“เทีย! เทีย!”
ใบหน้าของเมโลนกับคิลลีวูซีดจนเขียว
ใบหน้าเล็กขาวเนียนของฟีเรนเทียที่เปรอะท่วมไปด้วยเลือดสีแดงมันทำให้พวกเขารู้สึกราวกับหัวใจร่วงตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“เจ้า เบเลซัก เจ้า…”
เมโลนเอ่ยพูดด้วยนัยน์ตาน่ากลัว
เบเลซักกับอาสทัลลีอูผวาเฮือก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่หลบสายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตแค้นของเมโลน
“เมโลน! ต้องรีบพาเทียไปโรงแพทย์นะ!”
ถ้าหากตอนนั้นคิลลีวูไม่ตะโกนขึ้นมาแบบนั้น เมโลนคงจะหยิบดาบไม้ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาตีอาสทัลลีอูกับเบเลซักเสียงดังให้หนำใจไปแล้ว เขาจะทำจนกว่าอีกฝ่ายจะอ้อนวอนบอกว่าจะไม่แตะต้องฟีเรนเทียอีกเป็นครั้งที่สอง
เมโลนถลึงตาจ้องทั้งสองคนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะอุ้มร่างของฟีเรนเทียที่นอนลู่ไร้เรี่ยวแรงขึ้นพิงหลังของคิลลีวู
“เร็ว ต้องรีบไป!”
คิลลีวูแบกฟีเรนเทีย ลุกขึ้นจากพื้น ร้องตะโกน
เมโลนเองก็ใช้มือข้างหนึ่งช่วยประคองหลังของฟีเรนเทียเอาไว้ แล้ววิ่งไปพร้อมกัน
“ฮึ่ย…เทียตัวเบามากเลย”
คิลลีวูที่แบกน้องสาวลูกพี่ลูกน้องขึ้นหลังกัดริมฝีปากล่างแน่นพลางเอ่ยพูดพึมพำ
ไม่รู้ว่านัยน์ตาทั้งสองข้างเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาตั้งแต่เมื่อไหร่
ทั้งๆ ที่ปกติแล้วนางเป็นคนที่ร่าเริงสดใสแท้ๆ บางครั้งอาจจะดูน่ากลัวไปบ้าง จนเหมือนพี่สาวที่อายุมากกว่าอยู่หลายปี
ถึงแม้ร่างกายจะเล็กกว่าเด็กวัยเดียวกัน แต่ฟีเรนเทียที่ไร้เรี่ยวแรงให้เขาแบกอยู่บนหลังช่างเบาและอ่อนแอมากเหลือเกิน
ใบหน้าของเมโลนเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาบน้ำตาและน้ำมูกจนเละเทะไปหมด
“เบเลซัก ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่…”
เมโลนเองก็ดูจะคิดเหมือนกัน เขาจึงกัดฟันกรอดเอ่ยพูดเช่นนั้น
กว่าจะถึงโรงแพทย์ของดอกเตอร์โอมัลลี่ ทั้งสองคนไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงได้รู้สึกว่ามันไกลแบบนี้
เหล่าข้ารับใช้และเจ้าหน้าที่ในลอมบาร์เดียที่เห็นสองแฝดร้องไห้โฮ แบกฟีเรนเทียวิ่ง ต่างก็ตกใจจนหยุดชะงักฝีเท้า
แต่เด็กอายุสิบเอ็ดขวบทั้งสองคนกลับไม่มีใครทันได้คิดที่จะขอความช่วยเหลือจากพวกเขา ทั้งยังเค้นแรงที่มีทั้งหมดวิ่งต่อไปเรื่อยๆ ด้วยความตั้งใจว่าต้องพาฟีเรนเทียไปให้ถึงโรงแพทย์ให้ได้
“ดอกเตอร์โอมัลลี่ครับ!”
“ดอกเตอร์! เทียบาดเจ็บครับ!”
ทันทีที่มาถึงโรงแพทย์สองแฝดก็ตะโกนจนเส้นเสียงแทบแตก
ถึงขนาดที่ทำให้ดอกเตอร์โอมัลลี่ตกใจจนต้องวิ่งออกมาจากข้างในห้องทดลอง
“นี่มันเรื่องอะไรกัน…”
สภาพของฟีเรนเทียที่หมดสติถูกแบกขึ้นหลัง กับลูกชายฝาแฝดของชานาเนสที่ร้องไห้จนน้ำตาไหลติ๋งๆ ทำเอาดอกเตอร์โอมัลลี่รู้สึกราวกับหัวใจร่วงหล่นเสียงดังตึง
“รีบวางลงทางนี้เลยครับ”
ลูกชายฝาแฝดของชานาเนสที่มีอำนาจมากที่สุดในบรรดาสี่บุตรชายบุตรสาวของเจ้าตระกูล กับลูกสาวเพียงคนเดียวของแคลอฮันที่ช่วงนี้กำลังเป็นที่ฮือฮาในเมือง
เมื่อคิดได้ว่าจะให้มีอะไรผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด ดอกเตอร์โอมัลลี่จึงขยับกายเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
ดอกเตอร์โอมัลลี่สั่งให้สองแฝดถอยไปก่อน หลังจากนั้นจึงปิดม่านและตรวจอาการของฟีเรนเทียอย่างระมัดระวัง
จมูกไม่ได้หัก แต่มีรอยช้ำเล็กน้อย ดูแล้วไม่มีบาดแผลอื่นอีก ถึงเลือดกำเดาก็หยุดไหลไปแล้วแต่อย่างไรก็ต้องเผื่อไว้ก่อน ดอกเตอร์โอมัลลี่ปลดเสื้อผ้าของฟีเรนเทียออกเล็กน้อยเพื่อตรวจร่างกายโดยละเอียดจากนั้นเขาก็ถอนหายใจแผ่วเบาในขณะที่ช่วยติดกระดุมกลับคืนอีกรอบ
ไม่มีปัญหาอื่น อะไรบางอย่างกระแทกเข้าที่จมูก ทำให้ศีรษะถูกกระทบกระเทือนเล็กน้อย เลือดจึงไหลออกมามากจนหมดสติไป
ในระหว่างนั้นก็ยังได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของสองแฝดดังแว่วเป็นระยะจากนอกผ้าม่าน
ดอกเตอร์โอมัลลี่ห่มผ้าให้ฟีเรนเทียแล้วเปิดม่านเดินออกมาข้างนอก
“เทียเป็นอะไรมั้ยครับ”
สองแฝดที่นั่งคร่อมอยู่บนเตียงคนไข้เตียงอื่นวิ่งเข้ามาถามด้วยความร้อนรน
“คุณหนูฟีเรนเทียจะไม่เป็นอะไรครับ ไม่ต้องกังวลมากนะครับ”
“อา…”
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ชาตินี้ ฉันจะเป็นเจ้าตระกูล [นิยายแปล]
น่าสนุก...