ซูลั่วจ้องซูจิ่นอวี้ ไม่กล้ากะพริบตา
กลัวว่าหลับตาแล้วลืมตาขึ้นจะไม่เห็นซูจิ่นอวี้อีก
ซูจิ่นอวี้ถาม “พี่สี่ ตอนนี้ฉันเป็นผี...พี่ไม่กลัวฉันเหรอ เมื่อกี้พี่วิ่งจนขนหน้าแข้งปลิวว่อนเลยนะ”
ซูลั่วรู้สึกว่าเบื้องหน้าคลุมเครือ จึงอดถอดแว่นไม่ได้
เขากำมือเป็นหมัดหลวงๆ วางไว้ตรงริมฝีปาก ฉีกมุมปากยิ้มแบบฝืนๆ “เฮอะ...เธอซนอีกแล้วละสิ ผีสาวเมื่อกี้เป็นฝีมือเธอใช่ไหม”
“แล้วยังไปหลอกพวกพี่ใหญ่อีกหรือเปล่า หือ?”
ซูจิ่นอวี้หัวเราะคิกๆ “ใช่แล้ว นี่ก็หวังดีกับทุกคนไม่ใช่หรือไง พี่ดูพี่สาวผีสวาทนั่นสิ สวยขนาด...”
ยังไม่ทันพูดจบก็ถูกซูลั่วกอดเข้าเต็มรัก
“อวี้เอ๋อร์ อยู่ทางนั้นสบายดีไหม” ซูลั่วเสียงแหบพร่า ใช้ปลายนิ้วปาดน้ำตาตรงหางตาในมุมที่คนมองไม่เห็น
ซูจิ่นอวี้กอดซูลั่ว ตบหลังเขา “พี่สี่ ฉันสบายดี จริงๆ นะ”
“ผู้พิพากษาดีกับฉันมากเลย ยังแอบพาฉันออกมาด้วยแน่ะ พวกตาแก่หน้าตาขมึงทึงในโลกใต้พิภพพวกนั้นก็ทำอะไรฉันไม่ได้”
“วันนี้ฉันไปลงทะเบียนแล้ว พวกเขาบอกว่าจะหาคนดีๆ ให้ฉันไปเกิด พี่สี่ลองเดาดูสิว่าฉันเลือกยังไง”
ลูกกระเดือกซูลั่วขยับ กลืนความขมขื่นลงในลำคอ ยิ้มถาม “เลือกอะไรเหรอ”
ซูจิ่นอวี้หัวเราะ “ฉันบอกว่าฉันจะกลับตระกูลซู มาเป็นลูกสาวคนสุดท้องของแม่อีก สุดท้ายพี่รู้ไหมยมบาลรักษาการคนปัจจุบันน่ะ เป็นตาแก่คนหนึ่ง เขาโมโหควันออกหูเลย แล้วบอกว่า...”
“เหลวไหล! แม่เธอเจ็ดสิบแปดแล้วนะ เธอยังคิดจะกลับมาเกิดอีก!”
“ฉันคิดแล้วก็ว่างั้น ก็เลยบอกว่าฉันจะเกิดเป็นลูกสาวของพี่ใหญ่ ถ้าไม่ได้ก็เป็นลูกสาวของพี่สาม พี่สี่ พี่ห้าก็ได้ แล้วตาแก่นั่นก็ว่าฉันเหลวไหลอีก บอกว่าถ้าฉันมาเกิดเป็นลูกของพวกพี่ งั้นก็ข้ามรุ่นกับซู่เป่าสิ”
ซูจิ่นอวี้พูดจ้อน้ำไหลไฟดับ
ซูลั่วมองเธอตาปริบๆ ถามขึ้น “แล้วยังไง”
ซูจิ่นอวี้ถอนหายใจ “ช่วยไม่ได้นี่นะ สุดท้ายพวกเขาก็เลยไม่สนฉันแล้ว บอกให้ฉันเลือก ไม่ได้ให้ฉันคัดสรร”
ซูลั่วขำพรืด
สมกับที่เป็นเธอ จะเกิดใหม่ยังจะต่อรองอีก
ซูจิ่นอวี้ถามอีก “ที่จริงช่วงนี้ฉันก็อยู่ที่ตระกูลซูนี่แหละ กับข้าวที่แม่ทำฉันก็ได้กินทุกวัน”
ซูลั่วนึกขึ้นได้ ทุกวันก่อนที่ซู่เป่าจะกินมักตักอีกถ้วย ใส่ไว้พูนๆ
เขาเม้มริมฝีปาก แพล็บหนึ่งแล้วจึงพูด “ยังอยากกินอะไร บอกพี่มาสิ”
พี่สี่จะซื้อให้เธอ
ตอนที่เธอมีชีวิตอยู่ต้องรักษาตัว ต้องระวังการกิน จึงทำให้มีหลายอย่างที่กินไม่ได้
ตอนนี้กินได้แล้ว ไม่ว่าเธออยากกินอะไร เขาก็จะขึ้นฟ้าดำดินหามาให้
ซูจิ่นอวี้คิดแล้วจึงตอบ “ฉันอยากกินน้ำแข็งชุบแป้งทอด บะหมี่หกกุ้งเลอเลิศ ลูกพรุนย่างเตาถ่าน...แล้วก็ปลาแซลมอนดิบ! พี่สี่ต้องทำเองด้วยนะ”
ในดวงตาของเธอแฝงความคิดถึง ยังคงพึ่งพิงพี่ชายตัวเองเหมือนกับตอนเด็กๆ
ซูลั่วอดหัวเราะไม่ได้ ดวงตารื้นน้ำตา ชี้จมูกของซูจิ่นอวี้ “จงใจทำพี่ลำบากใช่ไหม”
นอกจากสามอย่างแรก ปลาแซลมอนดิบน่าจะเป็นของที่เธออยากกินในสมัยก่อน
กลัวว่าปลาแซลมอนดิบจะมีปรสิต คนปกติกินเป็นครั้งคราวได้ไม่เป็นไร แต่เมื่อก่อนเธอต้องรักษาตัว เผอเรอนิดเดียวก็จะติดเชื้อ
ดังนั้นปลาแซลมอนดิบจึงเป็นอาหารที่เธอออดอ้อนหลายครั้งหลายหนแต่ก็ไม่สมหวัง...เป็นแค่ความอยากรู้อยากเห็นของเธอเท่านั้นมั้ง!
พอซูลั่วคิดถึงเรื่องพวกนี้แล้วก็ปวดใจ
คนที่ถูกทุ่มเทความรักให้มักจะไม่กลัวฟ้ากลัวดิน ซูจิ่นอวี้ยังคงออดอ้อนหัวเราะเหมือนเดิม “แล้วพี่จะทำไหมล่ะ ไม่ทำฉันจะให้พี่ใหญ่ทำให้ฉันแทน”
ซูลั่วตอบ “ทำ พรุ่งนี้พี่จะหยุดงาน จะทำให้เธอกินพรุ่งนี้เลย”
ซูจิ่นอวี้พูด “ดีจังเลย! ซู่เป่า พรุ่งนี้เรามีของอร่อยกินแล้วล่ะ!”
ซู่เป่าที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ทำหน้าฉงนฉงาย
น้ำแข็งชุบแป้งทอดเหรอ พอน้ำแข็งเจอความร้อนก็ละลายแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วนี่จะทอดยังไง
ถ่านรังผึ้ง (พ้องเสียงกับคำว่าลูกพรุนย่างถ่าน) ไม่ได้เอาไว้เผาเหรอ มันกินได้ด้วยเหรอ
บะหมี่หกกุ้งเลอเลิศ..อื่มๆ อันนี้ฟังแล้วน่าอร่อย!
ซู่เป่ากลืนน้ำลายลงอึก พูดเสียงเนิบ “ซู่เป่ารอไม่รีบแล้ว!”
ซูจิ่นอวี้จุ๊บหน้าผากเธออย่างเอาใจ พูดแก้ผิดเป็นถูก “รอไม่ไหวต่างหาก รีบนอนเถอะ! เด็กจะนอนดึกไม่ได้นะ”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ชีวิตใหม่ของเจ้าแก้มก้อน
ไม่ลงต่อแล้วหรอคะ 🥹...
รอทุกวันเลยค่ะ...
กระโดดข้ามหายไปหลายตอนเลยค่ะ...
1293 1297 1298 หายค่ะ 🥲🥲...
ตอนที่ 1288 หายไปค่ะ...
เย้...กลับมาแล้ว รอทุกวันเลยค่ะ...
หายไปนานจังเลยนะจ๊ะรอลงตอนใหม่อยู่นะคะ...
รอค่ะ...
ทำไมรอบนี้หลายไปนานคะ หรือไปบงที่อื่นคะ...
บทที่ 1268 แล้วกระโดดไป 1278 เลย บทที่ 1269 1270 1271 1272 ข้ามไปทั้งหมด 4 ตอนนะคะ...