ชายาเกิดใหม่ของข้า นิยาย บท 86

ตอนที่ 86 ตรวจอาการ

ไทเฮาทรงบรรทมอยู่บนพระแท่นบรรทม ร่างอันอ่อนแอของพระนางถูกผ้าห่มปักลายดอกมู่ตานผืนหน้าปกคลุมอยู่ ภายใต้ผ้าห่มผืนหนาดูเหมือนกับไม่มีอะไรอยู่ใต้นั้น เศียรของพระนางหนุนอยู่บนหมอนผ้าแพร สองพระเนตรโตลืมกว้าง ทว่าไร้การจับภาพ สีพระพักตร์ซีดเหลือง พระเนตรบวม พระโอษฐ์แห้งซีดและค่อนข้างลอก มุมพระโอษฐ์เหมือนจะมีฟองน้ำลาย

ชูเซี่ยสะเทือนใจมาก แต่ไม่ได้พบสามปี หญิงที่ทั้งเมตตาและเข้มงวดก็มีชีวิตร่อแร่แล้ว รูปร่างก็ดูซีดเซียว

พระหัตถ์ของพระนางที่ผอมเหมือนเท้าไก่คลำอยู่บนเตียงสักพัก จากนั้นก็ยันพระแท่นบรรทมหมายจะลุกขึ้น ส่วนปากก็พร่ำตรัส “อันหรานของข้ามาหรือ อันหราน...”

อันหรานไม่ได้พบกับไทเฮามานานหลายวันแล้ว พอเห็นว่าไทเฮาทรงเป็นเช่นนี้ก็รู้สึกค่อนข้างกลัว กอดพระศอของฮ่องเต้แน่นไม่ยอมเข้าไปหา

ฮ่องเต้แย้มพระโอษฐ์พลางตรัสว่า “เสด็จแม่ อันหรานมาเยี่ยมแล้ว เขาบอกว่าคิดถึงเสด็จย่าทวดมากเลย”

มามาก้าวเข้ามาประคองไทเฮาแล้วจัดหัวพระแท่นบรรทมโดยการวางเบารองนุ่มลงไปสองใบ ร่างของพระนางยังคงไถลลงมาเล็กน้อยด้วยความนั่งไม่อยู่

ฮ่องเต้ทรงนั่งตรงหน้าเตียง วางอันหรานไว้ข้างพระแท่นบรรทมแล้วกุมมือไทเฮา แล้วตรัสด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “เสด็จแม่ เพื่ออันหราน เพื่อข้า เสด็จแม่ต้องสู้ต่อไปนะพ่ะย่ะค่ะ”

ไทเฮายื่นมือไปลูบแก้มอันหราน ส่วนอันหรานเริ่มกลัวนิด ๆ แล้ว แต่เด็กน้อยก็มีความรู้สึกไวมาก เขารู้ว่าเสด็จย่าทวดรักและเอ็นดูเขา ดังนั้น เขาจึงไม่กลัวอีกต่อไป เขายื่นมือเล็ก ๆ ป้อม ๆ ไปจับพระพักตร์ของไทเฮาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงของเด็ก “เสด็จย่าทวดต้องเสวยเนื้อสัตว์ ต้องมีเนื้อมีหนังขึ้นนะพ่ะย่ะค่ะ”

พระพักตร์ของไทเฮาก็ฉายความสดใสออกมา แย้มพระสรวลอย่างดีใจ รอยย่นบนพระพักตร์ยกขึ้นเหมือนหางปลาทอง แสดงความเมตตาอย่างไร้ที่เปรียบ พระนางผงกพระพักตร์ “ดี ดีจ้ะ ย่าทวดจะกินเนื้อ กินเนื้อ เชื่อฟังอันหราน”

ฮ่องเต้ตรัสเสียงเบา “วันนี้ข้าพาหมอมาด้วยท่านหนึ่ง นางชำนาญด้านการฝังเข็ม ไม่สู้เสด็จแม่ลองให้นางตรวจดูหน่อยหรือ”

สีพระพักตร์ไทเฮาพลันขรึมทันที พระวรกายค่อย ๆ เลื่อนลงนอนบนพระแท่นบรรทม หันพระขนองใส่ฮ่องเต้แล้วตรัสอย่างเย็นชา “ไม่ต้อง เจ้าออกไปเถอะ และไม่ต้องแส้งทำเสียงหัวเราะให้ข้าได้ยินหรอก ข้ารู้ว่าข้าใกล้ตายแล้ว พวกนางเองก็หัวเราะไม่ออก อย่าทำให้พวกนางต้องลำบากเลย”

สีพระพักตร์ของฮ่องเต้เศร้าสลด ไม่กล้าเลี้ยกล่อม เกรงว่าจะกระตุ้นโทสะฮองเฮาจนทำให้อาการประชวรของพระนางทรุดหนักลง ฮ่องเต้อุ้มอันหรานขึ้นและตรัสว่า “ถ้าอย่างนั้นเสด็งแม่ทรงพักผ่อนเถิด”

พระองค์กระพริบพระเนตรให้ชูเซี่ยเป็นสัญญาณให้ชูเซี่ยออกไป ชูเซี่ยลังเลอยูาชั่วครู่ ทันใดนั้นก็ก้าวไปข้างหน้าย่อกายทำความเคารพ “ถวายพระพรไทเฮาเพคะ หม่อมฉันได้รับคำสั่งจากฝ่าบาทให้มาปรนนิบัติฮองเฮาเพคะ”

ฮ่องเต้ตะลึงงัน แต่ต่อมาก็เข้าใจในความหมายของนาง สายพระเนตรทอดแววแห่งความชื่นชม

ไทเฮาส่งเสียงอืมในลำคอ “ข้างกายข้ามีคนปรนนิบัติมากพอแล้ว แต่ในเมื่อเป็นน้ำพระทัยของฮ่องเต้ งั้นก็ให้อยู่นี่เถอะ”

ชูเซี่ยรู้สึกเบาใจลง “ขอบพระทัยไทเฮาเพคะ”

ฮ่องเต้ตรัสกับมามาที่เป็นข้ารับใช้ของฮองเฮาว่า “มามา เจ้าไปเบิกถ่านเงินบางส่วนจากห้องคลังเถิด ในห้องนี้หนาว ฝนก็ยังตกอีก จุดเตาถาดเสียหน่อยเถอะ”

มามารู้ว่าฮ่องเต้มีเรื่องจะตรัสกับนาง นางย่อกายแล้วกล่าว “เพคะ หม่อมฉันจะไปเดี๋ยวนี้”

นางพูดพลางเดินออกจากโถงห้องบรรทมไปพร้อมกับฮ่องเต้

ฮ่องเต่กระซิบตรัสกับมามา “เจ้าหาโอกาสให้ท่านหมอเวินได้รักษาไทเฮา จำไว้ว่าต้องระวังอย่าให้ไทเฮา...”

มามาพลันตาแดงขึ้นมา “ฝ่าบาทมีพระทัยกตัญญู หม่อมฉันรู้สึกปลื้มใจแทนไทเฮาเพคะ”

“ไปจัดการเรื่องให้เรียบร้อยเถอะ!” ฮ่องเต้ตรัส

มามากล่าวรับคำแล้วถอยจากไป

ภายในห้องบรรทม นอกจากชูเซี่ยแล้วยังมีนางกำนัลคอยปรนนิบัติรับใช้อยู่ด้านข้างอีกไม่กี่คน ชูเซี่ยเห็นไทเฮาลืมพระเนตรอย่างเหม่อลอยอีกครั้งก็ครุ่นคิดชั่วครู่แล้วเอ่ยปาก “พระนางเพคะ หม่อมฉันพอมีทักษะการบีบนวดมาบ้าง ไม่สู้ให้หม่อมฉันลองนวดให้พระนางช่วยปัดเป่าความเมื่อยล้าดีไหมเพคะ”

ไทเฮาหันพระวรกายมา แววพระเนตรไม่จับแสง พระนางตรัสขึ้นมาเบา ๆ “เอาสิ ในเมื่อฮ่องเต้ส่งเจ้ามา จะจัดการอะไรก็ต้องระมัดระวังอยู่แล้ว ข้าแก่เฒ่าแล้ว ก็ให้เขามีใจกตัญญูมากเท่าที่จะทำได้กฌแล้วกัน เจ้ามานั่งข้างข้าสิ”

ชูเซี่ยรับคำแล้วก้าวเดินไปอย่างระมัดระวัง นั่งลงข้างพระแท่นบรรทม นางถูมือไปมา จากนั้นก็วางมือตรงขมับของไทเฮา ไทเฮาแปลกใจเล็กน้อยแล้วตรัส “มือของเจ้านี่อุ่นดีนะ”

ชูเซี่ยยิ้ม “ไทเฮารู้สึกสบายก็ดีแล้วเพคะ” นางนวดขมับเบา ๆ นิ้วมือกลึงไปมาตรงเบ้าตาอย่างชำนาญ นางออกแรงนวดกลึงขมับไปมาอยู่สิบครั้ง จากนั้นก็นวดตรงเบ้าตาต่อ ทำแบบนี้ไปมาต่อเนื่องกันยี่สิบครั้ง ไทเฮาผ่อนคลายลงอย่างช้า ๆ ลมหายใจก็ค่อย ๆ สม่ำเสมอ

ชูเซี่ยไม่กล้าบุ่มบ่ามฝังเข็ม เพราะยังไม่รู้อาการประชวรของฮองเฮาอย่างแน่ชัด ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่รู้ว่าการสูญเสียการมองเห็นของพระนางนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร

นางนวดบริเวณศีรษะ ถือโอกาสตอนที่พระนางบรรทมอย่างผ่อนคลายนวดนิ้วให้พระนาง จากนั้นก็ใช้นิ้วนวดข้อมือและฉวยโกาสจับชีพจร แต่ไม่อาจหยุดอยู่ตรงจุดชีพจรนานเกินไปนัก เพราะพระนางมีประสาทสัมผัสไวมาก พอมือของนางแตะชีพจรบนข้อมือของพระนาง พระนางก็ดิ้นเอามือออก ชูเซี่ยจึงได้แต่นวดต่อไปเรื่อย ๆ ทั้งแขนและไหล่ จนพระนางผ่อนคลายลงอย่างช้า ๆ

หลังจากที่มามากลับมาก็เห็นไทเฮาบรรทมไปแล้วก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย ยิ้มมองชูเซี่ยด้วยสายตาชื่นชม พลางยกนิ้วให้นาง

ชูเซี่ยยิ้ม จากนั้นก็พูดเสียงเบา “ไทเฮาบรรทมแล้ว ข้าจะไปถามอาการของประองค์จากท่านหมอหลวง ต้องรบกวนมามาคอยดูแลที่นี่แล้ว”

มามาพยักหน้า “ท่านหมอรีบไปเถอะ”

ชูเซี่ยหันกายแล้วออกไป ภายในห้องโถงใหญ่ บรรดาสนมต่างแยกย้ายกันไปแล้ว เหลือเพียงแค่หลี่เฉินเย่นกับหลี่อวิ๋นกังและชายาของเขาที่ยังอยู่ อันหรานก็ดูเหมือนจะถูกหรงเฟยอุ้มไปแล้ว

หลี่เฉินเย่นก้าวมาข้างหน้าเอ่ยถามเสียงเบา “เป็นอย่างไรบ้าง”

ชูเซี่ยส่ายหน้า “ตอนนี้ยังไม่รู้ ข้าต้องไปถามท่านหมอหลวงก่อน”

“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย!” หลี่เฉินเย่นพูด

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาเกิดใหม่ของข้า