เสวียนอวี๋รู้สึกดีขึ้นมาก
แต่เนื่องจากครั้งนี้เป็นการบาดเจ็บภายใน อาการของมันจึงค่อนข้างสาหัส
แม้ว่าพลังภายในของเซียวเฉวียนจะสามารถบรรเทาความเจ็บปวดของเขาได้
แต่เสวียนอวี๋ก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้า เปลือกตาของเขามีน้ำหนัก ไม่สามารถยกขึ้นได้โดยง่าย
เขาเองก็อยากให้ร่างกายของเขามีชีวิตชีวาขึ้นมา แต่ร่างกายของเขากลับไม่เชื่อฟัง
เสวียนอวี๋พึมพำออกมาอย่างงงงวย “ท่านอาเซียว ไม่ต้องกังวล ข้าได้นอนสักพักก็จะดีขึ้นเอง”
เซียวเฉวียนยังรู้สึกไม่สบายใจ เขาพูดคุยกับผนึกจูเสินผ่านกระแสจิตว่า “บรรพชน เสวียนอวี๋จะไม่เป็นอะไรใช่หรือเปล่า?”
ผนึกจูเสินตอบกลับมาด้วยเสียงทุ้ม “ไม่เป็นไร เหมือนกับที่เขาพูด นอนพักสักพักเดี๋ยวก็หาย”
ล้อเล่นบ้าอะไรกัน พลังภายในที่ใส่เข้าไปในร่างกายของเสวียนอวี๋เมื่อครู่มันพลังภายในของผนึกจูเสินอยู่ด้วย มีผนึกจูเสินคอยปกป้อง เขาจะเป็นอะไรไปได้อย่างไร?
ได้ยินเช่นนั้นเซียวเฉวียนก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที
แต่เสวียนอวี๋ เด็กคนนี้ก็หลับไปแล้ว
เซียวเฉวียนวางเขาลงบนเตียง ให้เขาได้นอนหลับพักผ่อนให้สบาย
แต่เซียวเฉวียนก็ไม่ได้จากไป คอยให้การคุ้มกันอยู่ข้างเตียงของเขา
ด้วยความแข็งแกร่งของเสวียนอวี๋ แม้เสวียนอวี๋จะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนักปราชญ์ แต่เขาก็ไม่ควรถูกนักปราชญ์โจมตีจนได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้
ความแข็งแกร่งของนักปราชญ์ เพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ ไม่ถึงหนึ่งเดือน เหตุใดถึงได้พัฒนาได้รวดเร็วถึงเพียงนี้?
ดูเหมือนว่าคงจะเก็บนักปราชญ์ไว้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
หากปล่อยเขาให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เซียวเฉวียนเกรงว่าในอนาคตคงไม่อาจทำอะไรเขาได้
เนื่องจากเขาได้เห็นผลลัพธ์ของการฝึกวิชาของนักปราชญ์ด้วยตาของตัวเองแล้ว และมันก็สุดยอดมากจริงๆ
เซียวเฉวียนคิดคำนวณอยู่ในใจว่าควรจะจัดการกับนักปราชญ์อย่างไร
เวลาดำเนินต่อไป ผ่านไปแบบนั้นเงียบๆ
เสวียนอวี๋หลับไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม
ในที่สุดเขาก็ตื่นขึ้นมา
และที่ตื่นขึ้นมาก็เป็นเพราะความหิว!
เขาลืมตาขึ้นมา พึมพำด้วยน้ำเสียงอันแหบแห้ง “น้ำ ขอน้ำ”
เซียวเฉวียนรีบรินน้ำให้เสวียนอวี๋ จากนั้นก็นำไปป้อนให้เขา
“ท่านอาเซียว มีอะไรให้ข้ากินบ้างไหม? ข้าหิว”
หลังจากได้รับการบำรุง ในที่สุดเสียงของเสวียนอวี๋ก็กลับมาเป็นเหมือนปกติ แต่เมื่อลองฟังดูให้ดีก็จะรู้ว่าเขายังอ่อนแออยู่เล็กน้อย
เซียวเฉวียนตอบกลับไป “มี”
ดังนั้นเขาจึงลุกขึ้นและเดินออกมา จากนั้นก็ถือโจ๊กเข้ามาหนึ่งถ้วย
หากจะเรียกว่าโจ๊ก เรียกว่าข้าวต้มคงจะดีกว่า
เสวียนอวี๋เงยหน้าขึ้นและพูดอย่างเหลือเชื่อ “ดื่มเจ้านี้งั้นหรือ?”
เซียวเฉวียนพยักหน้า “อ่า เจ้าดื่มมันไปก่อน อย่างน้อยก็เพื่อรองท้อง”
ภูเขาจงหนานแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่ยากจน เซียวเฉวียนพยายามค้นหาอย่างสุดความสามารถแล้ว สุดท้ายก็เจอแค่ของพวกนี้
และข้าวต้มถ้วยนี้ก็เป็นของที่เหลือจากเซียวเฉวียน
เขาคิดว่าเมื่อเสวียนอวี๋ตื่นขึ้นมา เสวียนอวี๋จะต้องรู้สึกหิวเป็นแน่
ไม่อย่างนั้นเซียวเฉวียนก็คงจัดการมันไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว
หรือพูดอีกอย่างก็คือ หากเสวียนอวี๋ตื่นขึ้นมาช้ากว่านี้อีกสักประมาณครึ่งวัน เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วเขาก็คงไม่ได้พบกับข้าวต้มถ้วยนี้
เนื่องจากเสวียนอวี๋หมดสติ เซียวเฉวียนจึงไม่กล้าทิ้งเขาไว้ที่นี่เพียงลำพัง และไม่กล้าออกไปไหน
เพิ่งจะฟื้นจากอาการบาดเจ็บ แต่ได้รับการปฏิบัติเช่นนี้
เซียวเฉวียนอยากจะหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา
แต่ก็เหมือนกับที่เซียวเฉวียนพูด มีข้าวต้มสักถ้วยให้ดื่มก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
ข้าวต้มก็คือข้าวต้ม เสวียนอวี๋สามารถดื่มมันเข้าไปได้ภายในอึกเดียวโดยไม่ต้องใช้ช้อนเลยด้วยซ้ำ
ที่ก้นถ้วยมีข้าวติดอยู่สองสามเม็ด เสวียนอวี๋สูดมันเข้าไปจนหมดในลมหายใจเดียว
เมื่อข้าวต้มถ้วยนี้ตกถึงท้อง ความหิวก็หายไปในพริบตา เสวียนอวี๋เองก็มีพละกำลังเพิ่มขึ้นไม่น้อย
เซียวเฉวียนพูดออกมาว่า “รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?”
เสวียนอวี๋ลองเคลื่อนไหวร่างกายของตนเอง จากนั้นก็ตอบกลับมาด้วยแววตาที่เปล่งประกาย “ดีขึ้นมาแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติ”
งั้นก็ดีแล้ว
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...
แล้วมันสั่งให้ลูกน้องตอบโต้คนที่เข้ามาหาเรื่องเอาไว้ล่วงหน้าไม่ได้เหรอ กฎของนิยายเรื่องนี้มันบ้าๆ อยู่นะ แบบนี้ให้ผู้อารักขาเฝ้าบ้าน ถ้าเจ้านายไม่อยู่ โจรก็เดินเข้าไปเอาของได้สบายเลยสิ เพราะผู้อารักขาไม่มีนาย ทำอะไรโจรก็ไม่ได้...