ถึงแม้มู่น่อนน่อนจะถามอะไรจากเฉินถิงเซียวไม่ได้ แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกหดหู่ใจมากเท่าไหร่
เธอเชื่อ การที่เฉินถิงเซียวจะหาผู้เชี่ยวชาญด้านการสะกดจิตแบบนี้ได้ มันไม่ใช่เรื่องยากเลย
……
เฉินถิงเซียวกลับมาถึงบ้าน ก่อนจะยื่นเสื้อคลุมตัวนอกให้คนรับใช้ แล้วนั่งลงบนโซฟา
เขาเงยหน้ามองขึ้นไปที่โคมไฟคริสทัลเหนือศีรษะ ก่อนจะมองไปรอบด้าน
ในบ้านที่ใหญ่โตตอนนี้กลับว่างเปล่า มีแค่พวกบอดี้การ์ดกับพวกคนรับใช้เท่านั้น
เขาหยิบมือถือออกมา แล้วปัดนิ้วไปที่หน้าข้อความโดยไม่รู้ตัว
ในกล่องข้อความมีเพียงข้อความเดียวเหลืออยู่
มู่น่อนน่อนส่งมาเมื่อคืนนี้ เนื้อหาข้างในเขียนแค่คำว่า ราตรีสวัสดิ์ เท่านั้น
ตอนที่เขาได้รับข้อความ เขาคิดแค่ว่าผู้หญิงคนนั้นน่าเบื่อมาก และคิดจะบล็อกเบอร์โทรเธอ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงทำใจบล็อกเบอร์เธอไม่ลงสักที
หลังจากนั้นคงเป็นเพราะง่วงเกินไปจึงผล็อยหลับไป
“คุณชายครับ”
เสียงของสือเย่ ดึงเฉินถิงเซียวให้หลุดออกจากภวังค์ความคิด
เฉินถิงเซียวกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองสือเย่
เขาไม่ได้พูดอะไร แค่เลิกคิ้วขึ้น บ่งบอกให้สือเย่มีอะไรจะพูดก็พูดมา
สือเย่ถามอย่างระมัดระวัง “คืนนี้คุณชายอยากกินอะไรครับ”
ช่วงนี้เฉินถิงเซียวอยู่ในสถานการณ์พิเศษ สือเย่ก็เลยเข้ามาอยู่ในบ้านของเฉินถิงเซียว
โชคดีที่เฉินถิงเซียวยังเชื่อใจเขามาก
แต่ว่า ผู้ช่วยอย่างเขามีทำงานครอบคลุมทุกเรื่องจริงๆ เป็นทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาของเฉินถิงเซียวในที่ทำงาน แต่ปัจจัยสี่ (ปัจจัยสี่ของจีน ประกอบด้วย เสื้อผ้า อาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทาง) ของอีกฝ่าย เขาก็ยังต้องจัดการให้ทั้งหมด
เพราะเรื่องเมื่อคืนนี้ คนรับใช้ในครัวจึงไม่กล้าทำอาหารเองเหมือนปกติ
เพราะกลัวว่าเฉินถิงเซียวจะไม่ถูกปาก แล้วอาละวาดขึ้นมา จึงต้องขอให้สือเย่มาถามเฉินถิงเซียวก่อน
เฉินถิงเซียวพูดอย่างเฉยเมย “ฉันจ้างพวกเขามา เพื่อให้พวกเขามาทำอาหารไม่ใช่หรือไง เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แค่นี้ยังต้องมาถามฉันด้วยเหรอ?”
สือเย่คิดในใจ สำหรับเขาแล้วคงเป็นแค่เรื่องเล็ก แต่สำหรับพวกคนรับใช้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก
สือเย่ถามออกไปอย่างกล้าหาญว่า “คุณชาย อยากกินอาหารที่คุณหญิงน้อยทำใช่ไหมครับ?”
แต่เฉินถิงเซียวกลับไม่ได้โต้แย้งเหมือนที่ผ่านมา เขาถามกลับว่า “นายหมายถึงมู่น่อนน่อน?”
สือเย่จับรายละเอียดเล็กน้อยนี้ได้ จึงตอบว่า “ใช่ครับ”
“เหอะ”
เฉินถิงเซียวยิ้มเยาะ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ย “เมื่อคืนนี้ยังเสนอตัวมาทำอาหารถึงที่นี่ ตอนนี้มันกี่โมงแล้วยังไม่เห็นเงา เธอเป็นแบบนี้ยังคิดจะแต่งงานกับฉันใหม่ ฝันไปเถอะ”
“…”
สือเย่ปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก
ในสมัยนั้นตอนที่เขาเริ่มทำงานกับเฉินถิงเซียว โดยเป็นผู้ช่วยพิเศษของเฉินถิงเซียว เขาเพิ่งเรียนจบมา ในเวลานั้นบริษัทเสิ้งติ่งยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่ก็เริ่มทำกำไรได้แล้ว
เฉินถิงเซียวเป็นนักธุรกิจที่เกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ วิธีการทำงานของเขาเฉียบขาดมาก
ความคืบหน้าของบริษัทเสิ้งติ่ง ใช้สายตาก็สามารถมองเห็นได้
แต่ว่า ในเวลานั้นเฉินถิงเซียวที่อยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ มีอารมณ์รุนแรงมาก
สือเย่ในตอนนั้นก็เพิ่งเรียนจบยังทำอะไรไม่เป็น ไม่เหมือนตอนนี้ที่ทำทุกอย่างได้อย่างรอบคอบ แต่ก็ถูกเฉินถิงเซียวดุด่ามาไม่น้อย
ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะไม่พอใจอยู่บ้างที่ถูกเจ้านายที่อายุน้อยกว่าดุด่า แต่พอเห็นถึงความสามารถของเฉินถิงเซียว จะให้เขาไม่ยอมรับก็ไม่ได้
สือเย่คุ้นเคยกับความรอบคอบ ระมัดระวัง และตัดสินใจเฉียบขาดของเฉินถิงเซียวแล้ว
แต่ว่า จู่ๆ นิสัยของเฉินถิงเซียวก็เปลี่ยนกลับไปเป็นเหมือนตอนที่เขาเพิ่งอายุยี่สิบต้นๆ ...
หลังจากผ่านไปหลายปี สือเย่ไม่รู้ว่าจะรับมือกับเฉินถิงเซียวที่เป็นแบบนี้ยังไง
ตนเองจะบอกเฉินถิงเซียวดีไหม ที่จริงแล้วเมื่อคืนนี้ เป็นเขาที่โทรไปขอให้มู่น่อนน่อนมาช่วย
ตนเองจะบอกเฉินถิงเซียวดีไหม ว่าเมื่อก่อนเป็นเขาที่ตามติดมู่น่อนน่อนอย่างใกล้ชิด คอยประคบประหงมดูแลอย่างดี
ที่จริงแล้ว เขาก็เคยแอบพูดถึง แต่ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เฉินถิงเซียวไม่ฟังเลยสักนิด
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ฉัน....เป็นเจ้าสาวจอมปลอม
พระเอกชอบใช้อำนาจบังคับ ไม่ฟังความคิดเห็นนางเอก พอมีปัญหา แทนที่จะอธิบายว่าจะทำอะไร กลับเลือกที่จะปิดปังและทำร้ายจิตใจ ไม่น่าให้อภัยอ่ะ น่าจะต่างคนต่างอยู่ ขัดใจว่าทำไมปล่อยให้ลูกทารกโดนลักพาตัวไปได้ โคตรไม่รอบคอบอ่ะ เรื่องไอ้ลู่ก็เหมือนกัน นาวเอกโง่จนไม่เห็นความไม่สมเหตุสมผลใดๆ จนความจำกลับมา มันก็ต้องสงสัยแล้วป่ะว่าตอนก่อนจะเสียความทรงจำ ไอ้ลู่แอบเข้าไปในห้องตัวเองทำไม และต้องเอะใจและตัดความสัมพันธ์สิเพราะถามอะไรก็ไม่เคยตอบ พระเอกก็เหมือนกัน รู้สึกว่าไอ้ลู่มีจุดประสงค์ไม่ดี แต่ก็ไม่ทำอะไร ให้โอกาสมันก่อเรื่อง 3-4 บทสุดท้ายรวบรัดตัดจบมาก ปมต่างๆก็ไม่เคลียร์ ไม่รู้แม่พระเอกยังอยู่หรือตาย ทำไมไอ้ลู่ถึงเลี้ยงนางเอกมาตั้งสามปีแทนที่จะรีบเอาไปผ่าตัดให้น้องสาว ทำไมถึงพยายามจะให้พระเอกลืมนางเอกและทำร้ายนางเอก อ่านจนจบก็ไม่เห็นบอกว่ามีความแค้นอะไรกับพระเอก และทำไมมุ่งเป้ามาที่นางเอก และไอ้ปากกาหมึกซึมที่พระเอกเก็บไว้น่ะ ก็ไม่มีอธิบายเพิ่ม แค่เปรยว่านางเอกเคยเอาปากกาให้เด็กขอทาน ต่ไม่บอกว่ามันมีความสำคัญยังไง สรุปอ่านแล้วขัดใจหลายอย่างมากค่ะ...
ขอบคุณนะคะที่อัพจนจบ❤️❤️❤️...
แรกๆฉันเชียร์เธอหมดใจแต่มู่น่อนน่อนนี่เธอก็ดื้อเกินไปนะ รู้ทั้งรู้ยังจะชอบสร้างปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีก มั่นใจตัวเองอะไรผิดๆเกิ๊นนน ฉันเริ่มจะเบื่อเธอแล้วนะ เจอก็เจอแล้วแค่กลับไป แล้วยังจะคิดกลับไปให้เขาเฉือนอวัยวะไง!!!! ตัวเองจะไปสืบอะไรจากไหน?!!!...