เมื่อพูดคุยกับฉินหลันได้สักพัก หลินหยุนก็กลับไปที่ห้องพักตัวเองเพื่อฝึกฝนทันที
หินทิพย์ชั้นกลางหนึ่งหมื่นก้อน ถึงแม้จะเพียงพอกับการฝึกฝนของเขา แต่มันก็เพิ่มพลังได้เท่านั้น มันยากที่จะทำให้โลกกำลังภายในตัวและจิตปฐมเพิ่มสูงขึ้น
ถ้าอยากจะให้ระดับของพลังเพิ่มสูงมากขึ้น นอกจากเขาจะหาสมบัติล้ำค่ามาฝึกฝนถึงจะทำสำเร็จได้
แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย บางทีกลับไปที่เมืองหลวงอาจจะมีวิธีที่ดีกว่านี้ก็ได้ เพราะสถาบันราชภัฏนั้น แม้แต่อัจฉริยะจำนวนมากของเก้าสำนักใหญ่ ต่างก็อยากจะเข้าไป มันจะต้องเป็นสถานที่ที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!
หลังจากผ่านไปห้าวัน ทางฝั่งไท่จื่อดูเหมือนจะเตรียมพร้อมแล้ว และได้ออกจากเมืองซวูอู๋ทันที
ส่วนองค์หญิงเก้าก็จากไปเหมือนกัน แต่ขบวนของเธอนั้นดูเรียบง่ายมากๆ เหมือนกับตอนที่เธอเดินทางมาที่นี่ก่อนหน้านี้
มีรถม้าหนึ่งคันกับเด็กผู้หญิงที่ชื่ออาหลีคอยอยู่ข้างๆเธอและไม่มีอย่างอื่นอีกแล้ว
ไท่จื่อคือคนที่จะได้ขึ้นครองบัลลังก์คนต่อไป ฐานะของเขาต่างจากคนอื่นๆอยู่แล้ว
ถึงแม้ไท่จื่อไม่อยากจะทำแบบนี้ แต่มันก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เมืองซวูอู๋ห่างจากเมืองหลวงหลายหมื่นกิโลเมตร
แต่เรือมังกรของไท่จื่อก็บินเร็วมากๆเช่นกัน เวลาผ่านไปสามวันนิดๆ เมืองหลวงก็ปรากฏอยู่ด้านหน้าของพวกเขาแล้ว เมืองหลวงนั้นใหญ่มากๆจนน่าเหลือเชื่อ และดูหรูหรามากๆจนหาคำมาอธิบายไม่ถูก
เมื่อเดินทางเข้าใกล้และห่างจากเมืองหลวงอีกสิบกิโลเมตร พวกเขาก็รีบเก็บเรือมังกรทันที และเดินเท้าไปยังทิศทางของเมืองหลวง นี่เป็นกฎระเบียบของการเข้าเมืองหลวง
ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีฐานะอะไร มีความแข็งแกร่งแค่ไหน เมื่ออยู่ห่างจากเมืองหลวงสิบกิโลเมตร ห้ามใช้ของวิเศษที่ใช้ในการเหาะเหินโดยเด็ดขาด
รถม้าของไท่จื่ออยู่ด้านหน้าสุด หลินหยุนกับฉินหลันนั่งอยู่ในรถม้าคันเดียวกัน พวกเขาเดินทางมาถึงหน้าประตูเมืองหลวงอย่างรวดเร็ว หลังจากเข้ามาในเมืองหลวงแล้ว ทหารเคาะระฆังและปิดถนนทันที การเดินทางเข้ามานั้นเกิดเสียงครึกครื้นมากๆ
จวนไท่จื่อ เป็นที่พักของไท่จื่อที่อยู่นอกพระราชวัง
ถ้าเป็นวังไท่จื่อ มันเป็นที่พักของไท่จื่อที่อยู่ในพระราชวัง มันก็คือวังตะวันออก
ทั้งสองแห่งมีความแตกต่างกันมากๆ
จวนไท่จื่ออยู่ทางทิศใต้ของพระราชวัง เป็นจวนที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ หลังจากหลินหยุนตามไท่จื่อเข้ามาในจวนแล้ว หลินหยุนก็ได้ที่พักที่เงียบสงบมากๆในจวนไท่จื่อ
ที่พักแห่งนี้ดีกว่าวังรองของเมืองซวูอู๋มากๆ!
ถึงแม้วังรองจะมีคนคอยดูแลรักษาอยู่ แต่มันก็เป็นเพียงแค่วังรองเท่านั้น
เมื่อหลินหยุนกับฉินหลันเข้ามาที่พักได้เพียงชั่วครู่ ก็มีคนรับใช้มาเรียกเขาทันที
หลินหยุนเดินตามคนรับใช้เพื่อไปเจอไท่จื่อ
เมื่อมองเห็นหลินหยุนเดินเข้ามา ไท่จื่อก็หัวเราะออกมาทันที เขารีบกวักมือและพูด "หลินหยุน มานั่งตรงนี้เร็วๆ รออีกสักพักจะมีองค์ชายสองคนมาพบนาย ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หน้าที่สั่งสอนพวกเขาสองคนนั้นฉันจะยกให้หน้าที่ของนาย!"
หลินหยุนก็คาดคิดไม่ถึงจริงๆ การกระทำของไท่จื่อจะรวดเร็วขนาดนี้ เดิมทีเขาคิดว่ายังต้องรออีกสักพักหนึ่ง
ดูเหมือนไท่จื่อจะมองเห็นความแปลกใจของหลินหยุน เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูด "นายน่าจะไม่รู้ เด็กสองคนนั้นทำให้ฉันปวดหัวมากๆ เมื่อก่อนฉันก็เคยหาอาจารย์ให้พวกเขาหลายคน แต่อาจารย์พวกนั้นไม่สามารถสั่งสอนเด็กสองคนนี้ได้เลย!"
"หลินหยุน ฉันจำเป็นต้องเตือนให้นายทราบ"
"เด็กสองคนนี้เป็นเด็กดื้อและสั่งสอนยากจริงๆ!"
"นายต้องเตรียมตัวเตรียมใจไว้ก่อน!"
หลินหยุนทำความเคารพและพูดเบาๆ "ฉันจะทำอย่างสุดความสามารถ!"
ผ่านไปไม่นาน มีเด็กผู้ชายอายุสิบเอ็ดขวบกว่าๆสองคน พวกเขาแต่งตัวหรูหรา ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเดินเข้ามาทันที
พวกเขาทำความเคารพไท่จื่อก่อน จากนั้นก็ยืนอยู่ข้างๆอย่างเงียบๆ
"อย่างไรก็ตาม ถ้าพวกคุณกล้าหักหลังหรือคิดร้ายต่ออาจารย์ ฉันจะสังหารพวกคุณสองคนด้วยมือตัวเอง!"
หลินหยุนไม่ได้ปลดปล่อยรังสีฆ่าฟันออกมาเลย และไม่ได้พูดจาข่มขู่พวกเขาเลย เขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติมากๆ
ราวกับว่าเขากำลังพูดเรื่องธรรมดามากๆเรื่องหนึ่งอยู่ แต่ยิ่งเป็นแบบนี้ มันยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่
อาจารย์ อันที่จริงพวกเขามีมาเยอะแล้ว อาจจะไม่ถึงสิบคน แต่อย่างน้อยก็มีห้าคน แต่อาจารย์ก่อนหน้านี้ ไม่มีใครสามารถรักษาฐานะอาจารย์ของพวกเขาสองคนได้เกินสามเดือนเลย สุดท้ายแล้วอาจารย์พวกนั้นก็พูดกับไท่จื่อว่าพวกเขาจะลาออก และเสียฐานะอาจารย์ไป
หลินหยุนไม่ได้สนใจว่าเด็กสองคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ เขาพูดต่อทันที "ข้อสอง ไม่ควรทำผิดศีลธรรม! ถ้าพวกคุณทำผิด ผลลัพธ์มีเพียงข้อเดียว ฉันจะสังหารพวกคุณสองคนด้วยมือตัวเอง!"
"ตอนนี้ ฉันคิดกฎระเบียบได้เพียงแค่สองข้อเท่านั้น ถ้าฉันยังคิดกฎระเบียบข้ออื่นๆได้ ฉันจะบอกพวกคุณเองทีหลัง!"
"โอเค ลุกขึ้นได้แล้ว!"
ทั้งสองคนลุกขึ้นทันที จากนั้นก็โค้งคำนับหลินหยุน "ขอบคุณอาจารย์มากๆ ลูกศิษย์จะจำทุกคำพูดของอาจารย์เอาไว้ในใจ!"
หลินหยุนหัวเราะเบาๆ จากนั้นก็พูดทันที "ไม่เป็นอย่างนั้นอย่างแน่นอน ถ้าพวกเขาสองคนอยากจะโดนทำโทษด้วยการโดนตี ฉันก็จะทำตามที่พวกเขาสองคนต้องการ"
ขณะพูด หลินหยุนก็มองไปที่เด็กสองคนนั้น และพูดด้วยรอยยิ้ม "ฉันรู้สึกตื่นเต้นมากๆและอยากรู้ว่าพวกเขาสองคนจะสร้างปัญหาอะไรให้ฉันบ้าง!"
ไท่จื่อพูดด้วยรอยยิ้ม "โอเค! นายมีความมั่นใจก็ดีแล้ว!"
หลินหยุนพูด "ไท่จื่อ ในเมื่อฉันรับพวกเขาสองคนเป็นลูกศิษย์แล้ว ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตอนที่ฉันสอนเด็กสองคนนี้ ไท่จื่อห้ามเข้ามายุ่งโดยเด็ดขาด!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินหยุน สีหน้าของเด็กสองคนนี้เปลี่ยนไปทันที พวกเขาสองคนใช้สายตาอ้อนวอนไท่จื่อทันที

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
จบแค่นี้จริงดิ ไม่มั้ง เหมือนคนเขียนโดนตัดจบใน 5 ตอน อะไรกันนี่ อ่านถึงประมาณตอนที่ 1,500-1,600 พอละ หลังจากนั้นเละ ช่วงสุดท้ายนี่มั่วบ้านงานมั่ก ๆ...
1...
1...
1...
1...
นิยายจีนหลายๆหรือเกือบทุกเรื่องจะจบแบบงง..เหมือนคนแต่งจบไม่เป็น..คือเนื้อเรื่องแต่งไปได้เรื่อยๆแต่หาตอนจบไม่เจอคือถ้าจะจบก็จบแบบงง..หนักสุดน่าจะเรื่องฉินหรังละครับ.ฉินหรังไปสถานที่หนึ่งได้ต้นไม้แล้วโดนระเบิดออกมาอีกทีก็1ปีผ่านไป ไปหาแม่แล้วเปลี่ยนชื่อเลยครับ จงหยู่นางเอกต้นเรื่องหายไปเลย ฉินหรังได้กลับนางฟ้า ผมนี้งงเลยคนแต่งน่าจะเมาแฟบนะ...
จบแบบงงๆครับ...