ชายาเกิดใหม่ของข้า นิยาย บท 89

ตอนที่ 89 ฮ่ฮ่องเต้โมโห

แม้หลี่เฉินเย่นเย่นจะอยู่เฝ้าไข้ในวัง แต่กลับยากที่จะได้พบเจอกับชูเซี่ย แม้จะพบกัน แต่ก็ไม่อาจพูดคุยได้มากมายนัก

วันนี้ ฮองเฮากำลังเสวยน้ำแกงลูกบังอยู่ในตำหนัก ทว่าจิตใจกลับกระสับกระส่ายไม่นิ่ง

ฮองเฮาเห็นท่าทีแล้วก็นั่งลงข้างเขาแล้วตรัส “เฉินเย่น หญิงสาวบนโลกนี้ไม่ได้มีแค่นางเพียงคนเดียว”

หลี่เฉินเย่นมองไทเฮา “เสด็จแม่ตรัสอะไร ลูกไม่เข้าใจพ่ะย่ะค่ะ”

ฮองเฮายื่นมือไปจับหน้าเขา “เจ้าเป็นลูกแม่ ใจเจ้าคิดอะไร แม่จะไม่รู้เชียวหรือ นิสัยของเสด็จพ่อเจ้า เจ้าเองก็รู้ดี ผู้หญิงที่เขาชอบก็ต้องคว้าเอามาให้ได้ หากเจ้ายืนกรานจะตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับเขา ผลลัพธ์ที่ได้มันไม่ได้ดีหรอก”

หลี่เฉินเย่นกุมพระหัตถ์ไทเฮาไว้ แล้วพูดด้วยความเสียใจ “หลายปีมานี้เสด็จแม่ได้รับความทุกข์มากเกินไปแล้ว”

ฮองเฮอาแย้มพระสรวล “แม่ไม่ทุกข์หรอก ตั้งแต่แม่ให้กำเนิดเจ้า ใจแม่ก็มีแต่เจ้า ขอเพียงแค่เจ้าได้มีชีวิตสุขสบาย แม่ก็สุขสบายไปด้วย สำหรับเสด็จพ่อเจ้า เขาไม่มีทางยุดใจอยู่ที่ผู้หญงิคนใดหรอก ฉะนั้น ตั้งแต่นั้นมาแม่จึงไม่หวังอีกต่อไป เมื่อไม่มีหวัง ก็ไม่ต้องผิดหวัง และยิ่งไม่ต้องรู้สึกทุกข์”

พระนางนิ่งเวียบไปชั่วครู่แล้วตรัสอีกว่า “นับตั้งแต่ชูเซี่ยจากไป แม่ก็มองหาหญิงสาวที่สามารถเข้าไปในดวงใจเจ้าได้มาตลอด แต่นึกไม่ถึงว่าคนที่สวรรค์สร้างขึ้นมา ผู้หญิงคนนั้นก็เดินเข้าไปในใจเสด็จพ่อเจ้าด้วย แม่รู้ว่าใจของผู้หญิงคนนั้นก็ชอบเจ้า แต่แต่ชะตาของฮ่องเต้เอาชนะได้ยาก บวกกับช่วงนี้เสด็จพ่อเจ้าหลงเชื่อคำราชครู ราชครูบอกว่านางเป็นหญิงสาวที่สูงส่ง หากแต่งเข้าวังก็จะสามารถค้ำจุนชะตากรรมของแคว้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือให้กำเนิดรัชทายาทได้ เขาจะยอมปล่อยมือง่าย ๆ หรือ ต่อให้เป็นลูกชายของเขาเอง เขาก็จะไม่อ่อนข้อให้ แม้จะปรารถนาให้เจ้ากับผู้หญิงคนนั้นได้อยู่ด้วยกัน แต่ที่ปรารถนายิ่งกว่านั้นคือเจ้าสามารถใช้ชีวิตอยู่ดีได้”

หลี่เฉินเย่นพูดกระซิบ “ไม่มีวิธีอื่นบ้างหรือพ่ะย่ะค่ะ”

ฮองเฮาส่งสายตามองนางกำนัลที่อยู่ข้างหลัง หลังจากที่เหล่านางกำนัลออกไปแล้ว ก็เอาสมุดรายชื่อออกมา “เสด็จพ่อเจ้ามีรับสั่งให้เลือกชายาให้เจ้า เจ้าลองดูสิ หญิงสาวพวกนี้มีใครที่เจ้าชอบบ้าง หากมีก็บอกแม่ เดี๋ยวแม่จะจัดการให้เจ้าเอง”

หลี่เฉินเย่นกลับส่ายหน้า มองฮองเฮาอย่างไใ่ละสายตา “หากไม่ใช่นาง ลูกก็ไม่แต่งพ่ะย่ะค่ะ”

ฮองเฮาบีบมือเขาแล้วตรัสอย่างจริงจัง "เฉินเย่น ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะบุ่มบ่ามเอาแต่ใจ เสด็จพ่อเจ้าสงสัยเรื่องเจ้ากับชูเซี่ยแล้ว เจ้าไม่แต่งงานก็ได้ ไม่สู้ให้โหรวเฟยขึ้นเป็นชายาไม่ดีกว่าหรือ ถ้าเอาอย่างนั้นแม่จะไปคุยกับเสด็จพ่อเจ้าให้"

หลี่เฉินเย่นนึกถึงหลิวมี่เหอที่วางยาชูเซี่ย ไม่ฆ่านางก็นับว่าเมตตาแล้ว เขาจะยอมให้นางขึ้นเป็นชายาหรือ เขาพูดด้วยสีหน้าเฉียบขาด "ไม่ได้เด็ดขาด!"

ฮองเฮาถอนหายใจ "ตอนที่แต่งโหรวเฟยก็เป็นความคิดเจ้าไม่ใช่หรือ ทั้งยังฉวยโอกาสตอนที่แม่ออกจากเมืองหลวงไปสวดภาวนาแต่งนางเข้ามาอีก หากไม่ได้ไทเฮาตรัสหว่านล้อมให้เจ้า เจ้าก็ถูกตัดสินลงโทษไปแล้ว ตอนนั้นเจ้าแต่งนางโดยไม่คำนึงถึงสิ่งได้ ทำไมตอนนี้ถึงไม่ได้เล่า หากจะบอกว่าเจ้าลืมชูเซี่ยไม่ได้ ก็ยังจะพอรับได้ แต่ตอนนี้เจ้า…นางเป็นใครกัน สำคัญมากขนาดนั้นเชียวหรือ"

หลี่เฉินเย่นยืนขึ้น พลางพูดอย่างหงุดหงิด "เสด็จแม่ ข้ายอมตายยังจะดีเสียกว่า!" พอพูดจบ เขาก็ก็กล่าวทิ้งท้าย "ลูกจะไปเยี่ยมเสด็จย่า"

หลังจากนั้นเขาก็ไปที่ตำหนักฉิ่นของไทเฮา ก็เห็นว่าฮ่องเต้อยู่ด้วย ส่วนไทเฮาบรรทมไปแล้ว ฮ่องเต้ดึงชูเซี่ยมาด้านข้างและพูดคุยกับนาง

ชูเซี่ยเงยหน้ามองก็เห็นเขาเข้ามาก็รู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก ถอยไปหนึ่งก้าวแล้วกล่าวทำความเคารพ "ถวายพระพรท่านอ๋องเพคะ"

หลี่เฉินเย่นส่งเสียงอืมตอบรับ ก่อนจะทำความเคารพฮ่องเต้ จากนั้นก็เอ่ยถามชูเซี่ย "เสด็จย่าเป็นอย่างไรบ้าง"

ชูเซี่ยตอบกลับ "เรียนท่านอ๋อง ไทเฮาเพิ่งจะดื่มซุปแล้วหลับไปเพคะ"

ฮ่องเต้ เมื่อเห็นหลี่เฉินเย่นเข้ามาก็ขมวดพระขนงด้วยความไม่พอพระทัย "ทำไมวันนี้เจ้าถึงได้มาเยี่ยมเสด็จย่าเจ้าได้เล่า บอกว่าจะมาเฝ้าไข้ก็ควรมาอยู่เป็นเพื่อนพระนางทุกวันสิ"

หลี่เฉินเย่นรู้สึกหงุดหงิดใจ แต่ก็ทำได้เพียงพูดเสียงแข็งด้วยความโกรธ "พ่ะย่ะค่ะ ลูกทราบแล้ว"

ชูเซี่ยมองหลี่เฉินเย่นอย่างค่อนข้างเป็นห่วง เพราะเกรงว่าเขาจะสะกดกั้นอารมณ์ของตนเองไว้ไม่อยู่แล้วพูดอะไรที่รุนแรงกับฮ่องเต้

จากนั้นฮ่องเต้ก็ส่งเสียงอืมตอบรับแล้วตรัสถาม "แม่เจ้าให้สมุดรายชื่อแล้วหรือยัง มีแม่นางในใจบ้างหรือไม่"

ชูเซี่ยตกตะลึง ในดวงตาฉายแววความกังวลขึ้นมาทันที

หลี่เฉินเย่นสบสายตากับนาง ใจบีบแน่นแล้วทูลตอบ "ลูกมีชายาอยู่แล้ว ฉะนั้น จึงไม่ต้องแต่งชายาอีกพ่ะย่ะค่ะ"

สีพระพักตร์ของฮ่องเต่พลันอ่อนลงทันที "ข้ารู้ว่าเจ้ายังคิดถึงนาง แต่นางจากไปสามปีแล้ว การที่เจ้าทรมานตัวเองแบบนี้ มันทำให้แม่เจ้าเศร้าโศกข้าเองก็เป็นห่ววเจ้าเช่นกัน เจ้าคิดดูให้ดี ยิ่งตอนนี้สุขภาพของแม่เจ้าไม่ค่อยดี เพราะเอาแต่เป็นห่วงเจ้าเสมอมา"

หลังจากที่ฮ่องเต้ฟังคำแนะนำของราชครูให้แต่งตั้งหลี่เฉินเย่นเป็นรัชทายาทก็ไม่เคยใช้น้ำเสียงอบอุ่นแบบนี้พูดคุยกับหลี่เฉินเย่นอีก หลี่เฉินเย่นฟังแล้วก็รู้สึกอบอุ่นใจขึ้นมา แต่เขารู้ว่าไม่อาจถูกความรักของคนเป็นพ่อละลายได้ เพราะหากหลงเข้าให้แล้วก็เกิดเรื่องได้ง่าย ดังนั้น เขาจึงยังคงมีสีหน้าท่าทางดังเดิมแล้วกล่าวขึ้นมา "เสด็จพ่อไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องลูกหรอกพ่ะย่ะค่ะ ลูกรู้อยู่แก่ใจดี"

ฮ่องเต้ไม่พอพระทัยเล็กน้อย ขณะที่กำลังคิดจะตรัสกับเขา ไทเฮาก็ตื่นขึ้นมาเสียก่อน พระนางขยับอยู่บนพระแท่นบรรทมสักพัก จากนั้นก็ตรัสอย่างช้า ๆ "รู้อะไรกัน จะหาหลานสะใภ้แทนข้าหรือ ถ้าเช่นนั้นไยต้องไปหาจากที่อื่นเล่า ตรงหน้าข้าก็มีอยู่หนึ่งคนไม่ใช่หรือ ยกเวินหน่วนให้เขาก็ได้แล้ว"

ฮ่องเต้ตะลึงไปชั่วครู่ ต่อมาก็รีบลุกขึ้นแล้วย่างพระบาทไปตรงหน้าพระแท่นบรรทมของไทเฮา จากนั้นก็ตรัสพร้อมกับรอยพระสรวล "เสด็จแม่ตรัสอะไรพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้จะว่าไปชายาของอ๋องหนิงอัน คนที่จะเป็นภรรยาของแม่ทัพอินทรีบิน ก็ต้องมาจากตระกูลที่มีชื่อเสียงนะพ่ะย่ะค่ะ..."

"ผายลมเถอะ ข้าที่เป็นแม่เจา้ก็แค่หญิงขุดกระจับที่ซูเจียง ไม่ใช่ว่าเสด็จพ่อเจ้าหลงรักข้ามาหลายปีหรอกหรือ แค่ถูกใจกันก็พอแล้ว จะพูดเรื่องฐานะอะไรกัน คร่ำครึ!" ไทเฮาตำหนิเบา ๆ จากนั้นก็ส่งสัญญาณบ่งบอกว่าให้ชูเซี่ยประคองพระนางลุกขึ้นนั่ง

ฮ่องเต้เงยพระพักตร์ชำเลืองมองนางแล้วตรัสอย่างกระอึกกระอัก "แต่ท่านหมอเวินเคยบอกกับข้าว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่แต่งงาน จะดึงดังได้อย่างไร ถึงอย่างไรก็ไม่ได้อยู่ดี!"

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชายาเกิดใหม่ของข้า