บทที่ 1190 สงครามจิตวิทยา
แม้บรรยากาศในสนามรบจะตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ แต่ตราบใดที่หลินเวินหว่านยังไม่ออกคำสั่ง ก็ไม่อาจโจมตีก่อนได้
ในขณะเดียวกัน ฉินเฟิงที่นั่งอยู่บนหลังม้าอดที่จะยิ้มเยาะออกมาไม่ได้
แม้เขาจะไม่สามารถพิชิตเมืองกูซูได้โดยง่าย แต่สำหรับการรบแบบบุกตะลุยเช่นนี้ เขากลับชื่นชอบเป็นอย่างยิ่ง
การล้อมโจมตีเมืองโดดเดี่ยว ก็เหมือนกับการปิดประตูตีสุนัข เพียงแค่ค่อย ๆ รอให้ศัตรูอ่อนกำลังลงก็พอ
เครื่องมือหนักอย่างเครื่องยิงหินและหน้าไม้ยักษ์ล้วนเป็นอาวุธหลักในการบุกเมือง ก่อนที่ฉินเฟิงจะมาถึงแนวหน้า เขาได้ออกคำสั่งให้ช่างฝีมือจากค่ายเทียนจีเดินทางมาที่นี่แล้ว
ปัจจุบันมีช่างฝีมือกว่าพันนายมาถึงแนวหน้า
ช่างเหล่านี้ถูกแบ่งออกเป็นสองกอง กองหนึ่งเดินทางไปหลิงโจวเพื่อช่วยสร้างป้อมปราการ อีกกองหนึ่งพักอยู่ที่แนวหน้าเพื่อสร้างเครื่องมือบุกเมืองต่าง ๆ
อีกทั้งที่นี่ยังอยู่ติดกับพื้นที่ส่วนในของจงหยวนเสบียงและอุปกรณ์ต่าง ๆ จึงถูกลำเลียงมาไม่ขาดสาย
ในค่ายทหาร มีเครื่องยิงหินที่ประกอบเสร็จแล้วถึงยี่สิบเครื่อง
ส่วนหกเครื่องนี้ เป็นเครื่องที่สร้างขึ้นตามคำสั่งของฉินเฟิงเพื่อใช้เป็น ‘ของสิ้นเปลือง’ โดยเฉพาะ
ฉินเฟิงโบกมือด้วยท่าทางองอาจ “นำเครื่องยิงหินทั้งหมดเคลื่อนไปข้างหน้า เมื่อถึงระยะยิง ไม่ต้องรอคำสั่ง ให้ยิงลูกกระสุนที่เตรียมไว้เข้าไปได้เลย”
กองทหารม้าห้าพันนายยืนรออยู่กับที่ ขณะที่เครื่องยิงหินหกเครื่องเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล ราวกับแกะที่กำลังเดินเข้าปากเสือ
ซุนปอที่ติดตามมาด้วยทนไม่ไหวจึงรีบถามเสียงดัง
“ท่านอ๋อง การกระทำเช่นนี้อันตรายเกินไป นี่มันเครื่องยิงหินตั้งหกเครื่อง หากไม่มีทหารคุ้มกัน เมื่อข้าศึกบุกออกมาจากเมือง มันก็จะถูกทำลายหรือไม่ก็ถูกยึดไป”
“แม้ว่าค่ายเทียนจีจะมีช่างฝีมือมากมาย แต่ไม้ที่ใช้สร้างเครื่องยิงหินและหมุดย้ำที่ใช้ยึดไม้ก็ไม่ควรสิ้นเปลืองไปเปล่า ๆ”
ฉินเฟิงยิ้มแต่ไม่พูดอะไร ส่วนหลิ่วหมิงที่อยู่ข้าง ๆ ก็อธิบายอย่างใจเย็น
“แม่ทัพซุน ไม่ต้องตื่นตระหนก”
“เครื่องยิงหินทั้งหกเครื่องนี้ล้วนเป็นของเสียคุณภาพต่ำ ใช้ไม่กี่ครั้งไม้ก็จะแตกร้าว”
“ของใช้แล้วทิ้งแบบนี้ เครื่องละไม่กี่สิบตำลึงเงินเท่านั้น ด้วยความเร็วของช่างฝีมือค่ายเทียนจีวันเดียวก็สร้างได้หลายเครื่อง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซุนปอก็ตาเหลือกลาน
เอาเครื่องยิงหินมาเป็นของใช้แล้วทิ้ง? ในใต้หล้านี้ คนที่กล้ารบแบบนี้ก็มีแต่ฉินเฟิงเท่านั้น
และ…
แม้จะเป็นเครื่องยิงหินคุณภาพต่ำ แต่มันก็ยังเป็นเครื่องยิงหินอยู่ดี การผลักมันขึ้นไปแบบนี้ เท่ากับใช้แล้วทิ้งเลย ซุนปอยังคงรู้สึกเสียดายเหลือเกิน
บรรดาแม่ทัพที่อยู่ในที่นั้นต่างมองหน้ากัน
พวกเขาไม่เคยสงสัยในความรู้ทางการทหารของฉินเฟิงแต่วิธีการรบเช่นนี้ก็ทำให้ความเข้าใจของพวกเขาเปลี่ยนไป
ภายใต้สายตาของผู้คนมากมาย เครื่องยิงหินถูกผลักดันไปยังตำแหน่งที่ห่างจากเมืองกูซูสองร้อยห้าสิบก้าว
เครื่องยิงหินหกเครื่อง ถูกควบคุมโดยคนหกสิบคน เครื่องละสิบคน และทุกคนสวมชุดเบา
พวกเขาบรรจุลูกกระสุนที่เตรียมไว้ล่วงหน้าเข้าไปในถุงหนังของเครื่องยิงหิน เมื่อได้รับสัญญาณ ลูกกระสุนก็วาดเส้นโค้งในอากาศ และลอยเข้าไปในเมืองกูซูอย่างมั่นคง
แรกเริ่มทหารรักษาการณ์เมืองกูซูตกใจไม่น้อย คิดว่าสิ่งที่ถูกโยนเข้ามาคือก้อนหินใหญ่หรือก้อนเหล็ก
แต่ผลลัพธ์กลับเหนือความคาดหมาย ลูกกระสุนกลม ๆ เหล่านั้นทำจากหวายสาน ภายในกลวงและบรรจุกระดาษจำนวนมาก
เมื่อลูกกระสุนกระแทกพื้นอย่างหนัก หวายก็แตกออกทันที กระดาษที่อยู่ข้างในกระจายออกมาทั้งหมดในชั่วพริบตา
ทหารรักษาการณ์ที่อ่านออกเก็บขึ้นมาดู สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นแย่ที่สุด
“อะไรนะ?! ทหารของพวกเราฆ่าล้างผลาญประชาชนใต้ปกครองงั้นรึ?”
ศพถูกขว้างเข้ามาในเมืองทีละศพด้วยเสียงดังสนั่น ส่งผลกระทบต่อจิตใจมากกว่าใบปลิวเสียอีก
แม้แต่หลินเวินหว่านยังขมวดคิ้วแน่น ไม่กล้าลังเลแม้แต่น้อย “รีบเก็บศพทั้งหมดมารวมกันแล้วฝังเสียโดยเร็ว!”
“อากาศกำลังอุ่นขึ้น อุณหภูมิสูงขึ้นทุกวัน หากศพเน่าเปื่อยจนเกิดโรคระบาด เมืองกูซูจะแตกได้โดยไม่ต้องโจมตี”
เพียงแค่เครื่องยิงหินคุณภาพต่ำหกเครื่องก็ทำให้เมืองกูซูป่วนไปหมดแล้ว
ฉินเฟิงแต่เดิมไม่อยากขว้างศพเข้าไปในเมือง แม้ว่าในเมืองกูซูจะมีแต่ทหารรักษาการณ์ แทบไม่มีชาวบ้านเหลืออยู่แล้ว ซึ่งตามทฤษฎีแล้วสามารถโจมตีได้อย่างไม่ต้องเกรงใจ
แต่เจียงหนานมีฝนตกชุก พอถึงฤดูใบไม้ผลิดอกไม้บาน คูน้ำทั้งหมดจะเชื่อมต่อถึงกัน
หากในเมืองเกิดโรคระบาด โรคนั้นจะต้องแพร่กระจายออกมา เมื่อถึงเวลานั้น ผู้คนจะต้องล้มตายเป็นจำนวนมาก อีกทั้งกองทัพใต้บังคับบัญชาของฉินเฟิงก็คงจะได้รับผลกระทบด้วย
นี่เป็นกลยุทธ์ที่ฆ่าศัตรูพันคน แต่ตัวเองก็เสียหายแปดร้อยคน
ด้วยเหตุนี้ฉินเฟิงจึงไม่ได้ขว้างศพเข้าไปจำนวนมาก ศพจำนวนน้อยนอกจากจะสั่นคลอนขวัญกำลังใจของฝ่ายตรงข้ามแล้ว ยังทำให้พวกเขามีเวลาจัดการกับศพด้วย
หลินเวินหว่านกวาดตามองเครื่องยิงหิน แล้วมองไปที่ฉินเฟิงที่อยู่ไกลออกไป ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
“ช่างเถอะ ช่างเถอะ!”
“ส่งกองหน้าไปทำลายเครื่องยิงหินซะ”
หวังเคิงมีความคิดนี้อยู่แล้ว จึงรวบรวมทหารราบสองร้อยนายออกจากประตูเมือง มุ่งหน้าไปยังเครื่องยิงหิน
ทุกคนต่างจับจ้องไปที่กองทหารม้าที่อยู่ห่างออกไป แต่กลับพบว่ากองทหารม้าไม่มีทีท่าจะส่งกำลังเสริมมาช่วยแต่อย่างใด
แม้แต่ทหารที่ควบคุมเครื่องยิงหินก็วิ่งหนีไปจนหมด โดยไม่แม้แต่จะเหลียวหลังกลับมามอง
หลินเวินหว่านอดรู้สึกสงสัยในใจไม่ได้ “แปลกจริง เครื่องยิงหินตั้งหกเครื่อง จะทิ้งไปเฉย ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“ฉินเฟิงไอ้เด็กบ้านี่ กำลังคิดจะทำอะไรกันแน่?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ