“ไม่ต้องหรอกค่ะ”
“ดีเหมือนกัน”
เสียงสองเสียงดังขึ้นพร้อมกัน แต่ใจความไปคนละทาง ดอกแก้วมองหน้าพิธานสลับกับซูฮวาด้วยความงุนงง ในใจเธอไม่ได้มีความหึงหวงปนอยู่เลย เพราะซูฮวาพูดทุกเรื่องให้เธอฟังไม่ปกปิด และคนรักของเธอก็ไม่เคยทำตัวให้ไม่ไว้ใจเลยซักครั้ง
“คุณดอกแก้วอยู่ที่นี่ก็ดีแล้วค่ะธาน ยังไงเรื่องนี้เธอต้องรู้อยู่แล้ว”
“ผมบอกเธอทีหลังได้” พิธานตีหน้านิ่ง ตอบกลับด้วยข้ออ้างที่ทำให้ซูฮวาส่ายหน้า
“จะพูดทำไมสองสามรอบล่ะคะ ตอนนี้ฉันมาตรงนี้แล้ว ก็รู้ด้วยกันไปเลย”
“แต่ดอกแก้วต้องพักผ่อน”
“คุณดอกแก้วอาจจะอยากอยู่ฟังก็ได้ ทำไมคุณไม่ถามความเห็นเธอก่อน”
“ซูฮวา คุณเพิ่งเจอดอกแก้วครั้งแรก จะรู้ใจเธอได้ดีกว่าผมได้อย่างไร”
“แต่...”
“อย่าเถียงกันเลยค่ะ” ดอกแก้วรีบเอ่ยขัด ถ้าไม่บอกมาก่อนว่าสองคนนี้เคยถึงขั้นจะหมั้นหมายและแต่งงานกัน เธอคงคิดว่าเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติที่แล้ว “ดอกแก้วนั่งอยู่ก็ได้ค่ะ คุณจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำ”
“แต่...”
“ธาน คุณเป็นอะไรไปคะ คุณดอกแก้วบอกขนาดนี้แล้วยังจะแย้งอีกเหรอ?” ซูฮวาเริ่มหงุดหงิด เธอไม่เคยเจอพิธานในบทงี่เง่าแบบนี้มาก่อน “หรือกลัวว่าฉันจะพูดอะไรให้คุณดอกแก้วรู้สึกไม่ดี ฉันไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกนะคะ ถ้าฉันจะพูด ฉันพูดก่อนที่คุณจะเข้ามาแล้ว”
สายตาของคู่หมายทำให้พิธานเม้มปากตัวเองแน่น เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน จู่ๆ ก็รู้สึกหึงหวงดอกแก้วขึ้นมาไม่มีสาเหตุ
และที่สำคัญ คนที่ทำให้เขาหึงดอกแก้วคือซูฮวา
ที่หึงก็เพราะดอกแก้วเขินซูฮวานั่นแหละ เขาไม่ชอบใจที่ดอกแก้วรู้สึกแบบนั้นกับคนอื่นนอกจากเขา ไม่ชอบใจจนถึงขั้นลืมความจริงที่ว่า... ดอกแก้วเป็นของเขา เธอรักเขา ส่วนซูฮวาก็เป็นผู้หญิงหวานๆ คนหนึ่ง เวลาคุยกันก็เหมือนดอกไม้สวยๆ สองดอกหันหน้าเข้าหากัน ไม่ได้มีเรื่องชู้สาวเข้ามาเกี่ยวข้องเลยแม้แต่นิดเดียว
พิธานถอนหายใจออกมาเฮือกใจ ตั้งแต่ดอกแก้วช็อคไปวันนั้น เขาก็รู้สึกว่าตัวเองอ่อนไหวขึ้น เรื่องอะไรเล็กน้อยก็เก็บมาคิดมาก ทั้งๆ ที่ปกติเขาไม่ใช่คนแบบนี้
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกลิ่นหอมของข้าวผัดเข้ามาทักทายทันทีที่ประตูเปิด ใบหน้าของมาร์คที่โผล่เข้ามาพร้อมของกินเต็มมือทำให้บรรยากาศที่น่าอึดอัดจางลง
“กินข้าวก่อนแล้วกัน”
พิธานสรุป เขานั่งลงบนโซฟาข้างคนรักดีๆ ตาคมมองคนสนิทที่จัดอาหารขึ้นโต๊ะนิ่งๆ แต่แขนแกร่งยังไม่วายวางไว้บนเอวเล็กเพื่อแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ
ดอกแก้วเป็นของเขา ไม่ว่าจะใครก็ไม่มีสิทธิ์มาแย่งดอกแก้วไปจากเขาได้ ไม่ว่าจะเป็นตัวหรือแค่ความรู้สึกก็ตาม
คนขี้หึงคิดในใจอย่างวางอำนาจ พลางโอบกระชับเอวดอกแก้วแน่นขึ้น
.
.
สามทุ่มตรงเป็นเวลาที่ไฟในห้องนอนปิดลงจนเหลือเพียงแสงสีนวลบนหัวเตียง พิธานดันร่างที่นั่งพับเพียบเรียบร้อยลงนอน จัดการห่มผ้าห่มให้ พร้อมทั้งจูบหน้าผากไปหนึ่งครั้งเพื่อบอกราตรีสวัสดิ์

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เด็กเสี่ย NC-25