นรมนไม่ได้โทรคุยกับใครอื่น แต่เพราะเธอกังวลจนลืมที่จะวางสายหลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จ คนอื่นจึงไม่สามารถโทรเข้ามาได้
เมื่อเจตต์มาถึงพิกัดที่นรมนให้ ภายในคฤหาสน์ก็โดนกิจจาถล่มเสียยับไปแล้ว ทำไปทำมาคนตัวเล็กกว่าก็ถูกจับแล้ว
“ปล่อยฉันนะ! ไอ้พวกชั่วพวกนี้ ทำแบบนี้กับฉัน พ่อฉันกลับมาเมื่อไหร่เขาลงโทษพวกแกแน่!”
กิจจาร้องตะโกน
ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นแค่เด็กที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร เติบโตอย่างแข็งแรงมีความสุขภายใต้ปีกของตรินท์ ตอนนี้หลังจากเขาได้สัมผัสกับสิ่งที่มารดาผู้ให้กำเนิดกระทำและการฝึกอบรมด้านการทหารจากบิดาผู้ให้กำเนิด กิจจาก็เปลี่ยนไปเขาเยือกเย็นขึ้นเป็นพิเศษ
เขาตะโกน หวังว่าเสียงของตัวเองจะดังพอให้ถูกได้ยิน แม้โอกาสจะมีน้อย แต่ถึงอย่างไรก็เป็นโอกาสสุดท้าย
เมื่อเจตต์จอดรถ เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนของกิจจา
เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ลงจากรถอย่างรวดเร็วและวิ่งเข้าไปโดยยังไม่ปิดประตูรถ
“แกเป็นใคร? นี่เป็นที่ส่วนตัว ออกไปเสีย!”
บอดี้การ์ดข้างนอกเมื่อเห็นว่าเจตต์พุ่งเข้ามา ก็รีบห้ามทันที
“ส่วนตัวยายแกสิ!”
เจตต์ไม่พูดอะไรมาก เขาใช้เท้าถีบเข้าไปที่บอดี้การ์ดโดยตรง แค่ช่วงเวลาสั้นๆ บอดี้การ์ดหน้าประตูก็ล้มลงไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย
จัดการเสร็จเรียบร้อย เจตต์ก็พุ่งเข้าไปข้างในอีกครั้ง พอดีกับที่เห็นว่าตอนนี้กิจจากำลังดิ้นรน มือและใบหน้าของเขามีรอยฟกช้ำ
“ลงมือกับเด็ก พวกแกยังเป็นผู้ชายอยู่ไหมวะ”
ทันทีที่เจตต์พูดขึ้น ก็ดึงดูดความสนใจจากทุกคนทันที รวมทั้งกิจจาด้วย
“ลุงเจตต์ ช่วยผมด้วย!”
ดวงตาของกิจจาเป็นประกาย และยิ่งต่อสู้ดิ้นรนมากขึ้น จนบอดี้การ์ดที่อุ้มกิจจาอยู่ด้วยสองมือก็อุ้มเขาไม่อยู่ ทำให้กิจจาล้มลงไปที่พื้น
“โอ้ย”
กิจจาตะโกนด้วยความเจ็บปวด เจตต์โกรธหนัก
“กินขี้เหรอวะ? เด็กตัวแค่นี้ยังอุ้มไม่ได้ เจ้านายแกสอนมายังไง?”
คำถามนี้ทำให้เหล่าบอดี้การ์ดต่างพากันสับสน
เจตต์คนนี้จริงๆแล้วเป็นคนกันเองเหรอ?
ตอนที่บอดี้การ์ดต่างพากันประหลาดใจ เจตต์กับกิจจาก็ลงมือพร้อมกัน ท่าทางการเคลื่อนไหวของพวกเขารวดเร็วมาก
เจตต์มองไปที่กิจจาด้วยสายตาชื่นชม ฉวยโอกาสดึงตัวกิจจามาทางนี้
“ล็อครถเป็นไหม?”
คำพูดของเจตต์ทำให้กิจจางงไปชั่วขณะ ก่อนจะพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“ไม่เลว เอากุญแจรถไปแล้วไปรอฉันบนรถ”
เจตต์ยัดกุญแจรถใส่มือของกิจจา
กิจจาแลดูกังวลเล็กน้อย
“คนเยอะขนาดนั้น จัดการเองได้เหรอครับ?”
“อะไรเรียกว่าจัดการเองได้เหรอ? เอาคำว่า ได้เหรอ ข้างหลังออก ไปนั่งรอบนรถแล้วนับหนึ่งถึงห้าสิบนะ นับเสร็จฉันก็ออกมาแล้ว โอ้ กมลละ?”
เจตต์ถามขณะที่ลงมือจัดการบอดี้การ์ดไปด้วย เพราะว่าเขาไม่เห็นกมล จึงอดไม่ได้ที่จะถาม
กิจจาพูดด้วยเสียงต่ำ “กมลหนีออกไปแล้วครับ คาดว่าออกไปหาหม่ามี้แล้ว”
“เยี่ยมเลย รีบไปเถอะ”
เจตต์เป็นคนที่มีความชำนาญพิเศษ เขาส่งกิจจากลับไปโดยตรง
กิจจาก็ไม่ลังเลเช่นกัน เขามองออก ว่าฝีไม้ลายมือของเจตต์ดีมาก พอๆกับลุงบุริศร์ของเขาเลยทีเดียว เขารีบหันหลังวิ่งออกไป ไม่นานนักก็ถึงรถ เขากุลีกุจอเปิดล็อครถ
บอดี้การ์ดของนอกไล่ตามมาสองคน กลับถูกเจตต์ดึงกลับไป
กิจจานับเลขอย่างเอาจริงเอาจัง
"หนึ่ง สอง สาม สี่….”
ตามหลังมาด้วยเสียงนับเลขของกิจจา เจตต์โจมตีอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักคนพวกนั้นก็ล้มกองลงไปที่พื้น กระทั่งกิจจานับมาถึงเลข 49 เจตต์ก็มายืนอยู่หน้า เคาะกระจกก่อนพูด “เปิดประตู”
กิจจารีบปลดล็อค
หลังจากเจตต์ขึ้นรถมา ยิ้มและพูด “เป็นไง? ไม่ถึง50ใช่ไหม?”
กิจจารู้สึกนับถือ แต่ก็ยังพูดอย่างดื้อดึงว่า “ยังห่างกับลุงผมมาก ถ้าหากเป็นลุงผม คนพวกนี้คงถูกจัดการไปหมดตั้งวินาทีที่ 30 แล้วละ”
ใบหน้าของเจตต์พลันบึ้งตึง
“แล้วตอนนี้ลุงของเธออยู่ไหนเสียละ? ลองให้เขามาปรากฏตัวต่อหน้าฉันสิ”
“เหอะ!”
เจตต์แสดงความไม่พอใจ ก่อนจะถามด้วยความกังวล “ลุงเจตต์ ลุงรีบโทรศัพท์หาหม่ามี้เถอะ ช่วยดูว่าตอนนี้กมลกลับไปหรือยัง?”
“ไม่สำนึกบุญคุณเลยนะเด็กน้อย แค่ขอบคุณยังไม่พูด ก็คิดถึงน้องสาวของนายเสียแล้ว บุริศร์นำพาเด็กผีออกมาจริงๆ ขอบคุณในบุญคุณสักนิดก็ไม่มี”
แม้ว่าเจตต์จะพูดเช่นนั้น แต่ก็ยังส่งโทรศัพท์มือถือมาให้
“โทรไปเองแล้วกัน”
เมื่อเห็นเจตต์เป็นเช่นนี้ เขาจึงพูดอย่างเกรงใจออกไป “ลุงเจตต์ ขอบคุณมากครับ”
“เอาเถอะ มาพูดตอนนี้ ฉันก็ไม่สนหรอก ถ้าอยากจะขอบคุณจริงๆ ก็เคารพฉันในฐานะครูเถอะ”
เจตต์รู้สึกว่ากิจจามีพรสวรรค์ด้านการชกต่อย ถึงแม้จะแย่กว่ากานต์ แต่เด็กตระกูลโตเล็กเป็นบุคคลที่โดดเด่นมากจริงๆ ยิ่งไปกว่านั้นกิจจาคือคนที่บุริศร์เลี้ยงมากับมือ ถ้าหากกิจจาเรียกเขาว่าคุณครูละก็ ถึงตอนนั้นคงทำให้บุริศร์โกรธมาก แถมถ้าเขาเป็นคุณครูส่วนตัวของกิจจา เขาจะสามารถเข้าออกได้อย่างอิสระภายในบ้านตระกูลโตเล็ก ก็คงจะได้เจอนรมนได้สบายยิ่งขึ้น
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: แค้นรักสามีตัวร้าย
หล่อนบอกพฤกษ์ได้ย่ะนังนรมน โง่ซ้ำซาก...
อ้าว ขอตุลยาให้ช่วย แล้วทีงี้ทำไมไม่กลัวคนแอบมองจะรู้ว่าขอให้คนอื่นช่วย ไม่สงสัยเลยเว้ยว่าอาจจะมีกล้องซ่อนอยู่เพื่อแอบดูตัวเอง แทนที่จะขอมือถือใหม่มาใช้ สรุป ตอนนี้ไม่มีโทรศัพท์ โทรขอความช่วยเหลือไม่ได้...
โอ๊ย มีปัญญาบอกพฤกษ์ให้ไปบอกสามีได้ แต่ไม่ยอมบอกเค้าว่ามีคนส่งข้อความมาและคนๆนั้นน่าจะอยู่ในสถานพักฟื้นนี่แหล่ะ แล้วจะยังไง ตัวเองจะปกป้องลูกๆและแม่สามีได้ไง แต่งเรื่องได้ไม่เมคเซ้นส์เลย แต่เราว่าดูแล้วเหมือนไปก๊อปเรื่องอื่นมาแล้วเปลี่ยนชื่อคนเอา แล้วไอ้เรื่องที่เอามามันคงใช้บอทแปลมาอีกที เพราะนอกจากภาษาแหม่ง ๆ ยังใช้สรรพนามมั่ว เดี๋ยวเธอเดี๋ยวเขา เดี๋ยวเรียกลูกว่าคุณเดี๋ยวเรียกหนู เดี๋ยวเรียกยายเดี่ยวเรียกย่า ฯลฯ ถ้าคนเขียนหรือแปล มันไม่น่าจะผิดตรงจุดนี้...
นี่กอีกจุดที่ไม่สมจริง นรมนควรจะรีบบอกบุริษร์ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่โอ้เอ้ ทำนั่นทำนี่ตั้งนาน เพราะก็ต้องเข้าใจสิว่าพ่อก็ทุกข์ใจเรื่องลูกหาย...
รู้ว่ามันฆ่าสามีและวางยาลูกคนเล็ก แต่ก็ทำเฉย เก็บมันไว้ใกล้ชิดกับลูกอีกคน ปล่อยให้มันสร้างฐานอำนาจมากขึ้นๆ แถมไม่แอบบอกลูกด้วยว่าต้องระวังอีนี่ อ่านแล้วงงตรรกะ...
น่าแบ่งคนเป็นสองกลุ่มตั้งแต่ต้น ตัวเองกับไมค์พาคนบุกบ้าน ค้นหาตัวนรมน อีกกลุ่มให้คนสนิทไมค์ซึ่งเป็นเจ้าถิ่นพาไปรับตัวแม่กับลูกออกจากรพ. ไม่งั้นอย่างเลวสุดคือเอาลูกและแม่ออกจากรพ. ได้แล้ว ให้ไมค์พาไปค้นบ้าน ช่วยนรมนออกมาด้วย ลองคิดตามความเป็นจริง พอรเมศรู้ว่าพาคนออกจากรพ.แล้ว มันก็ต้องเอะใจแล้วว่าต้องรีบเปลี่ยนที่ซ่อนนรมน รเมศมันก็ไม่น่าโง่นิ เป็นถึงเจ้าพ่อแถบนั้นได้...
แล้วแทนที่จะบอกลูกน้องว่ารเมศไว้ใจไม่ได้ ขังนรมนไว้และจะวางยากมล ก็ไม่บอกอีก แถมไม่เรียกตำรวจ ไม่ขอกำลังเสริม ทั้งๆที่รู้ว่าเลขากำลังจะโทรสั่งคนที่รพ. คือ ไม่คิดเหรอว่าอาจจะหนีออกจากรพ.ไม่ทัน...
กรูจะบ้า แอบเข้ามาคนเดียวอีกแล้ว ไหนว่ารวยมากมีอำนาจมาก ทำไมอนาถาจัง...
ป้าโอก็ใบ้ไว้ชัดมากนะ พระเอกฉลาดก็น่าจะสงสัยว่านางเป็นแม่แท้ ๆ หรือเปล่า พอฟังแม่พูดแล้ว อาจจะว่านางโอวางยาแม่บุริศร์ พอคลอดเด็กผู้หญิงมาก็แอบเปลี่ยนกับแฝดของตัวเอง เพราะงี้ถึงได้รักพระเอกกับน้องมากๆ แต่ก็งงว่าทำไมวางยากิจจา และทำร้ายกานต์ นั่นหลานแท้ๆนี่หว่า...
จะบ้าตาย ทำไมไม่ถามป้าโอว่าลูกอยู่ที่ไหน นักเขียนหลับเหรอ ชั้นงงมาก เขียนเรื่องได้แบบ เรื่องไม่คงเส้นคงวา เปลี่ยนรายละเอียดกลางทาง มีช่องโหว่เต็มไปหมด...