เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 1274

บทที่ 1274 คนผู้นี้ไม่ใช่ปลาในบ่อ

จิ่งเชียนอิ่งแค่นเสียงเบาอย่างดูถูก พลางกล่าวอย่างดูแคลนว่า “คนละหนึ่งวัน ผลัดกันอยู่เป็นเพื่อนงั้นรึ? เจ้าช่างคิดเรื่องดี ๆ ออกจริง!”

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้หรือไร?”

เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา จิ่งเชียนอิ่งถึงกับพูดไม่ออกทันที นางหันไปมองหลี่เซียวหลาน แล้วกล่าวอย่างสำนึกผิดว่า “พี่สาว ท่านอย่าเข้าใจผิดนะ ข้า…”

ยังไม่ทันที่จิ่งเชียนอิ่งจะอธิบายจบ หลี่เซียวหลานก็ยิ้มพลางส่ายศีรษะ

“ไม่เป็นไร ข้าไม่สนใจเรื่องนี้มานานแล้ว”

“ตั้งแต่ต้นจนจบ ฝ่าบาทไม่เคยมีความรู้สึกแบบพ่อลูกกับข้าเลย ในสายตาของเขา ข้าเป็นแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น”

“ยิ่งไปกว่านั้น ข้าเติบโตมากับท่านแม่ที่อำเภอเป่ยซีตั้งแต่เด็ก ข้าก็ไม่มีความรู้สึกอะไรต่อฝ่าบาทเช่นกัน”

“เขารู้ดีว่าตระกูลฉินมีความสำคัญเพียงใดในใจข้า แต่เพื่อรักษาอำนาจในมือ เขาก็ยังลงมือกับคนตระกูลฉินโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย”

“เพียงแค่เรื่องนี้ ความสัมพันธ์พ่อลูกระหว่างพวกเรา ก็ขาดสะบั้นลงแล้ว”

กล่าวถึงตรงนี้ หลี่เซียวหลานมองไปที่ฉินเฟิง แล้วพูดอะไรบางอย่างที่น่าตกใจออกมา

“ชายแดนเหนือกับราชสำนัก ย่อมต้องทำสงครามกันในท้ายที่สุด”

“สามีกับฝ่าบาท ก็จะต้องเผชิญหน้ากันในสนามรบไม่ช้าก็เร็ว”

“หากสามีแพ้ ข้าก็จะตายตามสามีไป แต่หากสามีชนะ ก็จะไม่มีอะไรแตกต่างจากฮ่องเต้แล้ว”

“ดังนั้น มาถึงขั้นนี้แล้ว น้องสาวพูดอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวอีกต่อไปแล้ว”

แม้แต่หลี่เซียวหลานยังพูดเช่นนี้แล้ว จิ่งเชียนอิ่งย่อมไม่ติดใจอีกต่อไป นางและสตรีทั้งสามคนหันไปมองฉินเฟิงพร้อมกัน

แต่กลับพบว่าฉินเฟิงกำลังเอามือประสานท้ายทอย ขาไขว่ห้าง นั่งพิงเก้าอี้เอนกายอย่างสบายอารมณ์ กำลังชื่นชมทิวทัศน์งดงามตรงหน้า

สตรีทั้งสี่มองหน้ากันไปมา จากนั้นก็พร้อมใจกันส่ายหน้าและหัวเราะขื่น ๆ

“สามี ไหนเลยจะมีบารมีของฮ่องเต้เลยสักนิด?”

“ใช่แล้ว ในใต้หล้านี้ มีเพียงสามีเท่านั้น ที่ไม่มีท่าทีของเชื้อพระวงศ์ที่สุด”

“ฮ่ะ ๆ ๆ คุณชายเคยชินกับความอิสระเสรีเสียแล้ว”

“ว่าไปแล้ว ตำแหน่งอ๋องก็ดี ตำแหน่งฮ่องเต้ก็ดี ก็ไม่เหมาะกับคุณชายเท่ากับตำแหน่งโหวเลย”

“พูดเช่นนั้นไม่ได้ บารมีของฮ่องเต้ต้องสร้างขึ้นภายหลัง แม้แต่ฮ่องเต้ต้าเหลียงก่อนขึ้นครองราชย์ ก็ไม่ได้เป็นเช่นทุกวันนี้”

“ถ้าการเป็นฮ่องเต้จะทำให้นิสัยเปลี่ยนไปมาก เช่นนั้นสามีไม่ควรเป็นฮ่องเต้จะดีกว่า”

“อืม… ข้าก็คิดเช่นนั้น หากวันหนึ่งสามีกลายเป็นฮ่องเต้ต้าเหลียงจริง ๆ พวกเราอยากจะพบสามีสักครั้ง คงยากเหมือนปีนขึ้นสวรรค์”

“พูดถูกแล้ว! สามี ท่านอย่าได้ขึ้นครองราชย์เลยนะ!”

ฉินเฟิงไม่ได้ส่งเสียงอะไร คิดในใจว่า ใครอยากเป็นฮ่องเต้ก็เป็นไปเถอะ ข้าไม่สนใจหรอก

ฮ่องเต้ดูเหมือนจะมีอำนาจล้นฟ้า สง่างามอย่างยิ่ง แต่ความจริงแล้วกลับถูกจำกัดไปทุกด้าน ไม่มีอิสระเลยแม้แต่น้อย

หากปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด ฮ่องเต้ก็จะใช้ชีวิตอย่างทุกข์ระทม แม้แต่เวลาร่วมห้องกับภรรยา ก็ยังต้องถูกขันทีควบคุมอย่างเข้มงวด

จำนวนครั้งที่ไปวังหลังน้อยเกินไป ก็จะถูกกล่าวหาว่า ‘ไม่ปฏิบัติตามหน้าที่สามีภรรยา’

หากไปวังหลังบ่อยเกินไป ก็จะถูกด่าว่า ‘หรูหราฟุ่มเฟือย ลุ่มหลงในกาม ปล่อยตัวตามอารมณ์’

ให้มันไปลงนรกเสียเถอะ ไอ้ตำแหน่งฮ่องเต้บ้า ๆ นี่ ถึงจะให้เงินหลายล้านตำลึง ข้าก็ไม่มีวันรับตำแหน่งนี้เด็ดขาด

บางคนรักแผ่นดินมากกว่าสตรี แต่ฉินเฟิงแม้จะรักทั้งแผ่นดินและสตรี แต่เจตนารมณ์แรกเริ่มในการสร้างแผ่นดิน ที่จริงแล้วก็เพื่อสตรีนั่นแหละ

เมื่อถึงเวลาที่ชายแดนเหนือมั่นคงแข็งแกร่งดั่งป้อมปราการทองคำ ไม่มีใครสามารถสั่นคลอนได้ เขาก็จะพาภรรยาทั้งหลายไปหาสถานที่สงบสุขห่างไกลผู้คน แล้วใช้ชีวิตอย่างสันโดษ ใช้ชีวิตราวเทพเซียน จะไม่วิเศษหรอกหรือ?

ขณะที่ฉินเฟิงกำลังจินตนาการถึงชีวิตที่งดงามในอนาคต ทูตส่งสารองครักษ์เสื้อแพรก็รีบร้อนเข้ามาอย่างกะทันหัน

“เมื่อรู้ว่าการฆ่าหน่วยองครักษ์ชุดดำหนึ่งคน จะได้รับเงินห้าสิบตำลึง แม้จะแบ่งกันหลายคน ก็ยังเป็นรายได้ที่ไม่น้อย พวกทหารหน่วยกล้าตายจากแคว้นเยว่จ้าวที่ทำเพียงเพื่อเงิน จึงตัดสินใจร่วมมือกับอู๋เหอลี่อย่างเด็ดเดี่ยวแน่วแน่”

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง…

ฉินเฟิงทอดถอนใจในใจ อู๋เหอลี่ผู้นี้ ไม่ใช่คนธรรมดาจริง ๆ!

มีทั้งความสามารถ และมีโชค ยากที่จะไม่ประสบความสำเร็จ หากโชคของเขาดียิ่งขึ้นอีกนิด ได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีอำนาจ การประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วก็ไม่ใช่เรื่องยาก

ฉินเฟิงอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “บอกองครักษ์เสื้อแพรให้ส่งข่าวกรองให้อู๋เหอลี่บ้างตามสมควร แต่ไม่ควรมากเกินไป”

“เมื่อพวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ค่อยช่วยเหลือเล็กน้อยก็พอ”

“เมื่ออู๋เหอลี่มีความสามารถถึงเพียงนี้ ก็ปล่อยให้เขาทำให้ฮ่องเต้ต้าเหลียงปวดหัวบ้างเถิด”

ทูตส่งสารรับคำสั่ง แล้วรีบจากไปทันที

หลี่เซียวหลานที่ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย “อู๋เหอลี่ผู้นี้ เกรงว่าจะไม่ใช่ปลาในบ่อธรรมดา”

“หากเขาประสบความสำเร็จจริง หรือหันไปสวามิภักดิ์ต่อฝ่าบาท จะไม่กลายเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อสามีหรือไร?”

ฉินเฟิงกลับยักไหล่ด้วยสีหน้าผ่อนคลาย

“วางใจเถิด ข้าจับตัวเขามาได้อย่างยากลำบาก จะปล่อยให้เขาหลุดรอดจากใต้จมูกข้าไปได้อย่างไรอีก?”

“องครักษ์เสื้อแพรนำข่าวกลับมาเร็วเช่นนี้ ภรรยาสุดที่รักยังไม่เข้าใจอีกหรือ?”

หลี่เซียวหลานพลันเข้าใจในทันที “สามีส่งคนไปคอยเฝ้าดูความเคลื่อนไหวทุกฝีก้าวของอู๋เหอลี่ตลอดเวลาใช่หรือไม่?”

ฉินเฟิงพยักหน้าเบา ๆ ค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน แล้วยืดเส้นยืดสายอย่างแรง

“กองทหารม้าทมิฬ ทหารม้าเบาแห่งเป่ยซี รวมถึงกองทัพเดินทางไกลแห่งเป่ยซี ล้วนมีชื่อเสียงโด่งดังมานานแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงแสดงศักยภาพได้เต็มที่บนสนามรบเท่านั้น”

“แต่ก่อนที่สงครามใหญ่จะปะทุขึ้น องครักษ์เสื้อแพรต่างหากที่เป็นกริชอันคมกริบที่สุดในมือของข้า”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ