ดังนั้น ถึงระบบผู้อารักขาจะได้รับการฟื้นฟูแล้ว ในความเป็นจริงไม่ใช่ไพร่คุนหลุนทุกคนจะมีโอกาสได้ออกจากอ้านย้วน
ดังนั้น อ้านย้วนก็คือแหล่งเพาะตัวของนักปราชญ์
หลังจากคิดเรื่องนี้ได้ เซียวเฉวียนก็พาเสวียนอวี๋ไปยังอ้านย้วน
ว่าแล้วช่างบังเอิญอะไรขนาดนี้ เซียวเฉวียนไปไม่ถูกจังหวะจริงๆ
อยู่ๆ นักปราชญ์นึกอะไรขึ้นไม่รู้ คิดจะกลับไปที่ทะเลทรายเพื่อดูสภาพของกองทัพนักรบแท้ที่นั่น
ดังนั้น เมื่อเซียวเฉวียนมาถึงอ้านย้วน เขาจึงยังไม่เจอตัวนักปราชญ์
แต่ว่ารับรู้มาจากปฏิกิริยาของไพร่คุนหลุน หลายวันมานี้มีคนเสียชีวิตอย่างลี้ลับทุกวัน
แต่พวกเขาไม่กล้าบอกเจ้าหน้าที่ทหารที่ประจำอยู่ที่นั่น
ถึงจะบอกก็ไม่มีประโยชน์อะไร
ตามที่บอกเล่าของไพร่คุนหลุน สภาพการตายของไพร่คุนหลุนเหล่านั้นมีสภาพเหมือนกับพวกเหยื่อบนเขาจงหนานซานและเขาคุนหลุน
จากจุดนี้จึงยืนยันได้ว่านักปราชญ์เคยได้มาอยู่ที่นี่จริงๆ
แต่ไม่มีใครเห็นตัวนักปราชญ์เลย
เซียวเฉวียนสรุปได้ว่านักปราชญ์จะต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในสถานที่ที่ปกติไม่มีใครไป
เขาขอให้ไพร่คุนหลุนในท้องที่นึกดูให้ละเอียด มีสถานที่ใดบ้างที่ไม่มีคนจะไป
พอได้ยินเซียวเฉวียนพูดเช่นนี้ ไพร่คุนหลุนก็นึกถึงสถานที่แห่งหนึ่ง
ตอนที่ไป่ฉีและเหมิงเอ้ายังอยู่ที่อ้านย้วน พวกเขาอาศัยอยู่ห่างไกลจากที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่พอสมควร
นับตั้งแต่ไป่ฉีกับเหมิงเอ้าและเม่ยซีไปจากอ้านย้วน สถานที่แห่งนั้นก็ปล่อยว่าง และไม่มีใครไปที่นั่น
บางทีนักปราชญ์อาจพักอยู่ที่นั่น
เซียวเฉวียนจึงขอให้ไพร่คุนหลุนเป็นผู้นำทางไปยังสถานที่ที่ไป่ฉีอาศัยอยู่ในสมัยก่อน
ระหว่างทาง ไพร่คุนหลุนมีสภาพจิตใจตื่นเต้นมาก หันไปมองเซียวเฉวียนบ่อยๆ
ยังคิดที่จะพูดคุยกับเซียวเฉวียน
แต่เพราะพลังอำนาจในตัวเซียวเฉวียนแรงกล้ามากแต่ไม่ดุดันนั้นเห็นชัดเจนมากในความรู้สึก จนไพร่คุนหลุนไม่กล้าปริปากพูด
ตอนนั้น เซียวเฉวียนเป็นผู้ช่วยชีวิตพวกเขาให้พ้นจากความทุกข์ทรมานและการประหัตประหาร
พูดตามตรง แม้ว่าตอนนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ทหารเฝ้ารักษาการณ์ที่อ้านย้วน แม้เจ้าหน้าที่ทหารเหล่านี้จะไม่สนใจสิ่งใด แต่พวกเขาก็ไม่สร้างปัญหา และไม่หาเรื่องกับพวกเขา
เทียบกับสมัยก่อน มันดีกว่ามากต่อมากแล้ว
พวกเขากับเจ้าหน้าที่ทหารก็เปรียบเสมือนคนสองกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกัน พวกเขาอยู่ส่วนพวกเขา เจ้าหน้าที่ทหารก็อยู่ส่วนเจ้าหน้าที่ทหาร ไม่มีใครสร้างปัญหาให้แก่กัน ไม่มีใครใส่ใจให้แก่กัน
การอยู่ร่วมกันในลักษณะนี้ เซียวเฉวียนเป็นผู้แลกมาให้กับพวกเขา
เซียวเฉวียนเป็นผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ของพวกเขา
สัมผัสได้ถึงการจ้องมองที่เร่าร้อนของไพร่คุนหลุน เซียวเฉวียนก็หันศีรษะ เหลือบมองเขาเบา ๆ แล้วพูดว่า "เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า เจ้าหน้าที่ทหารพวกนั้นเคยก่อกวนพวกเจ้าหรือเปล่า ?"
ไพร่คุนหลุนรีบส่ายหัวแล้วพูดด้วยรอยยิ้มที่ดูสัตย์ซื่อว่า "ไม่ ไม่ พวกเขาไม่เคยทำให้พวกเราลำบาก"
“แค่ท่านเซียวมาที่นี่ได้ ทุกคนต่างดีใจเท่านั้น”
เซียวเฉวียนยิ้มๆ และกล่าวว่า "หากพวกเจ้ามีปัญหาอะไร หรือหากเจ้าหน้าที่ทหารพวกนั้นรังแกพวกเจ้า ก็พูดออกมาได้ เซียวจะแก้ปัญหาให้พวกเจ้าได้อย่างแน่นอน"
ไพร่คุนหลุนรีบปัดมือแล้วบอกว่า "ท่านเซียวอย่าเข้าใจฉันผิด ไม่มีอะไรจริงๆ พวกเราอยู่สบายดี"
ถ้าไม่มีคนตายอย่างลี้ลับ ทำให้พวกเขาแตกตื่น ก็คงจะดีกว่านี้
คุยกันไปคุยกันมา เซียวเฉวียนและพรรคพวกก็มาถึงที่หมาย
บ้านกระต๊อบนั้นดูทรุดโทรมมากแล้ว มองแวบแรก ดูเหมือนจะถูกทิ้งร้างมาเป็นเวลานานมากแล้ว
ด้วยบุคลิกถือตัวสูงส่งของนักปราชญ์ เขาคงไม่มาอาศัยอยู่ในสถานที่ทรุดโทรมเช่นนี้อย่างแน่นอนใช่ไหม ?
ดังนั้นเซียวเฉวียนจึงไม่เข้าไปตรวจดู แค่ยืนอยู่ไม่ไกลและมองดูก่อนจะหันหลังเตรียมจะจากไป “ไปเถอะ เขาไม่อยู่นี่หรอก”
หากจะบอกว่าใครรู้จักนักปราชญ์ดีที่สุดในโลกนี้ ก็คงหนีไม่พ้นเสวียนอวี๋
เสวียนอวี๋เอ่ยเสียงค่อยๆ “ลุงเซียว ไม่สิ เขาต้องเคยมาอยู่ที่นี่แน่”
นักปราชญ์ถือตัวสูงส่งจริง แต่เขาก็เป็นคนที่ยืดได้หดได้เช่นกัน
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น เอาแค่เรื่องใกล้ๆ ตอนที่นักปราชญ์ไปเมืองหลวงเพื่อจัดการกับเซียวเฉวียน เขาไม่ลังเลที่จะลดสถานะของเขาลง ยอมนอบน้อมถ่อมตนเพื่อรับความไว้วางใจจากจางจิ่น และย้ายเข้าไปอยู่ในจวนจาง
ต่อมาเขาไม่ลังเลที่จะยอมทำตัวเป็นเบี้ยล่างต่อหน้าเว่ยเชียนชิว เพื่อเอาใจเว่ยเชียนชิว
เพื่อที่จะร่วมมือกับจางจิ่นและเว่ยเชียนชิวไว้จัดการกับเซียวเฉวียน นักปราชญ์ยอมแม้กระทั่งดูสีหน้าคนอื่นในการดำเนินงาน
ยิ่งกว่านั้น ตอนนี้เขาไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว เขาตกระกำลำบากแล้ว พักอยู่ในกระต๊อบจะเป็นไรไป
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ซูเปอร์ลูกเขย
ถึงตอน139 อ่านต่อไม่ได้ต้องทำอย่างไรครับ...
ถ้าแต่งเรื่องแบบนี้ไม่ต้องแต่งเลยจะดีกว่าไม่มีความคิดสมัยใหม่เลยถ้าตัวเอกแบบนี้ก็สมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทัพพาลูกน้องทั้งกองทัพไปตาย...
มีเรื่องนี้ที่ตัวเอกเป็นเหมือนขยะสังคมทั้งที่ทลุมิติมากเกิด...
ไอ้คนแต่งมันปัญญาอ่อนหารือเปล่า...
มันสมควจไหมที่เอาเลือดเขามาติดต่อวิณยาณไม่มีเหตัผลที่จะทำอย่างนี้เหมือนมันไม่มีอะไรทำทำไมไม่คิดเอาวิธีช่วยลูกเมียมันจะมีประโยชน์กว่า...
เรื่องนี้ตัวเอกเหมือนควายเหมือนหมาหมามาก...
ไม่สมควรเป็นชุปเปอร์ลูกเขยน่าเป็นลูกเขยะจริงๆ...
เป็นคนที่ไม่มีสำมาคาระวะเหมือนไพร่น่ารังเกลียดไม่น่าเอามาเป็นตัวเอก...
บางครั้งเชียวเฉวียนเล่นเหมือนเด็กไม่มีความน่านับถือไม่น่าเอามาเป็นตัวเอกน่าให้เป็นคนชั้นตำ่มาก็กว่า...
แล้วมันสั่งให้ลูกน้องตอบโต้คนที่เข้ามาหาเรื่องเอาไว้ล่วงหน้าไม่ได้เหรอ กฎของนิยายเรื่องนี้มันบ้าๆ อยู่นะ แบบนี้ให้ผู้อารักขาเฝ้าบ้าน ถ้าเจ้านายไม่อยู่ โจรก็เดินเข้าไปเอาของได้สบายเลยสิ เพราะผู้อารักขาไม่มีนาย ทำอะไรโจรก็ไม่ได้...