ตอนที่ 506 ขอผู้อาวุโสได้โปรดปรานีด้วย
ขณะที่เย่ฉางชิงกำลังเผชิญหน้ากับเหล่าจ้าวปีศาจทั้งหลายเพียงลำพังอยู่นั้น
อู๋ไท่เหอและขงซิงเจี้ยนแห่งนิกายกระบี่สวรรค์ รวมถึงบรรพบุรุษอีกสองคนของนิกายจื่ออวิ๋น และยังมีเหล่าผู้อาวุโสของนิกายกระบี่สวรรค์ บัดนี้ต่างก็ได้ปรากฏตัวขึ้นบนยอดเขาหลายลูกที่อยู่ไกลออกไปหลายลี้
แน่นอนว่าพวกเขามิได้มาเพื่อช่วยต่อสู้ แต่แค่มาดูการต่อสู้ที่ไร้พ่ายของท่านเย่เท่านั้น
เพราะแม้แต่พวกอู๋ไท่เหอก็ยังมิสามารถต้านทานการโจมตีของจ้าวปีศาจได้
นั่นหมายความว่าด้วยตบะบารมีของพวกเขา จึงยังมิแข็งแกร่งพอที่จะเข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้
“ตำหนักโบราณที่ลอยอยู่ด้านหน้าของท่านเย่เป็นสมบัติล้ำค่าอันใดกันแน่ ถึงสามารถสะกดจ้าวปีศาจทั้งหกตนเอาไว้ได้ ช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก ! ”
“หากมิมีสิ่งใดผิดพลาด นั่นคงจะเป็นตำหนักเทพวาสนาอย่างแน่นอน ! ”
“ตำหนักเทพวาสนางั้นหรือ ? จริงสิ ครั้งก่อนที่ท่านเย่ลงมือสังหารเซียนทุรชน เหมือนว่าเขาก็จะใช้ตำหนักเทพวาสนานี้เหมือนกัน”
“ถูกต้อง เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ”
“เฮ้อ ถ้าเช่นนั้นศึกในครั้งนี้ก็มิมีอันใดต้องกังวลแล้ว เซียนทุรชนยังถูกสังหาร ผู้แข็งแกร่งของเผ่าปีศาจเหล่านี้แม้จะมีพลังแข็งแกร่ง แต่เมื่อเทียบกับเซียนทุรชนแล้ว เกรงว่ายังด้อยกว่าอีกกระมัง ? ”
“ก็มิแน่หรอก เผ่าปีศาจมิเหมือนกับผู้บำเพ็ญเพียรที่เป็นมนุษย์อย่างพวกเรา กายเนื้อของพวกเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเราหลายเท่า หลังจากบำเพ็ญเพียรถึงระดับหนึ่งแล้ว ยังสามารถเปิดความทรงจำที่ได้รับการถ่ายทอดในตำนานได้อีกด้วย”
“มิเพียงเท่านั้น ดูท่าทางของพวกเขาแล้วดูเหมือนว่าจะสะกดตบะบารมีไว้อีกด้วย หากพวกเขาต่างทะลวงพันธนาการแล้วร่วมมือกัน เกรงว่าพลังที่แท้จริงอาจเหนือกว่าเซียนทุรชนก็เป็นได้”
“ข้ามองว่าที่พวกเจ้าเอ่ยมาช่างไร้สาระสิ้นดี ด้วยความเก่งกาจของท่านเย่เกรงว่าทั้งสวรรค์บูรพาคงมิมีผู้ใดเทียบเคียงได้ ตอนนี้คงขึ้นอยู่กับอารมณ์ของท่านเย่แล้ว”
“ผู้อาวุโสลวี่กล่าวได้ถูกต้อง ต่อหน้าของท่านเย่ศัตรูเหล่านี้ล้วนเป็นเพียงแต่มดปลวกเท่านั้น จะฆ่าจะแกงล้วนขึ้นอยู่กับอารมณ์ของท่านเย่ก็เท่านั้น”
“หืม……จิตกระบี่งั้นหรือ ? ”
“หรือว่าท่านเย่จะใช้วิถีกระบี่ที่ไร้เทียมทานสู้กับจ้าวปีศาจเหล่านั้นงั้นหรือ ? ”
“คงจะเป็นเช่นนั้น มิใช่สิ……ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ! ”
“ทุกท่าน ในเมื่อท่านเย่จะแสดงวิถีกระบี่ที่ไร้เทียมทาน ก็อย่ามัวแต่ถกเถียงกันอยู่เลย จงตั้งใจดู ตั้งใจศึกษา เพราะโอกาสเช่นนี้หาได้ยากยิ่งนัก”
“น้อมรับคำสั่งท่านประมุข ! ”
……
……
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากได้ยินคำถามของเย่ฉางชิงอีกครั้ง
มิว่าจะเป็นจ้าวปีศาจหน้าหยก จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียว หรือว่าจ้าวปีศาจคิ้วแดงที่แปลงเป็นร่างเดิมแล้ว และกำลังเตรียมจะลงมือ ต่างมีเส้นเลือดยกขึ้นที่ขมับ มุมปากกระตุกขึ้นมาอย่างควบคุมมิได้
เชื่อในแสง ?
เชื่อในแสงอันใดกัน ?
เจ้ามนุษย์ผู้นี้หมายความว่าเยี่ยงไรกันแน่ ?
เหตุใดต้องถามคำถามประหลาด ๆ เช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมาด้วย ?
หรือว่าเขากำลังรอผู้ใดอยู่ และคำถามนี้เป็นเพียงสัญญาณลับระหว่างทั้งคู่ ?
หากตอบถูก อีกฝ่ายก็จะสละตำหนักเทพวาสนาให้งั้นหรือ ?
แต่ต่อให้เป็นเช่นนั้น แล้วเราควรจะตอบเช่นไรดี ?
รัก คือแสงสว่าง
ยากจริง ๆ !
จนเวลาผ่านไปหลายอึดใจ
จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวที่อยู่ในร่างเดิมก็เหมือนจะทนต่อไปมิไหว พลันเงยหน้าคำรามออกมาอย่าเหลืออด
ทว่าขณะที่สมองของทุกคนกำลังมึนงงอยู่นั้น กลับยินเสียงคำรามดังขึ้นมา แม้จะมิชัดเท่าไรนัก
โธ่ถัง !
ขณะเดียวกัน เมื่อเย่ฉางชิงได้ยินคำที่ฟังมิชัด ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน
‘โธ่ถัง ? ’
‘นี่มัน ! ! ! ’
‘หรือว่ามังกรยักษ์ตัวนี้จะมาจากอีกโลก ดังนั้นจึงได้มีปฏิกิริยาเช่นนี้ ? ’
‘ไม่ ! ’
‘เป็นไปมิได้ ! ’

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน