เข้าสู่ระบบผ่าน

บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ นิยาย บท 590

บทที่ 590 ช่วงชิงผู้กระทำผิดซ้ำ

ประโยคนี้แทบจะดูดพลังของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์จนหมดสิ้น เท้าของนางสะดุดโซเซไปสองสามก้าว

ฉินเฟิงที่กำลังจะพูดถึงตรงนั้น ก็ชะงักค้างอยู่กับที่ทันที

เขามองดูเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ที่ใบหน้าซีดเผือด ฉินเฟิงรู้สึกราวกับหัวใจของตนเองถูกคนบีบอย่างแรง จนแทบหายใจไม่ออก

เขาเคยสัญญา ว่าหลังจากศึกชิงชาติแล้ว จะอภิเษกสมรสกับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์

นี่ไม่เพียงแต่เป็นคำสัญญาที่ให้ไว้กับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการตัดสินใจของชายที่จะแบกรับความรับผิดชอบต่ออีกฝ่าย เป็นการตัดสินใจเผชิญหน้ากับชีวิตที่เหลืออยู่อีกครั้ง

แต่เมื่อเผชิญกับวังวนผลประโยชน์ที่ถาโถมเข้ามาในเมืองหลวง แม้แต่ฉินเฟิงเองก็ไม่อาจถอนตัวออกจากโลกนี้ได้

ครั้นมองดูความรักของตนเองกับเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ถูกพัดพาเข้าไปในวังวน ปั่นป่วนจนแหลกละเอียด กลับไร้ความสามารถที่จะทำอะไรได้

“อวิ๋นเอ๋อร์…”

ฉินเฟิงขบกรามแน่น ไม่ยอมปล่อยให้เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ต้องแบกรับความเป็นจริงอันโหดร้ายนี้เพียงลำพัง

ในเมื่อตนเองสามารถทำเพื่อตระกูลฉิน เพื่อหมิงอ๋อง เพื่อชายแดนเหนือทั้งหมด ยืนหยัดต่อกรกับ ฮ่องเต้แคว้นเหลียงได้

แล้วทำไมจะไม่สามารถทำเพื่อหญิงที่รัก พร้อมต่อกรกับทั้งใต้หล้าเล่า

ฉินเฟิงก้าวเดินตรงไปข้างหน้าเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ พลันยื่นมือคว้าไปที่มือของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ และตั้งใจจะพานางออกไปจากที่นี่

แต่สุดท้ายกลับคว้าได้แต่อากาศ

ยังไม่ทันที่ฉินเฟิงจะได้ตอบสนอง แก้มของเขาก็ถูกตบอย่างแรงจนหน้าหัน

เพียะ!

เสียงนั้นกังวานชัดเจนยิ่ง ทั้งยังผสมปนเปกับเสียงหัวใจสลายของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์

“อย่าแตะต้องข้า!”

ร่างกายของเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์สั่นเทิ้ม น้ำตาไหลริน พลันจ้องเขม็งไปที่ฉินเฟิง

“นับจากนี้ไป พวกเราไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กันอีกแล้ว”

“ฐานะของกั๋วกงนั้นสูงส่ง ไม่ว่าจะแต่งงานกับผู้ใด ก็ล้วนเป็นภรรยาเอก”

“คนอย่างข้า เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ จะไม่มีทางยอมเป็นอนุให้ใครแน่นอน!”

ขณะกล่าวถ้อยคำเหล่านี้ เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์แทบจะตะโกนร้อง เสียงสะอื้นของนางเปี่ยมความเศร้าเสียใจและทุกข์ทรมาน

เมื่อมองฉินเฟิงยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาที่เด็ดเดี่ยวค่อย ๆ กลายเป็นหม่นหมอง

เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์รู้สึกราวกับหัวใจของนางกำลังโดนกรีด

มีเพียงวิธีนี้ ที่จะสามารถปกป้องตระกูลฉินไว้ได้ ทั้งยังทำให้ฉินเฟิงไม่โดนตราหน้าว่าเป็น “กบฏ”

ในเมื่อฉินเฟิงยอมทำทุกอย่างเพื่อนาง ไม่เกรงกลัวต่อการเป็นศัตรูกับทั้งแผ่นดิน

นางเองก็ย่อมสามารถปล่อยวางสิ่งที่มีค่าที่สุดในใจเพื่อฉินเฟิงได้เช่นกัน!

เซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ไม่ให้โอกาสฉินเฟิงแม้แต่น้อย นางร่ำไห้จากไปอย่างไม่สนใจไยดี

“อวิ๋นเอ๋อร์ ข้าขอโทษ…”

ใบหน้าของฉินเฟิงรู้สึกเจ็บแสบ แต่เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดในใจแล้ว แทบเทียบกันไม่ได้

ฉีหยางจวิ้นจู่ลุกขึ้นยืน พลันตะโกนด่าด้วยความโกรธแค้นอย่างที่สุด “ฉินเฟิง เจ้าช่างสารเลวจริง ๆ!”

ฉีหยางจวิ้นจู่ก้าวเท้าไล่ตามออกไป

หลี่ยงถอนหายใจเบาๆ ในใจนับถือเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์อย่างยิ่ง เพราะ…หญิงผู้นี้ ด้วยพลังของนางเพียงคนเดียว ได้หยุดยั้งสงครามกลางเมืองไว้ได้

เพียงแค่ฉินเฟิงพาเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์จากไป ราชวงศ์กับชายแดนเหนือก็จะกลายเป็นศัตรูกันอย่างสมบูรณ์

เมื่อถึงเวลานั้น ต้าเหลียงที่เพิ่งหลุดพ้นจากหล่มสงคราม ก็จะต้องตกลงไปในสงครามกลางเมืองที่ไม่มีที่สิ้นสุดอีกครั้ง

สงครามระหว่างแคว้นของต้าเหลียงกับเป่ยตี๋ แม้จะสูญเสียกันมากมาย แต่เมื่อเทียบกับการสูญเสียจากสงครามกลางเมืองแล้ว กลับดูเหมือนไม่มีค่าอะไรเลย

หลี่เฉียนถอนหายใจ

ผลลัพธ์นี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาปรารถนาจะเห็น

หลี่เฉียนหวังเหลือเกิน ว่าฉินเฟิงจะยึดมั่นในแนวทางที่เขาเคยทำมาโดยตลอด และพาเซี่ยอวิ๋นเอ๋อร์ จากไป

เมื่อถึงเวลานั้น ทั่วหล้าจะพากันลุกขึ้นโจมตีชายแดนเหนือ

แต่ตอนนี้ มันเป็นเพียงการแทงมีดลงบนหัวใจของฉินเฟิง แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นอันตรายถึงชีวิต

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นก็เลือกฤกษ์ยามดีต้อนรับกั๋วกงกลับเมืองหลวงเถิด”

“ยังไม่คุกเข่าอีกหรือ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน!”

องครักษ์ค่ายเทียนจีก็ไม่ยอมถอย ชกหมัดใส่หน้าทหาร พร้อมแค่นเสียงเย็น “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร!”

“พี่น้องทั้งหลาย หากทหารพวกนี้ยังไม่รู้จักตาย ก็ฆ่าพวกมันให้หมด!”

ในตอนแรก ทหารทั้งสองฝ่ายเพียงแค่ต่อยตีกัน แต่พอได้ยินดังนั้น ต่างก็ชักอาวุธออกมา

สถานการณ์วุ่นวายอลหม่าน ดูเหมือนกำลังจะเกิดการปะทะนองเลือดขึ้น

หลี่เฉียนกำจอกสุราแน่น ทุบลงบนโต๊ะอย่างแรง พร้อมตะโกนด้วยความโกรธ “หยุดเดี๋ยวนี้!”

“ฉินเฟิง หากเจ้าต้องการพาเว่ยเซียวไป ก็ได้ แต่เจ้าต้องอยู่ที่นี่แทน!”

“เจ้าคิดว่าข้าเป็นอะไรกัน?!”

ฉินเฟิงหลับตา หายใจเข้าลึก ๆ สักพัก แล้วค่อย ๆ หันกลับมา

“หากข้าไม่อยู่ล่ะ?”

“เจ้า!”

หลี่เฉียนไม่ลังเลใจ ชี้ไปที่ฉินเฟิงและตะโกนด้วยความโกรธ “จับตัวผู้ก่อเหตุร้ายแรงนี้ ส่งตัวไปที่ศาลต้าหลี่!”

“พอแล้ว!”

ก่อนที่ทหารจะได้ขยับ หลี่ยงก็ลุกขึ้นยืน เอ่ยเสียงเข้ม “ทุกคน หยุด!”

ทหารเหล่านั้นชะงักค้างอยู่กับที่ ด้านหนึ่งคือองค์ชายสอง อีกด้านคือองค์ชายเจ็ด พวกเขาจะฟังใครดี ไม่มีใครตัดสินใจได้

หลี่เฉียนเหลือบมองอย่างเย็นชา “องค์ชายเจ็ด เจ้าหมายความว่าอย่างไร?!”

หลี่ยงคำนับ ดูไม่ถ่อมตัวแต่ก็หยิ่งผยอง “วันนี้ละครเรื่องนี้สมควรจบลงแล้ว หากแพร่งพรายออกไป จะทำให้ฝ่าบาทเป็นที่ขายหน้าได้”

“อีกทั้งฉินเฟิงกับองค์หญิงหมั้นหมายกันแล้ว ในไม่ช้าก็จะเป็นบุตรเขยแห่งต้าเหลียง”

“บัดนี้ พี่ใหญ่กักขังฉินเฟิง ไม่ว่าจะมองในแง่เหตุผลหรือความรู้สึก ล้วนฟังไม่ขึ้น”

“ข้าขอประกันตัวฉินเฟิง หากเขาหลบหนีเพราะกลัวโทษ ข้ายินดีรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว”

“ส่วนจะลงโทษอย่างไร ควรให้ฝ่าบาทเป็นผู้ตัดสิน”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: บันทึกตำนานนายน้อยเจ้าสำราญ