“มันพูดไม่ถูกต้อง!”
จู่ ๆ มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เหมือนเสียงระฆัง ดังสะท้อนอยู่บนยอดเขา
สายตาของทุกคน หันไปหาต้นเสียงทันที
มีคนหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศโดยไม่มีวี่แววอะไรมาก่อนเลย เหมือนกับโผล่มาจากกลางอากาศ
เขาสวมชุดทหารสีดำเหมือนกัน ชุดทหารนี้มีสีซีดไปบ้าง เห็นได้ชัดว่า ผ่านมาหลายปี
เขาแก่มาก แต่แก่มากแค่ไหนนั้น ไม่อาจใช้คำว่าไม้ใกล้ฝั่งพรรณนาได้แล้ว เขาเหมือนกับซากศพที่ยังมีลมหายใจเฮือกสุดท้ายเหลืออยู่
เจียงร่อโจ๋มองไปที่คนคนนี้ แล้วลุกขึ้นโค้งคำนับทันที พลางเอ่ยพูดเสียงเคร่งขรึมว่า : “ท่านมาได้ยังไง?”
ชายชราผู้นั้นเอ่ย : “แกแพ้แล้ว ฉันจะไม่มาได้ยังไง”
เจียงร่อโจ๋ขมวดคิ้ว : “ผมแพ้แล้วก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่การที่ท่านมา มันต่างกัน ท่านจะทำให้ข้อมูลมากมายถูกเปิดเผย”
ชายชราเอ่ย : “ไหน ๆ ก็มาแล้ว จะสนอะไรมากมาย?”
เจียงร่อโจ๋ขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้ต้องการให้ออกมาเป็นอย่างนี้เลยจริง ๆ
ชายชราเหมือนมองความคิดของเจียงร่อโจ๋ออก จึงพูดด้วยเสียงไม่พอใจว่า : “ไอ้หมอนั่นมันพูดถูกอยู่ประโยคหนึ่ง แกสนใจภาพลักษณ์มากเกินไป”
“ในเมื่อแกตัดสินใจมาแล้ว จะสนชื่อเสียงกับผลที่ตามมาทำไมอีก?”
“แต่ คำพูดอื่น ๆ ของไอ้หมอนั่น ไม่ถูกต้อง”
“ในฐานะที่ฉันเป็นนักบู๊ ก็ควรจะยึดมั่นในหนทางของตัวเอง เชื่อมั่นในหนทางของตัวเอง ฝึกฝนกายและฝึกฝนใจ แต่เกียรติยศ ก็เป็นสิ่งที่พวกเราไขว่คว้า จะล้มเลิกไปไม่ได้”
“ถ้าหากมีนักบู๊คนหนึ่ง ไม่ต้องการแม้แต่ชื่อเสียงเกียรติยศ แล้วจะฝึกฝนวิชาบู๊ไปทำไม?”
“ในเมื่อ แกเสียเกียรติยศของตระกูลเจียงของพวกเราไปเพราะไอ้หมอนั่น งั้นฉันจะเอามันกลับมาเอง”
เจียงร่อโจ๋ถูกสั่งสอน แต่เขากลับไม่เห็นด้วย
เขามีอุดมการณ์ของเขา เขามีหนทางของเขา
หนทางของเขา คือต้องไม่ทำให้ประชาชนชาวจีนเหล่านั้นผิดหวังต่อความเป็นเทพสงครามของเขา ตลอดชีวิตนี้ เขาจะปกป้องประเทศชาติ หยุดยั้งไม่ให้ชาวต่างชาติบุกรุกเข้ามาในประเทศ
หงซิงกั๋วยืนอยู่ด้านข้างเจียงร่อโจ๋ แล้วมองไปที่ชายชราผู้นี้อย่างเงียบ ๆ
ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจต่อการปรากฏตัวของเขาเลย
กลับกัน ในสายตาของเขา มีความโล่งใจที่เหมือนยกภูเขาออกจากอก
ดูท่าทาง คนคนนี้ คือไพ่ตายที่แท้จริงของหงซิงกั๋ว
ไกลออกไป หงซานเหอมีสีหน้าเคร่งเครียด แล้วทอดถอนใจ : “เขามาจริง ๆ ด้วย”
“หลินหยุน คราวนี้ นายก็ขอให้ตัวเองโชคดีก็แล้วกัน!”
ทหารทุกคน ต่างมองไปที่ชายชราผู้นี้ สีหน้าของคนมากมายดูมีความสงสัย
“ตาเฒ่าคนนี้เป็นใคร? ดูท่าทางเหมือนเทพสงครามจะเคารพเขามากเลยนะ”
“ชายชราผู้นี้เป็นใครกันแน่?”
“ดูจากหน้าตาของเขา คล้ายกับเทพสงครามอยู่ไม่น้อย หรือเป็นญาติผู้ใหญ่ของเทพสงคราม?”
ทางด้านของสี่มหาตระกูล ใบหน้าของหวางจิงหลงรวมถึงผู้นำตระกูลอีกสามคนที่เหลือ ดูสับสนงุนงง
จางฉางเกิงเอ่ยถาม : “พี่จิงหลง คนผู้นี้เป็นใครกัน?”
หวางจิงหลงไม่ได้พูดอะไร ใบหน้าดูกำลังครุ่นคิดอยู่
จ้าวโม่เย้นเอ่ย : “ไม่ว่าคนคนนี้เป็นใคร แต่ดูจากสีหน้าของหงซิงกั๋ว ชายชราคนนี้น่าจะเป็นตัวจริงที่เขาจะให้มาฆ่าหลินหยุน!”
ผู้นำตระกูลหลิวพยักหน้า : “ดูท่าทางคงไม่ผิดแน่ แต่ว่า ไม่เคยได้ยินเขาพูดถึงชายชราผู้นี้มาก่อนเลย”
“หรือว่าความสามารถของเขา จะแข็งแกร่งยิ่งกว่าเทพสงคราม?”
หวางจิงหลงสีหน้าเปลี่ยนไปทันที แล้วร้องออกมาด้วยความตกใจ : “ผมรู้ว่าเขาคือใครแล้วล่ะ”
“คิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าเขายังมีชีวิตอยู่!”
ใบหน้าของหวางจิงหลง ดูตกใจมาก
“เหอะ เหอะ ประธานาธิบดีนี่ปกปิดไว้มิดชิดเชียวนะ! ถ้าไม่ใช่เพราะครั้งนี้หงซิงกั๋วอยากจัดการกับหลินหยุน จนคิดหาวิธีเชิญเขาออกมา เกรงว่าพวกเราคงไม่มีทางรู้ถึงการมีอยู่ของเขา”
จ้าวโม่เย้นและจางฉางเกิงรวมถึงคนอื่น ๆ ต่างมองไปที่หวางจิงหลงด้วยสีหน้าอยากรู้ แล้วเอ่ยถามว่า : “พี่จิงหลง ตกลงผู้นี้คือใครกันแน่?”
หวางจิงหลงมองไปยังชายชราที่เหมือนซากศพที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศผู้นั้น แล้วพูดออกมาทีละคำว่า : “ไท้ส่วย เจียงเฉิงจู่!”
“อะไรนะ!”
“เป็นเจียงไท้ส่วย อสูรทั้งห้าในตอนนั้นจริง ๆ ด้วย!”
ตอนแรกเลย เจียงเฉิงจู่เป็นเพียงโจรคนหนึ่ง แต่ว่า เขาได้วิชาเพลงฝึกบู๊มาโดยบังเอิญ
จากนั้น เขาก็กลายเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อันน่าทึ่ง โหดเหี้ยม ไม่สนวิธีการ เพื่อได้ฝึกตน เขาจึงทำบาปไปไม่น้อย
และตอนนั้น เขาก็ได้รับสมญานามว่าเป็นหัวหน้าแห่งอสูรทั้งห้า
ต่อมา เจียงไท้ส่วยได้ถูกโจวลี่เต๋อลูกศิษย์ของปรมาจารย์เฉินที่ก่อตั้งสำนักโม่เหมินปราบปราม จากนั้นก็ค่อย ๆ เงียบหายไป
เมื่อสงครามต่อต้านญี่ปุ่นเกิดขึ้น เจียงไท้ส่วยได้ต่อสู้กับปรมาจารย์วาตานาเบะเซนเซแห่งโลกบู๊ของญี่ปุ่น ได้ยินว่าเขาได้ตายไปพร้อมกับปรมาจารย์วาตานาเบะเซนเซ
ตอนนี้ดูท่าทาง เจียงไท้ส่วยไม่ได้ตาย แต่ปกปิดตัวเอง กลายเป็นผู้พิทักษ์ปกป้องประตูเมืองของประเทศจีน
หลินหยุนมองไปยังเจียงไท้ส่วยที่อยู่กลางอากาศ แล้วตกตะลึงเล็กน้อย
ไม่ใช่ชี่ทิพย์จากฟ้าดิน แต่เป็นกฎเกณฑ์
นี่แสดงให้เห็นว่า เจียงไท้ส่วยควบคุมกฎเกณฑ์แห่งโลกได้ ซึ่งสามารถทำได้ถึงระดับหนึ่งแล้ว
ปรมาจารย์ขั้นสูงสุด แดนเทพระดับใหญ่ ควบคุมกฎเกณฑ์แห่งโลก
นี่เป็นการแบ่งระดับของโลกบู๊
ดูจากการที่เจียงไท้ส่วยควบคุมกฎเกณฑ์แห่งโลก และระดับในการใช้ ความสามารถของคนคนนี้ น่าจะอยู่เหนือระดับแดนเทพไปแล้ว
“ดูท่าทาง ในประเทศจีน จะมีเสือหมอบซ่อนมังกรเสียแล้ว มีผู้เฒ่าประหลาดอีกมากมายที่ปกปิดตัวเองอยู่”
ต้องบอกก่อนว่าจนถึงวันนี้ ในลำดับเทพนั้น มีเพียงชื่อของหลินหยุนคนเดียวเท่านั้น
แต่ว่า ผู้แข็งแกร่งแดนเทพที่หลินหยุนได้พบเจอนั้น มีไม่น้อยกว่าสิบหลักแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีนักบู๊ที่อยู่ในแดนเทพระดับใหญ่แบบเจียงไท้ส่วยอีกด้วย
ก็ไม่รู้ว่า มาตรฐานของลำดับเทพนั้นคืออะไรกันแน่
ฝ่าบาทคาร์นอตวิลเลียมหดคอ ลางสังหรณ์ต่อผู้แข็งแกร่งที่เป็นพรสวรรค์ติดตัวเผ่าโลหิตมานั้น ทำให้ฝ่าบาทคาร์นอตวิลเลียมสัมผัสได้ถึงอันตราย
“หลินหยุน คนคนนี้เก่งกาจมาก นายต้องระวังตัวนะ” ฝ่าบาทคาร์นอตวิลเลียมเอ่ยเตือน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: จักรพรรดิเชียนตกสวรรค์
จบแค่นี้จริงดิ ไม่มั้ง เหมือนคนเขียนโดนตัดจบใน 5 ตอน อะไรกันนี่ อ่านถึงประมาณตอนที่ 1,500-1,600 พอละ หลังจากนั้นเละ ช่วงสุดท้ายนี่มั่วบ้านงานมั่ก ๆ...
1...
1...
1...
1...
นิยายจีนหลายๆหรือเกือบทุกเรื่องจะจบแบบงง..เหมือนคนแต่งจบไม่เป็น..คือเนื้อเรื่องแต่งไปได้เรื่อยๆแต่หาตอนจบไม่เจอคือถ้าจะจบก็จบแบบงง..หนักสุดน่าจะเรื่องฉินหรังละครับ.ฉินหรังไปสถานที่หนึ่งได้ต้นไม้แล้วโดนระเบิดออกมาอีกทีก็1ปีผ่านไป ไปหาแม่แล้วเปลี่ยนชื่อเลยครับ จงหยู่นางเอกต้นเรื่องหายไปเลย ฉินหรังได้กลับนางฟ้า ผมนี้งงเลยคนแต่งน่าจะเมาแฟบนะ...
จบแบบงงๆครับ...