บทที่ 1186 ความร่วมมือทางการค้าภายในแคว้น
ก่อนที่กองทัพจะเคลื่อนพล ต้องจัดเตรียมเสบียงก่อน บัดนี้กองกำลังได้รวมพลอยู่นอกเมืองกูซู งานก่อสร้างพลาธิการก็กำลังดำเนินไปอย่างคึกคัก
ในขณะเดียวกัน ข่าวก็ได้ส่งกลับไปถึงวังหลวงในเมืองหลวง
ภายในห้องทรงพระอักษรฮ่องเต้ต้าเหลียงและขุนนางจากหกกรม มาพร้อมหน้าพร้อมตากันเพื่อหารือเรื่องราวทางใต้
ฮ่องเต้ต้าเหลียงมองฎีกาที่วางอยู่เบื้องหน้า ดวงตาฉายแววครุ่นคิด ก่อนจะโยนปัญหาตรงหน้าให้แก่ขุนนางทั้งหก
“นับตั้งแต่ฉินอ๋องเดินทางไปทางใต้และได้รับชัยชนะหนึ่งครั้ง จนถึงบัดนี้ทั้งสองฝ่ายก็ไม่ได้ทำการรบกันอีกเลย”
“ฉินอ๋องได้เขียนไว้ในฎีกาอย่างชัดเจนว่า เมืองกูซูมั่นคงดุจกำแพงทองแดง หากบุกตะลุยเข้าโจมตี จะต้องเผชิญกับการสูญเสียที่ยากจะยอมรับได้”
“สงครามยืดเยื้อเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว”
“มาตรการรักษาความมั่นคงด้านพลาธิการที่ฉินอ๋องกำหนดไว้ ตามการประเมินเบื้องต้น ต้องใช้เงินอย่างน้อยห้าหมื่นตำลึง”
“แม้ต้าเหลียงของข้ากับเป่ยตี๋จะได้สันติภาพในที่สุด แต่สงครามที่ยาวนานก็ทำให้คลังของต้าเหลียงรายจ่ายสูงกว่ารายรับ”
“เพิ่งผ่านฤดูหนาวอันหนาวเหน็บมาได้ ตอนนี้เป็นช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ รายจ่ายต่าง ๆ ถูกจัดสรรไว้อย่างแน่นหนาแล้ว บัดนี้จู่ ๆ ต้องจ่ายเงินเพิ่มอีกห้าหมื่นตำลึง สำหรับคลังหลวงแล้วนับเป็นการทดสอบครั้งใหญ่”
“ไม่ทราบว่าเหล่าขุนนางผู้จงรักภักดีมีความคิดเห็นประการใด?”
ห้องทรงพระอักษรตกอยู่ในความเงียบ ปัจจุบัน ปัญหาที่ยากที่สุดของต้าเหลียงก็คือเรื่อง ‘เงิน’ นั่นเอง
ชายแดนทางใต้มีกำลังที่แข็งแกร่ง ชายแดนเหนือกำลังเดือดระอุ แต่นอกเหนือจากสองที่นี้แล้ว พื้นที่ที่เหลือมีแต่ความร่วงโรย
คลังหลวงทั้งหมดเหลือเงินไม่ถึงห้าแสนตำลึง
ดูเหมือนจะมาก แต่เพื่อรักษาการดำเนินงานของต้าเหลียงทั้งหมด แทบจะถึงจุดล่มสลายอยู่แล้ว
ในเวลานี้ แม้แต่เงินแค่สลึงเดียวก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง
การจ่ายเงินห้าหมื่นตำลึงอย่างกะทันหัน หมายความว่าหน่วยงานราชการหลายแห่งต้องรัดเข็มขัดใช้ชีวิต หากเกิดปัญหาใหม่ ๆ ตามมาใครจะรับผิดชอบได้?
เมื่อเห็นขุนนางทั้งหลายไม่มีใครกล้าส่งเสียง ฮ่องเต้ต้าเหลียงอดที่จะแค่นเสียงในใจไม่ได้
พวกนี้ ปกติไม่ใช่มีความคิดเห็นกันทุกคนหรอกหรือ? พอถึงช่วงสำคัญกลับพากันเงียบกริบ
ในที่สุด ฮ่องเต้ต้าเหลียงจึงหันความสนใจไปที่ฉินเทียนหู่
“ฉินเทียนหู่เจ้ามีความเห็นอย่างไร?”
ฉินเทียนหู่เข้าใจสถานการณ์ทางใต้ดีที่สุด เพราะตั้งแต่ฉินเฟิงเดินทางไปชายแดนใต้ ก็ได้ส่งจดหมายมารายงานสถานการณ์ให้ฉินเทียนหู่หลายครั้ง
ฉินเทียนหู่ครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก้าวออกมาข้างหน้า
“ทูลฝ่าบาท มาตรการเสริมความมั่นคงของพลาธิการไม่ว่าจะเป็นการรบทางใต้ หรือการเก็บรักษาเสบียงในอนาคต ล้วนมีความสำคัญอย่างยิ่ง”
“หากเป็นปีที่บ้านเมืองอุดมสมบูรณ์ แผนเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องลังเล สามารถจัดสรรเงินสนับสนุนได้ทันที”
“แต่ในตอนนี้ ท้องพระคลังว่างเปล่า จำเป็นต้องรอจนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวถึงจะผ่อนคลายลงได้ การจ่ายเงินห้าหมื่นตำลึงงออกไปกะทันหัน สำหรับท้องพระคลังแล้วเป็นเรื่องยุ่งยากอย่างยิ่ง”
“หากสามารถลดวงเงินงบประมาณลงได้ ก็พอจะพิจารณาได้”
ฉินเทียนหู่กับฉินเฟิงเป็นพ่อลูกกัน ในด้านความคิดทางการเมืองจึงเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ตามหลักการแล้ว การถามหรือไม่ถามความเห็นของฉินเทียนหู่ในเรื่องนี้ ก็ไม่มีความแตกต่างกัน
แต่การที่ฉินเทียนหู่พูดถึงเรื่องการลดวงเงินกลับทำให้ฮ่องเต้ต้าเหลียงรู้สึกประหลาดใจ
จึงกล่าวถามว่า “จะลดลงได้อย่างไร?”
“แผนการของฉินอ๋อง ข้าได้รับทราบทั้งหมดแล้ว เพียงแค่การบุกเบิกที่ดินและแจกจ่ายเบี้ยเลี้ยงให้ทหารเกษตรก็ต้องใช้เงินอย่างน้อยสองหมื่นตำลึง”
“การสร้างป้อมยี่สิบเจ็ดแห่งยังต้องใช้อีกสองหมื่น”
“ฐานที่มั่นยี่สิบเจ็ดแห่ง เงินก้อนแรกห้าหมื่นตำลึง ชายแดนเหนือจ่ายสามหมื่น ซื้อไปห้าแห่งดูเหมือนจะเป็นการค้าที่คุ้มค่า”
“แต่ที่จริงแล้ว มันเป็นการบุกรุกอาณาเขต เป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อความมั่นคงของต้าเหลียง”
“การค้าเช่นนี้ ต้องไม่ทำเด็ดขาด!”
“ฉินอ๋องคุมการป้องกันชายแดนเหนือปกป้องความปลอดภัยให้ต้าเหลียงความจงรักภักดีนี้ ขุนนางทั้งแผ่นดินล้วนยกย่องนับถือ แต่พื้นที่ใจกลางจงหยวนนั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
“ต้องแยกแยะให้ชัดเจน ห้ามนำมาปะปนกันเด็ดขาด”
เฉินเจิ้งพูดความในใจของฮ่องเต้ต้าเหลียงออกมาจนหมด ฮ่องเต้ต้าเหลียงมองไปทางฉินเทียนหู่อย่างไม่แสดงสีหน้า รอฟังคำอธิบายของฉินเทียนหู่
ส่วนฉินเทียนหู่ก็คาดการณ์ไว้แล้วว่า แผนการนี้จะต้องเจอการคัดค้านอย่างแน่นอน
เขายังคงอธิบายอย่างใจเย็น
“ความกังวลของใต้เท้ามีเหตุผล หากอำนาจควบคุมฐานที่มั่นทั้งห้าแห่งนี้ อยู่ภายใต้ชายแดนเหนือทั้งหมด ถ้าวันหน้าเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นมา ย่อมก่อให้เกิดความวุ่นวายใหญ่หลวง”
“แต่ข้าสนใจแต่เรื่องเสบียงเท่านั้น ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการทหารและการเมืองเด็ดขาด”
สีหน้าของฮ่องเต้ต้าเหลียงเริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย จึงถามทันที “ที่ฉินเฟิงสนใจฐานที่มั่นเหล่านี้นัก เป็นเพราะขาดแคลนเสบียงหรือ?”
ฉินเทียนหู่ตอบตามตรงโดยไม่ปิดบังอำพรางใด ๆ “พูดถึงเรื่องขาดแคลนเสบียง ก็ไม่ถึงขั้นนั้น แต่ในด้านเสบียงอาหารนั้นก็ไม่ได้อุดมสมบูรณ์นัก”
“หากต้องการพัฒนาชายแดนเหนือและเมืองกูซู ก็จำเป็นต้องมีประชากรที่เพียงพอ แต่ยิ่งมีคนมาก การบริโภคเสบียงก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย”
“แต่ก่อนนั้น ชายแดนเหนือมีพื้นที่กว้างใหญ่แต่ประชากรเบาบาง การผลิตเสบียงเพื่อเลี้ยงตัวเองนั้นไม่มีปัญหาใด ๆ เลย”
“แต่ตอนนี้ เสบียงมีเพียงพอแค่การบริโภคเท่านั้น ในอนาคตจะต้องเกิดวิกฤตเสบียงอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงต้องเตรียมการไว้ก่อน”
“ฐานที่มั่นทั้งห้านี้ คือจุดเริ่มต้นของการร่วมมือระหว่างชายแดนเหนือกับจงหยวน และเป็นสถานการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายต่างได้ประโยชน์”
“จงหยวนจะจัดหาเสบียงให้ชายแดนเหนือ ส่วนชายแดนเหนือจะใช้ประโยชน์จากศูนย์กลางการค้า ขายสินค้าให้จงหยวน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ