เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 1271

บทที่ 1271 ผู้บงการเบื้องหลังของอู๋เหอลี่

ในที่เกิดเหตุเหลือเพียงอู๋เหอลี่คนเดียว ความพยายามอย่างถึงที่สุดของเขา การเดิมพันด้วยชีวิต สุดท้ายกลับกลายเป็นเรื่องตลก

เมื่อเผชิญหน้ากับทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีผู้แข็งแกร่งที่สุด ภายใต้การนำของฉินเฟิง การโจมตีทั้งหมดของอู๋เหอลี่ ก็เหมือนกับการเอาไข่ไปกระทบหิน

อู๋เหอลี่ย่อมไม่ยอมตกเป็นเชลยของฉินเฟิง เขายกแหลนในมือขึ้น เริ่มการโจมตีแบบฆ่าตัวตายใส่ทหารองครักษ์ค่ายเทียนจี หวังเพียงว่าทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีจะฆ่าเขาทิ้งเสีย

“ไปตายซะ!”

“ฉินเฟิง ต่อให้ข้ากลายเป็นผี ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปเด็ดขาด!”

อู๋เหอลี่โจมตีอย่างรุนแรงใส่ทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีที่อยู่ตรงหน้า แต่ทหารองครักษ์ผู้นั้นกลับไม่ตอบโต้เลย เพียงแค่ยกโล่ขึ้น ไม่ถอย แต่กลับพุ่งเข้าชน กระแทกเข้ากับปลายแหลนของอู๋เหอลี่

เนื่องจากทั้งสองฝ่ายออกแรงพร้อมกัน ด้ามแหลนทนแรงกระแทกอันมหาศาลไม่ไหว จึงสะบั้นหักลงทันที

ในวินาทีถัดมา อู๋เหอลี่ถูกทหารองครักษ์สามนายกดลงกับพื้นทันที

ไม่จำเป็นต้องออกแรงกดด้วยซ้ำ พวกทหารองครักษ์สวมชุดเกราะ เพียงแค่กดทับลงบนอู๋เหอลี่ เขาก็ขยับไม่ได้แล้ว

อู๋เหอลี่ดวงตาแดงก่ำ เต็มไปด้วยเส้นเลือด อีกฝ่ายส่งเสียงคำรามไม่หยุด

“ฆ่าข้าเสีย!”

“พวกเจ้าฆ่าข้าเสียเถอะ!”

“ฉินเฟิง จะฆ่าจะเชือดข้า ก็ตามใจเจ้าเถิด!”

ตามหลักการแล้ว สำหรับอันธพาลอย่างอู๋เหอลี่ ฉินเฟิงคงไม่ลังเลแม้แต่น้อย สั่งประหารเขาไปเลยก็สิ้นเรื่อง

แต่ตอนนี้ฉินเฟิงกลับรู้สึกแปลกใจ ไม่ว่าอู๋เหอลี่จะรอดออกมาจากเทือกเขาฉีเหลียนได้อย่างไร เขาควรจะหลบซ่อนตัว ไม่ใช่มาหาฉินเฟิงเพื่อแก้แค้นเช่นนี้

ฉินเฟิงอยากรู้แรงจูงใจของอู๋เหอลี่ให้ชัดเจน จึงสั่งให้ทหารองครักษ์ค่ายเทียนจีมัดอู๋เหอลี่ไว้

มองดูอู๋เหอลี่ที่ถูกจับได้ในที่สุด ฉินเฟิงก็ได้ปลดเปลื้องเรื่องค้างคาในใจ

“พวกเราสองคนก็เป็นคนรู้จักเก่าคนแก่กัน ตอนนั้นที่ชายแดนใต้ ข้าต้องใช้ความพยายามไม่น้อยเพื่อจับเจ้า”

“พูดมาเถอะ เหตุใดเจ้าถึงไม่เลือกทางรอด กลับยืนกรานมาหาที่ตายที่นี่?”

เผชิญหน้ากับการซักถามของฉินเฟิง เป็นไปตามที่คาดไว้ อู๋เหอลี่ไม่ให้ความร่วมมือเลย เขาเพียงจ้องมองฉินเฟิงด้วยความเคียดแค้น มองฉินเฟิงราวกับศัตรูคู่อาฆาต

นอกจากนั้น เขาไม่ยอมพูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว

แม้ฉินเฟิงจะรู้จักอู๋เหอลี่มานานแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้พบอู๋เหอลี่ในระยะใกล้เช่นนี้

เห็นว่าเขาไม่ยอมร่วมมือ ฉินเฟิงก็ไม่รีบร้อน นั่งยอง ๆ ลงตรงหน้าอู๋เหอลี่ จ้องมองเขาในระยะประชิด

“ก่อนหน้านี้เพื่อจับเจ้า ข้าส่งองครักษ์เสื้อแพรไปยังแคว้นเยว่จ้าว เพื่อสืบหาข้อมูลของเจ้า รวมถึงครอบครัวและญาติพี่น้อง”

“ที่บ้านเจ้ายังมีภรรยาและลูกสองคน ใช่หรือไม่?”

ฉินเฟิงได้รับข้อมูลที่แม่นยำของอู๋เหอลี่มานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ต่อ

ถึงอย่างไร แม้อู๋เหอลี่จะมีความผิดมหันต์เพียงใด ก็ไม่ควรลงโทษไปถึงครอบครัวของเขา

ยิ่งไปกว่านั้น ตามรายงานขององครักษ์เสื้อแพร ครอบครัวของอู๋เหอลี่ล้วนเป็นสามัญชนที่ซื่อสัตย์มาก ภรรยาเลี้ยงชีพด้วยการเย็บปักถักร้อย ลูกสาวทั้งสองแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ออกเรือน ทำงานไร่นาอยู่ที่บ้าน

ส่วนอู๋เหอลี่นั้น เข้าร่วมกองทัพมาหลายปี เพราะพ่ายแพ้ในการศึก จึงฉวยโอกาสหนีทัพ เดินทางมายังต้าเหลียงเพื่อหาเลี้ยงชีพ

อาจกล่าวได้ว่า การกระทำทั้งหมดของอู๋เหอลี่ ล้วนเพื่อให้ตนเองได้ลืมตาอ้าปาก และให้ครอบครัวมีชีวิตที่ดีขึ้น

แม้เจตนารมณ์แรกเริ่มนั้นดี แต่ก็ไม่ได้ลดทอนความผิดมหันต์ของอู๋เหอลี่แต่อย่างใด

เมื่อได้ยินฉินเฟิงพูดถึงครอบครัว อู๋เหอลี่คิดว่าฉินเฟิงกำลังข่มขู่เขา จึงตะโกนด้วยความโกรธเกรี้ยวด้วยเสีบงอันแหบแห้ง

“ฉินเฟิง เจ้าสัตว์เดรัจฉาน อ๋องแห่งชายแดนเหนืออะไรกัน เจ้ามันก็แค่คนสารเลว!”

“มีอะไรก็มาที่ข้าคนเดียว เหตุใดต้องเดินทางไกลพันลี้ไปทำร้ายครอบครัวของข้าด้วย?”

อะไรนะ?

เมื่อได้ยินคำพูดของอู๋เหอลี่ ฉินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างอดไม่ได้

“ข้าเคยลงมือกับครอบครัวเจ้าเมื่อไร?”

เห็นอู๋เหอลี่ไม่พูดอะไร ฉินเฟิงก็ไม่มีความสนใจในอู๋เหอลี่อีกต่อไป จึงเตรียมจะให้เขาตายอย่างเข้าใจ

“แคว้นเยว่จ้าวอยู่ห่างจากต้าเหลียงเท่าได? และห่างจากชายแดนทางใต้ของต้าเหลียงอีกเท่าได?”

“ในระหว่างทาง ต้องผ่านด่านตรวจกี่แห่ง และต้องประสบความยากลำบากกี่ครั้ง?”

“หากขาดองค์กรข่าวกรองที่แข็งแกร่ง ข่าวจะไปถึงหูเจ้าได้อย่างไร ก็ต้องใช้เวลาครึ่งปีถึงหนึ่งปีแล้ว”

“เหตุใดเจ้าจึงได้รับข่าวในทันที? คิดด้วยเท้าก็รู้ว่าเรื่องเป็นอย่างไร!”

“ต่อให้ถอยหลังไปหมื่นก้าว ถึงแม้ว่าครอบครัวของเจ้าจะตายจริง ก็ไม่เกี่ยวกับข้า ข้าฉินเฟิงแม้จะไร้ซึ่งหลักการ แต่ก็ไม่มีวันลงมือกับสตรีและเด็กที่ไร้อาวุธ”

สายตาเคียดแค้นของอู๋เหอลี่ค่อย ๆ สงบลง เมื่อตระหนักว่าฉินเฟิงไม่ได้ฆ่าครอบครัวของเขาจริง ๆ เขาก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

“เมื่อคนในครอบครัวข้าปลอดภัยแล้ว การที่ข้าตกอยู่ในมือของท่าน ก็ไม่ได้คิดที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว”

“ลงมือเถิด”

ฉินเฟิงย่อมไม่มีความสงสารต่ออู๋เหอลี่แม้แต่น้อย เขาโบกมือส่งตัวอู๋เหอลี่ให้จ้าวเจิ้นไห่จัดการ

จ้าวเจิ้นไห่ชักดาบที่เอว ก้าวเดินไปหาอู๋เหอลี่ ก่อนลงมือเขาตวาดถาม “เจ้าได้ยินจากใครว่า ฉินอ๋องฆ่าครอบครัวของเจ้า?”

อู๋เหอลี่ก้มหน้า เตรียมพร้อมที่จะรับความตาย

แม้ว่าตอนนี้พูดอะไรก็ไร้ความหมายแล้ว แต่เมื่อพิจารณาว่าตนถูกอีกฝ่ายหลอกเขา เขาย่อมไม่ช่วยปกปิดให้อีกฝ่าย

พลันกล่าวออกมาโดยไม่ลังเล “หน่วยองครักษ์ชุดดำ”

ดาบที่จ้าวเจิ้นไห่ยกขึ้นกลางอากาศ ก็หยุดชะงักกระทันหัน

ฉินเฟิงก็หยุดฝีเท้า ค่อย ๆ หันกลับมามองอู๋เหอลี่ด้วยสายตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

“เจ้าว่าใครนะ?”

อู๋เหอลี่ตอบโดยไม่ลังเล “ท่านไม่ได้ฟิงผิด ก็หน่วยองครักษ์ชุดดำนั่นแหละ!”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ