เป้ยเฉินอวี่กลับถึงบ้าน…ตอนนี้พวกเธอเช่าบ้านอยู่ มีเพียงสองห้องนอนหนึ่งห้องโถง เล็กมากๆ
เพียงก้าวเข้าประตูเธอก็รู้สึกถึงความอึดอัด กุมหน้าอกเอาไว้อย่างอดไม่ได้
เพิ่งได้เห็นตระกูลซูที่ใหญ่ขนาดนั้น จากนั้นก็มาเห็นที่อยู่ของตนที่เล็กเช่นนี้ แถมมันทั้งเก่าทั้งแก่…ความแตกต่างที่ชัดเจนนี้ ทำเอาเธอปรับตัวไม่ทัน
แม่ของเป้ยเฉินอวี่เพิ่งออกจากห้องครัวก็เห็นลูกสาวในสภาพนี้ จึงรีบพูดขึ้น “ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าลูก รีบนั่งลงสิ…”
เป้ยเฉินอวี่ร้องไห้อย่างหนักหน่วงขึ้นมาในทันที “แม่ ตระกูลซูเขาดูถูกพวกเรา พวกมันไล่ฉันออกมา หนำซ้ำยังให้คืนเงินห้าล้านนั้นด้วย”
“เพราะฉันแท้ๆ…ฉันไม่มีประโยชน์แม้แต่นิด เดือดร้อนพวกท่าน ตอนนี้เราจะไปหาเงินห้าล้านจากที่ไหนกัน…”
เป้ยเฉินอวี่ร้องไห้จนหายใจไม่ทัน
แม่ของเป้ยเฉินอวี่ตะลึง ว่าไงนะ ลูกสาวของเธอรู้สึกไม่สบายใจจึงไปแสดงความขอบคุณ พวกเขานอกจากจะไม่ยอมรับ แถมยังให้พวกเธอคืนเงินห้าล้านนั้นด้วย
จู่ๆ เธอก็รู้สึกปวดใจ ทำไมชีวิตคนจนถึงได้ยากขนาดนี้
สวรรค์มักชอบกลั่นแกล้งคนจน!
แม่ของเป้ยอวี่เฉินเช็ดน้ำตา “เห้อ คนจนก็เป็นแบบนี้แหละ คนรวยอย่างพวกเขาเห็นพวกเราอยู่ในสายตาจริงๆ ที่ไหนกัน”
“ช่างเถอะ ทำงานเป็นวัวเป็นควายทั้งชีวิตเพื่อคืนเงินพวกเขาเถอะ ใครให้แม่เธอไม่มีความสามารถล่ะ ขอแค่เธอมีชีวิตต่อไปดีๆ แม่ก็มีความสุขมากแล้ว”
แม่ลูกทั้งสองกอดคอกันร้องไห้ทันที
ซูจิ่นอวี้พาผีดวงซวยหาที่อยู่ของพวกเขาจนเจอ อุทานด้วยน้ำเสียงสงสัย “นี่มันตึกที่พ่อแม่ของซูเสี่ยวอวี้ทิ้งไว้ให้เธอไม่ใช่หรือไง!”
แม้จะไม่ใช่ย่านที่พักไฮโซ แต่ก็ไม่ใช่ย่านคนจนในเมือง เป็นย่านเก่าแก่ ที่ต้องปีนบันไดเอา
“ซู่เป่า หนูอยู่ในรถนะ เดี๋ยวแม่ไปช่วยดูให้” ซู่จิ่นอวี้ลูบซู่เป่าเบาๆ
ซู่เป่ายิ้มตาหยีอย่างนุ่มนิ่มน่ารัก “ได้ค่ะ~”
จี้ฉางจ้องไปที่ตึกแห่งนี้ รู้สึกได้ถึงความพิลึกบางอย่าง…
ย่านนี้เป็นย่านเก่าแก่ แต่มีเพียงตึกนี้ที่ให้ความรู้สึกทึบทึม รอบๆ มีไอหยินลอยเข้ามาเรื่อยๆ…
“ฉันไปตรวจเช็คดู ซูจิ่นอวี้ เจ้าอย่าวู่วาม”
ซูจิ่นอวี้ “พี่ไม่ต้องห่วงนะ ฉันเป็นคนยังไงพี่ยังไม่เชื่อใจอีกงั้นเหรอ”
มุมปากจี้ฉางกระตุก แกล้งทำเป็นเชื่อเธอ ลอยออกไปอย่างหมดคำพูด
ซูจิ่นอวี้รีบพาผีดวงซวยบินขึ้นตึกในทันที
“ไปเร็วไอ้น้อง เดี๋ยวพาไปเล่น!” เธอกล่าว
ผีดวงซวย “พี่อย่าทำฉันซวยนะ!”
ซูจิ่นอวี้ “ได้ยังไงกัน พี่เป็นผีแบบนั้นเหรอ”
ผีดวงซวยทำหน้า ‘ก็ใช่น่ะสิ’ ให้เธอ
ซูจิ่นอวี้กำลังจะพูดต่อ ก็เห็นหน้าประตูมีร่างอันคุ้นเคยยืนอยู่
“โอ้ะ นี่มันซูเสี่ยวอวี้นี่นา!”
ซูจิ่นอวี้ขึ้นไปลูบหัวของเธออย่างเป็นกันเอง
“ไอความโชคดีเธอจะหมดแล้ว เพิ่มให้หน่อยก็แล้วกัน ไม่ต้องขอบคุณนะ” ซูจิ่นอวี่ลูบคางของซูเสี่ยวอวี้อย่างเอ็นดู
ซูเสี่ยวอวี้จามทีหนึ่ง พูดบ่นกับตนเอง “อะไรกัน…จู่ๆ ก็รู้สึกเย็นขึ้นมา…ดูท่าวันนี้ก็คงไม่ได้ค่าเช่าห้องแล้วล่ะ”
เธอเคาะประตู ไม่นานนักแม่ของเป้ยเฉินอวี่ก็เดินออกมาเปิดประตู
เห็นซูเสี่ยวอวี้ เธอทั้งโน้มตัวทั้งยิ้มมารยาท “น้องเจ้าของห้องมาแล้วเหรอ รีบเข้ามานั่งสิ พวกเรากำลังจะกินข้าวเลย”
ซูเสี่ยวอวี้ปฏิเสธน้ำใจของแม่เป้ยอวี่เฉินไม่ได้ จึงเดินเข้าประตู กลับเห็นว่าบนโต๊ะของแม่ลูกมีผัดผักโขมอยู่จานเดียว และซุปกระดูกหมูถ้วยเล็กๆ ถ้วยหนึ่งตรงหน้าเป้ยเฉินอวี่…
ดูแล้วรันทดเป็นอย่างมาก
เป้ยเฉินอวี่ส่งเสียงพูดเบาๆ “น้องเสี่ยวอวี้ มาแล้วสินะ”
เสี่ยวอวี้เอ่ย “กินข้าวกันอยู่เหรอ…ร่างกายเธอเพิ่งหายดีไม่ใช่หรือไง ทำไมกินแค่นี้ล่ะ…”
แม่ของเป้ยเฉินอวี่ยิ้มขมขื่น “เพราะฉันไม่มีปัญญา หาเงินไม่ได้ คุณหมอบอกแล้วว่าต้องบำรุงร่างกาย แต่ฉันกลับ…”
พูดไปพร้อมปาดน้ำตาไป
เป้ยเฉินอวี่พูดต่อ “แม่พูดอะไรน่ะ! วันนี้น้องเสี่ยวอวี้มาเก็บค่าห้องงั้นเหรอ”
แม่ของเป้ยอวี่เฉินจึงรีบเอ่ยตอบ “จริงด้วย ฉันไปเอาเงิน…”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตใหม่ของเจ้าแก้มก้อน
ไม่ลงต่อแล้วหรอคะ 🥹...
รอทุกวันเลยค่ะ...
กระโดดข้ามหายไปหลายตอนเลยค่ะ...
1293 1297 1298 หายค่ะ 🥲🥲...
ตอนที่ 1288 หายไปค่ะ...
เย้...กลับมาแล้ว รอทุกวันเลยค่ะ...
หายไปนานจังเลยนะจ๊ะรอลงตอนใหม่อยู่นะคะ...
รอค่ะ...
ทำไมรอบนี้หลายไปนานคะ หรือไปบงที่อื่นคะ...
บทที่ 1268 แล้วกระโดดไป 1278 เลย บทที่ 1269 1270 1271 1272 ข้ามไปทั้งหมด 4 ตอนนะคะ...