บทที่ 1200 จู่โจมหมู่บ้านหม่ากวน
อะไรนะ?!
ฉินเฟิงชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาเบิกกว้างขึ้นทันที มองไปทางหลิ่วหมิงอย่างไม่อยากเชื่อ
“เจ้าว่าอะไรนะ? ใครมา?”
เมื่อเรื่องมาถึงจุดนี้แล้ว หลิ่วหมิงจำต้องเล่าความจริงทั้งหมด “ท่านอ๋องไม่ได้ฟังผิด คือคุณหนูรองหลิ่วหงเหยียน…”
“จริง ๆ แล้ว คุณหนูรองมาถึงตั้งแต่สามวันก่อนแล้วขอรับ”
“ก่อนจะมา นางได้ให้คุณหนูสามส่งจดหมายมาบอกข้าน้อย สั่งไม่ให้แจ้งท่านอ๋อง”
“ตอนนี้ท่านอ๋องจะไปแนวหน้าด้วยตัวเอง หากคุณหนูรองรู้เข้า ข้าน้อยเกรงว่า…”
ฉินเฟิงตัดบทด้วยความตื่นเต้นก่อนที่หลิ่วหมิงจะพูดจบ “พี่หญิงรองอยู่ที่ใด?”
เห็นฉินเฟิงไม่ได้ตำหนิตน หลิ่วหมิงจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก “คุณหนูรองซ่อนตัวอยู่ที่ค่ายด้านหลังตลอด บอกว่ายังไม่รู้จะอธิบายกับท่านอย่างไร”
“ด้วยที่นี่กำลังทำศึก นางเป็นสตรี จู่ ๆ มาปรากฏตัวที่แนวหน้า หากรบกวนการศึก ความผิดนี้ร้ายแรงนัก”
“แต่เนื่องจากคุณหนูทั้งสามท่านอยู่ในเมืองหลวงทั้งหมด คุณหนูรองจึงถือโอกาสที่ว่างเว้น พาพระชายาเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ และฉีหยางจวิ้นจู่มาเยี่ยมท่านอ๋อง”
เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ และฉีหยางจวิ้นจู่ก็มาด้วยหรือ?!
เมื่อก่อนฉินเฟิงยังคิดถึงพวกนางมาก ไม่คิดว่าความฝันจะกลายเป็นความจริงเร็วถึงเพียงนี้
แม้ว่าการที่พวกนางจู่ ๆ ก็มาถึงแนวหน้าจะเป็นการเสี่ยงอย่างยิ่ง แต่เมื่องานรักษาความลับทำได้ดีถึงขนาดที่แม้แต่ฉินเฟิงยังถูกปิดบังไว้ แสดงว่าข่าวคราวยังไม่รั่วไหลออกไป
หลังจากพบกันชั่วครู่แล้ว ก็จะส่งคนพาพวกนางกลับไป
หากล่าช้าเกินไป ข่าวที่สตรีมาถึงแนวหน้าถูกหลินเวินหว่านรู้เข้า หญิงผู้นั้นจะต้องคิดทุกวิถีทางเพื่อจับตัวสตรีไปเป็นตัวประกัน เพื่อใช้ต่อรอง
ความเสี่ยงนี้ฉินเฟิงไม่อยากเสี่ยงเลย
ฉินเฟิงพยักหน้า “ข้ารู้แล้ว หากพี่หญิงรองกับอวิ๋นเอ๋อร์มาหาข้า เจ้าก็บอกพวกนางว่า ข้าจะรีบกลับมา”
“โจรพวกนั้นมีแค่ร้อยคน ไม่ต้องกังวล”
เห็นฉินเฟิงมีท่าทีเด็ดเดี่ยวหลิ่วหมิงจึงไม่ขัดขวางอีก ปล่อยบังเหียนม้าทันที
ฉินเฟิงไม่กล้าชักช้า นำทหารม้าเบาสี่ร้อยนายจากเป่ยซี มุ่งหน้าตรงไปยังหมู่บ้านหม่ากวน
ในเวลาเดียวกัน ชาวบ้านหม่ากวนที่หลับใหลไปแล้ว จู่ ๆ ก็ถูกปลุกด้วยเสียงฆ้องอันเร่งรีบ
บุรุษในหมู่บ้านต่างทยอยเปิดประตูออกมาดู เห็นหม่าซานทหารกองกำลังพลเรือนที่รับผิดชอบลาดตระเวนยามค่ำคืนของหมู่บ้าน ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ กำลังใช้ค้อนไม้ตีระฆังทองเหลืองที่แขวนอยู่บนกิ่งไม้อย่างแรง
“เกิดอะไรขึ้น? มีโจรอยู่แถวนี้หรือ?”
หม่าหง ผู้ใหญ่บ้านที่อายุเพียงสามสิบปี ซึ่งรับช่วงต่อจากบิดาตั้งแต่เยาว์วัย ตะโกนถามขึ้น
หม่าซานวางค้อนไม้ลง ตะโกนใส่หม่าหง “ท่านผู้ใหญ่บ้าน เรื่องไม่ดีแล้ว!”
“เมื่อครู่นี้ข้าพบกองทหารม้าหนึ่งกองอยู่บนเนินเขาทางทิศใต้ของหมู่บ้าน มีจำนวนถึงร้อยคน!”
“พวกกองทหารม้านั่นกำลังพักอยู่บนเนินเขา แม้จะสวมเกราะของกองทัพราชสำนัก แต่ว่า…มันดูไม่ชอบมาพากล”
เมื่อได้ยินดังนั้น หม่าหงก็ขมวดคิ้วแน่น
เขาออกรบกับผู้อาวุโสในหมู่บ้านตั้งแต่อายุสิบสามปี จนอายุยี่สิบปีได้รับบาดเจ็บจึงปลดประจำการ หลังจากนั้นก็ล่าสัตว์อยู่บนเขาแถวนี้ จนกระทั่งปีที่แล้วได้เป็นผู้ใหญ่บ้าน จึงอยู่ในหมู่บ้านทำการเกษตร
เขามีสัญชาตญาณไวต่ออันตรายอย่างยิ่ง
“พักอยู่บนเนินเขา? แสดงว่ากองทหารม้านี้กำลังพักฟื้นกำลังม้า เตรียมจะเข้าสู้รบในเร็ว ๆ นี้”
“การที่สวมเกราะก็เป็นหลักฐานยืนยันเรื่องนี้”
“กองทัพราชสำนัก? แถวนี้ไม่เคยมีกองทัพราชสำนักมาปฏิบัติการ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงศัตรูของราชสำนัก…”
เมื่อตระหนักว่าพวกกองทหารม้านี้อาจมาไม่ดี หม่าหงจึงออกคำสั่งทันที
หม่าชางเฉียนวัยห้าสิบปี เดินมาที่ปากหมู่บ้านตัวเปล่า
ส่วนเสี่ยวหมาจื่อไม่ได้ไปหลบภัยที่ศาลบรรพชน แต่กลับถือธนูสั้นปีนขึ้นไปบนหลังคา พร้อมกับคนในหมู่บ้านอีกหลายคน เตรียมธนูพร้อมต่อสู้กับศัตรูได้ทุกเมื่อ
ในพริบตา เฉินเหยียนจงก็นำกองทหารม้าบุกมาถึงหมู่บ้านหม่ากวน
เมื่อเห็นผู้อาวุโสยืนอยู่ที่ปากหมู่บ้าน เฉินเหยียนจงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ในยามนี้ชาวบ้านควรจะนอนหลับกันหมดแล้ว เหตุใดจึงยังมีคนตื่นอยู่? ไม่เพียงแค่ตื่น แต่ดูเหมือนจะได้รับข่าวล่วงหน้า และตั้งใจมารอตนที่นี่
หรือว่าจะมีการซุ่มโจมตี?
เฉินเหยียนจงรีบสลัดความคิดเหลวไหลนี้ทิ้งไป แถวนี้ไม่มีกองกำลังทหารราชสำนักเคลื่อนไหวอยู่เลย จะมีการซุ่มโจมตีได้อย่างไร?
ถึงจะมีจริง เฉินเหยียนจงก็มั่นใจว่าสามารถสังหารพวกมันได้ในการเข้าโจมตีเพียงครั้งเดียว
หม่าชางเฉียนรีบโบกมือถามเฉินเหยียนจงว่า “เหตุใดจึงมาที่หมู่บ้านหม่ากวนในยามดึกเช่นนี้”
เฉินเหยียนจงแบกแหลนม้าขี่ม้าเดินเข้ามาช้า ๆ บนใบหน้ามีรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม
“เหตุใดรึ? เจ้าว่าดึกดื่นป่านนี้ แม่ทัพมาที่นี่ จะมีจุดประสงค์ใดเล่า?”
“ก็แน่นอนว่าข้าจะต้องสังหารทุกคนในหมู่บ้านนี้ให้สิ้นซาก ไม่เว้นแม้แต่ไก่สุนัข”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น หม่าชางเฉียนก็ขมวดคิ้วทันที “แม้หมู่บ้านหม่ากวนจะอยู่ในเจียงหนานแต่เนื่องจากอยู่ใกล้เขตแดนหลิงโจว จึงอยู่ภายใต้การปกครองของจงหยวนมาตลอด”
“แล้วเหตุใดท่านจึงจะมาสังหารพวกข้าโดยไร้สาเหตุเช่นนี้”
เฉินเหยียนจงแค่นเสียงเบา ๆ ไม่สนใจจะอธิบาย “เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว!”
“รู้แค่ว่าข้าแม่ทัพเป็นรองแม่ทัพใต้บัญชาฉินเฟิงมาที่นี่เพื่อสั่งสอนพวกไพร่พาลเช่นพวกเจ้าโดยเฉพาะ!”
พูดจบ เฉินเหยียนจงก็ยกแหลนม้าขึ้นแทงใส่หม่าชางเฉียนอย่างรุนแรง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ