ตอนที่ 475 การตัดสินใจของหนิงซู่ซู่
“เหวินเซี่ย เจ้ามาทำอันใดที่นี่เวลานี้กันห๊ะ ! ”
เมื่อชวี่เหวินเซี่ยเหาะเข้ามา ขงซิงเจี้ยนก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นขวางทางนางเอาไว้ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงปวดใจ
ชวี่เหวินเซี่ยมีท่าทางสงบนิ่ง นัยน์ตาหงส์คู่นั้นเต็มไปด้วยความสับสน
หลังจากครุ่นคิดสักพัก
“ท่านบรรพจารย์ทั้งสอง พวกท่านอย่าขวางทางข้าเลยเจ้าค่ะ”
ริมฝีปากสีแดงสดของนางเผยอขึ้นเป็นรอยยิ้มบาง ๆ “วันนี้หากข้ามิปรากฏกาย เกรงว่าทั้งนิกายกระบี่สวรรค์และหลิงโจวจะต้องประสบกับหายนะครั้งใหญ่เป็นแน่เจ้าค่ะ”
“บรรพบุรุษราชวงศ์กู่หยางเซียนของข้าผู้นี้เป็นคนเช่นไร มีนิสัยเยี่ยงไร ข้าย่อมรู้ดีกว่าผู้ใด”
ได้ยินดังนั้น
“เหวินเซี่ย เจ้าเป็นศิษย์นิกายกระบี่สวรรค์ของข้า ทั้งยังเป็นศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของศิษย์น้องหนิงอีกด้วย”
“ต่อให้วันนี้พวกข้าจะต้องสู้จนตัวตาย ก็ต้องปกป้องเจ้าให้จงได้”
อู๋ไท่เหอถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจังว่า “แต่เจ้าก็มิควรมาปรากฏกายในเวลานี้ เพราะเยี่ยงไรซะในตอนนี้สามสำนักเซียนใหญ่ก็เป็นพันธมิตรกันแล้ว”
ชวี่เหวินเซี่ยนิ่งไปเล็กน้อย ดวงตาคู่งามแดงเรื่อขึ้น และเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา
“ท่านบรรพจารย์ นี่เป็นชะตากรรมของข้า พวกท่านมิสมควรต้องรับมันแทนข้าเจ้าค่ะ”
ชวี่เหวินเซี่ยสะอื้นขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยพร้อมหยดน้ำตาว่า “ข้าคือผู้ที่ฟ้ากำหนด หากข้ามิยอมปรากฏตัวก็จะมิสามารถเลี่ยงหายนะในครั้งนี้ได้”
เอ่ยเพียงเท่านั้น ชวี่เหวินเซี่ยก็โค้งคำนับให้แก่อู๋ไท่เหอและขงซิงเจี้ยน จากนั้นก็เดินอ้อมทั้งสองเพื่อเดินตรงไปข้างหน้า
มินานชวี่เหวินเซี่ยก็ได้มายืนที่ด้านหน้าของค่ายกลป้องภูผาเพียงลำพัง
นางเงยหน้าขึ้นมองไปทางชวี่สิงหยางที่กำลังแสยะยิ้มอยู่ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ท่านบรรพบุรุษ ข้าต้องการจะพบเสด็จพ่อและเสด็จแม่ แล้วก็……ท่านอาเอี๋ยนสืออวี่”
ชวี่สิงหยางผู้มีร่างกายกำยำหัวเราะออกมา “เด็กน้อย หากเจ้ายอมตามข้ากลับไป เจ้าต้องการจะพบผู้ใดล้วนมิใช่ปัญหา”
ชวี่เหวินเซี่ยส่ายหน้าน้อย ๆ ด้วยท่าทางแน่วแน่
“หากข้ายังมิพบเสด็จพ่อ เสด็จแม่ และท่านอาเอี๋ยนสืออวี่ที่นี่ เช่นนั้นท่านก็คงต้องผิดหวังแล้วเจ้าค่ะ”
เอ่ยถึงตรงนี้ชวี่เหวินเซี่ยก็ชูนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้น ประกายเย็นวาบเปล่งออกมาที่ปลายนิ้ว ก่อนจะชี้เข้าที่หว่างคิ้วของตนเอง
“พลังปราณนี้แฝงไว้ด้วยจิตแท้ของวิถีดนตรี หากเข้าไปในร่างของข้าแล้ว จิตวิญญาณและกายเนื้อของข้าก็จะมลายหายไปในพริบตา ขอท่านบรรพบุรุษได้โปรดทำตามคำขอของข้าด้วยเจ้าค่ะ”
ชวี่เหวินเซี่ยสบตาชวี่สิงหยาง พร้อมกับเอ่ยออกมาอย่างเฉียบขาด
เมื่อเห็นดังนั้น มุมปากของชวี่สิงหยางก็กระตุกขึ้นอย่างไร้ทางเลือก ก่อนจะหันไปส่งสัญญาณให้ลูกสมุนสามสี่คนที่ยืนอยู่มิไกลนัก
ผ่านไปครู่หนึ่ง ขุนพลมรณะที่สวมชุดเกราะสีเงินสามคน ก็ยกโอ่งที่บรรจุร่างคนที่โชกไปด้วยเลือดมาคนละใบ และหยุดอยู่ที่หน้าราวกั้น
พลังปราณไหลเวียนรอบกายของชวี่สิงหยาง ก่อนจะสะบัดแขนข้างหนึ่ง โอ่งที่มีร่างโชกเลือดอยู่ในนั้นทั้งสามใบก็ค่อย ๆ ลอยขึ้น และตรงไปทางชวี่เหวินเซี่ยที่อยู่มิไกลนัก
“เด็กน้อย เจ้าอย่าได้โทษข้าเลย หากมิใช่เพราะเห็นแก่เจ้า เกรงว่าพวกเขาสามคนคงถูกข้ากลืนกินไปนานแล้ว”
ชวี่สิงหยางอธิบายอย่างข้าง ๆ คู ๆ
ชวี่เหวินเซี่ยมีท่าทีมิแยแสใด ๆ นางหาได้สนใจชวี่สิงหยางไม่
นางเพียงจับจ้องไปยังคนทั้งสาม ที่กำลังหายใจรวยรินอยู่ตรงหน้า
ทันใดนั้นหยาดน้ำตาก็เอ่อคลอขึ้นมา ก่อนจะไหลลงมาอาบใบหน้าที่งดงามจนไร้ที่ตินั้น
ขณะเดียวกันภายในใจของนางก็เต็มไปด้วยความเสียใจ
หากตอนนั้นมิใช่เพราะนางทำตามคำสั่งของเสด็จแม่ ให้เอี๋ยนสืออวี่ลอบพาหนีมาจากแคว้นมังกรวารี พวกเขาสามคนก็คงมิต้องมีชะตากรรมเช่นนี้
กลับกันหากนางมิหนีมา เชื่อว่าเสด็จพ่อก็ยังคงเป็นเหนือหัวของราชวงศ์กู่หยางเซียน เสด็จแม่ก็ยังคงเป็นเสด็จแม่ผู้งดงามและอ่อนโยนอยู่
ส่วนเอี๋ยนสืออวี่ก็คงจะได้เป็นผู้บัญชาการกองกำลังรักษาพระองค์ มีทรัพยากรบำเพ็ญเพียรมากมาย กลายเป็นผู้แข็งแกร่งในวิถีเซียนผู้หนึ่งก็เป็นได้
“เสด็จพ่อ เสด็จแม่ ท่านอาเอี๋ยน ข้าผิดต่อพวกท่านเองเจ้าค่ะ”
ชวี่เหวินเซี่ยเช็ดน้ำตาบนใบหน้าทิ้งเงียบ ๆ พร้อมเอ่ยออกมาอย่างเศร้าสร้อย
จากนั้นชวี่เหวินเซี่ยก็หันไปมองทางส่วนลึกของนิกายกระบี่สวรรค์ชั้นในชั่วขณะ ก่อนจะหันไปทางอู๋ไท่เหอและขงซิงเจี้ยนที่มีท่าทีสับสน
VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน