ตอนที่ 487 มิต้องเล่นละครแล้ว ข้าเป็นผู้แข็งแกร่งที่แท้จริง
ด้วยความแตกฉานในวิถีกระบี่ของเย่ฉางชิงในตอนนี้ ย่อมสามารถสัมผัสได้อย่างง่ายดายว่าจิตแท้ของเจี้ยนอู๋เหินนั้นร้ายกาจเพียงใด
จิตแท้อยู่ในใจ ไอกระบี่นิ่งสงบ
ร่างเกิดจากจิต ใช้ไอกระบี่เป็นพลัง นั่นคือ จิตกระบี่
ซึ่งเย่ฉางชิงมองว่า เจี้ยนอู๋เหินมิเพียงทำได้ดี ทว่าความเข้าใจในจิตกระบี่ยังอยู่ในระดับที่สูงมากอีกด้วย เช่นนี้ก็มิมีความจำเป็นที่เขาจะต้องชี้แนะอันใดอีกแล้ว
ทว่ากลับมีหนึ่งจุด ที่เย่ฉางชิงคาดมิถึงนั่น ก็คือ จิตกระบี่มีพลานุภาพที่รุนแรงเพียงนี้เชียวหรือ
ยอดเขาลูกหนึ่งถูกตัดออกเป็นสองท่อนอย่างง่ายดาย อีกทั้งร่องรอยยังเรียบสนิท
“จิตกระบี่ของเสี่ยวเจี้ยนยังมีพลานุภาพน่ากลัวเพียงนี้ เช่นนั้นด้วยความแตกฉานในวิถีกระบี่ของข้าจะน่ากลัวยิ่งกว่านี้หรือไม่ ? ”
เย่ฉางชิงพึมพำกับตนเอง ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติเผยสีหน้าลังเลออกมา
ก่อนหน้านี้เขารีบบรรลุระดับตบะบารมี และทำความเข้าใจในภาพกระบี่ไร้สิ้นสุด ทว่ากลับยังมิเคยลองเลยสักครั้ง ว่าจิตกระบี่จะมีพลังทำลายล้างที่รุนแรงเพียงใด
แต่ปัญหาก็คือ ตบะบารมีของเขาในตอนนี้ยังอยู่ในระดับแดนก่อกำเนิดขั้นกลางเท่านั้น
หากจิตกระบี่อันรุนแรงของเจี้ยนอู๋เหิน เกี่ยวข้องกับระดับตบะบารมีด้วยเล่า
ซึ่งแน่นอนว่าตบะของเจี้ยนอู๋เหินนั้นย่อมเหนือกว่าเขาอย่างแน่นอน
‘เช่นนั้นหากพลานุภาพของจิตกระบี่ที่ข้าจะสำแดงออกมา สู้จิตกระบี่ของเจี้ยนอู๋เหินมิได้ คงจะน่าอายมากทีเดียว’
‘อีกอย่างถึงตอนนั้นแล้ว ข้าจะอธิบายกับเจี้ยนอู๋เหินเช่นไรเล่า ? ’
‘ข้ารักธรรมชาติ หวงแหนต้นไม้ใบหญ้า ดังนั้นจึงมิได้ปล่อยพลังทำลายล้างทั้งหมดออกมาเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘หรือว่านำตำหนักเทพวาสนาออกมา แล้วบอกเจี้ยนอู๋เหินว่าสิ่งที่ข้าถนัดจริง ๆ ก็คือการใช้สมบัติวิเศษอย่างตำหนักเทพวาสนา ? ’
‘มิเหมาะ ! ’
‘ทำเช่นนั้นมิเหมาะจริง ๆ ! ’
‘เพราะจะเป็นการขัดต่อภาพลักษณ์ยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานของเขาได้ ! ’
จนเวลาผ่านไปครึ่งก้านธูป
เจี้ยนอู๋เหินก็ได้เหาะกลับมายืนตรงหน้าของเย่ฉางชิงอีกครั้ง
“ท่านเย่ จิตกระบี่ของศิษย์มีข้อบกพร่องตรงไหนหรือไม่ขอรับ ? ”
เจี้ยนอู๋เหินยิ้มกว้าง พร้อมกับเอ่ยถามหยั่งเชิง เพราะนับตั้งแต่ที่เย่ฉางชิงเข้าฌาน เนื่องจากเขาต้องการบรรลุระดับตบะบารมี ดังนั้นจึงทำให้ยอดเขามีปราณวิญญาณปะทุขึ้นอย่างรุนแรง
ทว่าหลังจากเย่ฉางชิงสามารถบรรลุได้ถึงระดับแดนก่อกำเนิดขั้นกลางแล้ว จึงหันมาถอดภาพกระบี่ไร้สิ้นสุดต่อ จึงทำให้ยอดเขาพลันแปรเปลี่ยน และปกคลุมไปด้วยไอพลังวิถีกระบี่อันบริสุทธิ์มากมายแทน
แน่นอนว่าเจี้ยนอู๋เหินต่างก็ได้รับประโยชน์ไปด้วย ทำให้ความเข้าใจในวิถีกระบี่ของเขารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
มินานมานี้ เขาได้รู้แจ้งในจิตกระบี่หยั่งรู้ระดับสี่ได้สำเร็จ จึงได้ออกมาจากสถานที่เข้าฌาน
บัดนี้เวลาเพิ่งจะผ่านพ้นไปได้มิเท่าไร
อาศัยไอพลังวิถีกระบี่อันน่าอัศจรรย์ อีกเพียงก้าวเดียวเขาก็จะสามารถก้าวเข้าสู่จิตกระบี่หยั่งรู้ระดับห้าได้แล้ว
แค่คิดก็รู้แล้วว่าช่วงที่ผ่านมา เขาได้รับวาสนาที่ยิ่งใหญ่เพียงใด
ได้ยินดังนั้นเย่ฉางชิงเพียงแค่พยักหน้าน้อย ๆ ด้วยท่าทางสงบนิ่ง
“ต้องบอกว่าเจ้านั้น นับว่าเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์ในวิถีกระบี่มิธรรมดาเลยทีเดียว ความแตกฉานในวิถีกระบี่ก็นับว่ามิเลว”
เย่ฉางชิงเอ่ยออกมาเรียบ ๆ “แต่การฝึกกระบี่ก็ส่วนหนึ่ง ทางที่ดีอย่าได้สร้างความเสียหายมากมายเช่นนี้จะดีกว่า”
เอ่ยจบเย่ฉางชิงก็เอามือไพล่หลัง ก่อนจะหมุนกายเดินไปทางประตูลาน
เมื่อเห็นดังนั้นเจี้ยนอู๋เหินก็นิ่งไป และอดมิได้ที่จะขมวดคิ้วมุ่น
‘ท่านเย่ ท่าน……ยังมิได้ชี้แนะศิษย์นะขอรับ ? ’
‘หากท่านมิอยากชี้แนะ จะแสดงฝีมือให้ศิษย์ได้เปิดหูเปิดตาแทนก็ได้นะขอรับ’
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เจี้ยนอู๋เหินก็รีบเดินตามหลังไป
“ท่านเย่……” เจี้ยนอู๋เหินอ้าปากหมายจะเอ่ยอันใดบางอย่าง
ทว่าเย่ฉางชิงกลับชะงักฝีเท้าลงอย่างกะทันหัน ก่อนจะปรายตามองเจี้ยนอู๋เหินที่มองเขาตาปริบ ๆ
“ยังมีเรื่องอื่นอีกงั้นหรือ ? ”
เย่ฉางชิงเอ่ยถามทั้งที่รู้อยู่แล้ว
เจี้ยนอู๋เหินอ้าปากพะงาบ ๆ พร้อมกับอย่างระมัดระวังถ้อยคำว่า “ท่านเย่ หากเป็นไปได้ศิษย์อยากจะชื่นชมฝีมือของท่านขอรับ”
ดวงตาของเย่ฉางชิงพลันมีประกายบางอย่างพาดผ่าน
‘เห็นได้ชัดว่าเจี้ยนอู๋เหินกำลังบีบให้เขาแสดงฝีมืออยู่ ! ’
‘ทว่าหากจิตกระบี่ของเขาสู้เจี้ยนอู๋เหินมิได้ นั่นจะมิน่าอายหรอกหรือ ? ’
‘หรือว่าจะต้องนำสุดยอดอาวุธสังหารอย่างตำหนักเทพวาสนาออกมาใช้จริง ๆ ? ’
‘ช่างเถอะ ! ’
‘เยี่ยงไรซะตอนนี้ก็มีสุดยอดอาวุธสังหารอย่างตำหนักเทพวาสนาอยู่ในมือ ต่อให้แสดงฝีมือล้มเหลว ก็มีวิธีทำให้ผู้อื่นเกรงกลัวอยู่ดี’
“ในเมื่อเจ้ากล่าวเช่นนี้ ข้าก็จะแสดงให้เจ้าดูสักครั้ง”


VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน