชาการจำนวนหนึ่งเสนอให้ย้ายพืชบริเวณเนินเขาวิหคจอดไปลองปลูกที่อื่น แต่พวกเขาพบว่าถ้าย้ายพืชพวกนี้ไปปลูกที่อื่น ไม่นานก็จะแห้งตาย ราวกับว่าเมื่อห่างจากพื้นที่บริเวณเนินเขาก็จะไม่สามารถเติบโตได้
จากการทดลองหลายครั้ง สุดท้ายนักวิชาการก็สรุปได้ว่า ไม่ใช่เพราะพืชบริเวณเนินเขาวิหคจอดที่มีความพิเศษ แต่เป็นเพราะเนินเขาวิหคจอดได้เปลี่ยนไปไม่เหมือนกับสถานที่อื่นแล้ว
แต่ว่าผลของเขาวงกตที่ออกมาจากค่ายกลรวมพลังทิพย์ ทำให้พวกนักวิชาการ ไม่ว่าจะนั่งรถ เดินเท้า หรือนั่งเฮลิคอปเตอร์ลงไป ก็ไม่สามารถเข้าไปยังส่วนลึกของเนินเขาวิหคจอดได้
แต่พอพวกเขานั่งเครื่องบินแล้วมองลงไป พวกเขาก็พบว่าบริเวณเนินเขาวิหคจอดกับทะเลสาบกลับคืนรังมีหมอกปกคลุมอยู่ ไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน
มีครั้งหนึ่งเสียงของเฮลิคอปเตอร์ไปรบกวนการฝึกวิชาของเฉินโม่ เฉินโม่ก็ชักกระบี่สับสวรรค์ออกมา แสดงสว่างสาดออกมา ฟันหางของเฮลิคอปเตอร์ขาด ทำให้ทุกคนตกใจจนไม่มีใครกล้าเข้าไปสำรวจอีก
สุดท้าย เหล่านักวิชาการก็ต้องถอดใจ และเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้มีเทพคอยปกปักรักษาอยู่จริงๆ ไม่กล้าเข้าไปสำรวจ เพราะกลัวจะไปรบกวนสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ชื่อเสียงของเนินเขาวิหคจอดกับทะเลสาบกลับคืนรัง ก็ดังขึ้นไปเรื่อยๆ ทุกคนในเมืองอู่โจวแทบจะรู้จักข่าวลือของเนินเขาวิหคจอดกับทะเลสาบกลับคืนรังกันหมด
ก่อนงานวันเกิดของมู่หรงยานเอ๋อร์หนึ่งวัน
วันนี้ เฉินโม่ฝึกวิชาเสร็จสิ้น เดินออกมาทางมุมหนึ่งของระเบียง ตรงนั้นมีขวดแก้ววางอยู่หนึ่งใบ
ด้านบนของขวดแก้ว ด้านบนกระจกของหน้าต่าง มีหยดน้ำกำลังหยดลงมาทีละหยด และตกลงไปในขวดแก้วนั้นพอดิบพอดี หยดลงไปได้เกือบเต็มขวดแล้ว
หยดน้ำพวกนี้ ถึงแม้จะหยดลงมาจากกระจกของหน้าต่าง แต่ไม่มีฝุ่นผงใดๆ เลย เหมือนเป็นน้ำที่กลั่นออกมาอย่างสะอาดมากๆ
เฉินโม่ก็ยื่นมือไปหยิบขวดแก้วนั้น แล้วก็เก็บมันลงไปในแหวนเก็บของ
"ได้พอประมาณแล้ว เรื่องที่รับปากคนอื่นไว้ จะต้องรีบไปทำเสียแล้ว ไม่อย่างนั้นจิตใจก็ไม่สงบ"
เฉินโม่พูดกับตัวเอง เอามือไพล่หลัง แล้วค่อยๆ ก้าวเดินไป
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แดนนิรมิตเทพ
แปลต่อหน่อยครับ...
อ่านต่อไม่ได้เลย...
เงียบสนิท...
ตั้งแต่ตอน1299ถึง1420ไม่มีเลยค่ะตอนขาดหายไปเลย ขอร้องทางทีมงานอัพเดทต่อด้วยนะคะ...
ขอร้องทางทีมงานอัพเดทให้ถึงตอนจบด้วยนะคะ😭...
ไม่เขียนต่อแล้วหรือครับ...