ซูเปอร์ลูกเขย นิยาย บท 1763

นักปราชญ์เฝ้ารอเสวียนอวี๋ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ราวกับเสวียนอวี๋เป็นคนขุดหลุมศพบรรพบุรุษของเขาขึ้นมา

ในทางกลับกัน ใบหน้าของเสวียนอวี๋กลับเฉยเมย ปล่อยให้นักปราชญ์สาปแช่งตามใจชอบ

เขาอยากสาปแช่งก็ให้เขาสาปแช่งไป อยากจะจ้องก็ให้ต้องไป ยังไงก็ทำอะไรเสวียนอวี๋ไม่ได้อยู่แล้ว

ให้นักปราชญ์โกรธจนตายไปได้ยิ่งดี!

เมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่แยแสของเสวียนอวี๋ ความโกรธของนักปราชญ์ก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดทันที

บ้าที่สุด!

เป็นเหมือนสุภาษิตที่ว่า คบคนพาลพาไปหาผิด คบบัณฑิตพาไปหาผลเสียจริง!

เสวียนอวี๋ไม่ใช่คนหน้าด้านมาก่อน แต่เป็นเพราะเขาติดตามเซียวเฉวียน เขาถึงได้รับอิทธิพลมาจากเซียวเฉวียน

ฮ่าๆ!

ไม่มีเหตุผลอื่นแล้ว เขาได้รับอิทธิพลมาจากเซียวเฉวียน

นักปราชญ์โกรธจนมีสภาพเช่นนี้ เซียวเฉวียนจะต้องมีความสุขมากเป็นแน่

เขาเองก็คิดไม่ถึง การพาเสวียนอวี๋มาด้วยจะมีประโยชน์เช่นนี้

ยอดเยี่ยม!

ชายชราผู้นี้อ้างว่าตนเองคือตัวแทนแห่งเทียนเต๋า ใช้ชีวิตอย่างโอหังและเย่อหยิ่งมาเป็นเวลาหลายสิบปี กดขี่ข่มเหงผู้คนมานาน ร่างกายครึ่งหนึ่งของเขาถูกฝังอยู่ในดิน และถูกลูกศิษย์ที่ตนเองสอนมากับมือทำให้โกรธจนมีสภาพเช่นนี้

ความโกรธครั้งนี้ นักปราชญ์จะกล้ำกลืนมันลงไปได้อย่างไร?

แต่หากเขากล้ำกลืนมันลงไปไม่ได้ เขาจะทำอย่างไร?

เสวียนอวี๋ไม่ใช่มดที่เขาสามารถบดขยี้ได้เพียงเพราะขยับนิ้ว

แม้จะกล้ำกลืนไม่ได้ ต่อให้ตายนักปราชญ์ก็ทำได้เพียงกล้ำกลืนมัน!

เห็นใบหน้าที่น่าเกลียดราวกับกลืนแมลงวันเข้าไปของนักปราชญ์ มุมปากของเซียวเฉวียนก็เผยให้เห็นรอยยิ้มอันเยือกเย็น

เสวียนอวี๋ไม่ตอบโต้นักปราชญ์ นั่นมันก็เป็นเรื่องของเสวียนอวี๋

เหมือนกับสุภาษิตที่ว่า ตีสุนัขก็ต้องดูเจ้าของ!

ตอนนี้เสวียนอวี๋เป็นคนของจวนเซียว เซียวเฉวียนจะต้องปกป้องเขา ไม่ยอมให้ใครกล่าวหาเขาแม้แต่ครึ่งประโยค

เซียวเฉวียนยิ้มอย่างเยือกเย็น “นักปราชญ์ จะพูดเช่นนี้ก็ไม่ได้ ท่านบอกว่าเสวียนอวี๋ลืมบุญคุณ เช่นนั้นสิ่งที่ท่านต้องทำกับเขาควรจะเป็นความดีถึงจะถูก!”

หากเสวียนอวี๋ไร้ซึ่งความสามารถถึงเพียงนั้น นักปราชญ์จะเห็นคุณค่าและเก็บเขาไว้ข้างกายหรือไม่?

เป็นไปไม่ได้!

อย่าว่าแต่เก็บไว้ข้างกายเลย เกรงว่าแค่มองยังไม่ชายตามองเลยด้วยซ้ำ

นอกจากนั้น การที่เสวียนอวี๋อยู่ข้างกายของนักปราชญ์ สุดท้ายแล้วนักปราชญ์เป็นฝ่ายที่ทุ่มเทมากกว่า หรือเสวียนอวี๋เป็นฝ่ายที่ทุ่มเทมากกว่า เรื่องนี้นักปราชญ์รู้ดีอยู่แก่ใจ!

ในสายตาของนักปราชญ์ เสวียนอวี๋ก็เป็นเพียงแค่อาวุธในมือข้างหนึ่งของเขาเท่านั้น!

เนื่องจากใช้ง่ายจึงเก็บไว้ข้างกาย จึงมองสถานะความเป็นลูกศิษย์ให้กับเขา

อาจารย์ก็เหมือนกับพ่อ!

หากเดาไม่ผิด นักปราชญ์ต้องการใช้สิ่งนี้ในการมัดตัวเสวียนอวี๋ไว้ทางศีลธรรม

แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงเลยก็คือ แม้ว่าเสวียนอวี๋ยังเด็ก แต่ก็มีมุมมองและความเข้าใจเป็นของตัวเอง ซึ่งทำให้เสวียนอวี๋ไม่ได้รับผลกระทบจากเขาเลยแม้แต่น้อย

ต่อมาเขาก็ได้พบกับเซียวเฉวียน!

เซียวเฉวียนเปิดเผยสิ่งชั่วร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากฝีมือของนักปราชญ์ ทำให้ภาพลวงตาสุดท้ายของนักปราชญ์ที่เหลืออยู่ในสมองของเสวียนอวี๋ได้พังทลายลง

การที่เสวียนอวี๋ซึ่งเป็นคนมองโลกอย่างรอบด้านล้มเลิกที่จะติดตามนักปราชญ์ เรื่องนี้ก็ถือเป็นสิ่งที่สมเหตุสมผล

แทนที่จะโทษผู้อื่นที่ทรยศต่อตนเอง เหตุใดจึงไม่ลองทบทวนตัวเองให้ดีว่าเหตุผลผู้อื่นจึงทรยศต่อตนเองมากถึงเพียงนี้?

มีชีวิตมาหลายสิบปี ยังไม่เข้าใจในชีวิตอีกอย่างนั้นหรือ!

มีชีวิตอยู่มาหลายสิบปี ถูกเด็กหนุ่มอย่างเซียวเฉวียนสั่งสอน สำหรับนักปราชญ์แล้ว มันคือความอัปยศอันยิ่งใหญ่!

นักปราชญ์หันมามองเซียวเฉวียนด้วยความโกรธ

หากสายตาสามารถสังหารคนได้ ร่างกายของเซียวเฉวียนคงสูญสลายไปนานแล้ว!

แต่น่าเสียดายที่มันเป็นไปไม่ได้!

นักปราชญ์ตะโกนใส่เซียวเฉวียนด้วยความโกรธ “เซียวเฉวียน! เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาพูดเช่นนี้กับข้า! เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาพูดเช่นนี้กับข้า!”

ข้าเป็นถึงตัวแทนแห่งเทียนเต๋า!

นักปราชญ์ในเวลานี้เหมือนกับเสือร้ายที่ร่างกายพลุ่งพล่านไปด้วยความโกรธ จ้องมองไปที่เซียวเฉวียนและเสวียนอวี๋ด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยว

รอยยิ้มอันเยือกเย็นของเซียวเฉวียน ในสายตาของนักปราชญ์มันคือการดูถูกและเย้ยหยัน

นอกจากคำพูดประโยคนี้ นักปราชญ์ก็ไม่มีอะไรจะถามเซียวเฉวียนอีกแล้ว

บทที่ 1763 เสวียนอวี๋บาดเจ็บสาหัส 1

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย