ตอนที่ 508 ผู้น้อยคารวะนายท่าน
เมื่อได้ยินว่าจะให้ผู้แข็งแกร่งที่สุดของแดนปีศาจอย่างพวกเขามาเป็นสัตว์ขี่ เหล่าจ้าวปีศาจก็เกิดความยุ่งยากใจขึ้นมาทันที
เพราะพวกเขาต่างก็เป็นสัญลักษณ์ของแดนปีศาจ ภายในกายมีสายเลือดสัตว์อันสูงส่งไหลเวียนอยู่ด้วย บัดนี้กลับต้องมาเป็นสัตว์ขี่ให้ผู้อื่น นี่มันจะน่าขันเกินไปหน่อยกระมัง ?
อีกอย่างต่อหน้าผู้ที่น่ากลัวจนพวกเขารู้สึกเหลือเชื่อเช่นนี้ การได้เป็นสัตว์ขี่ของเขาก็ถือว่ายังพอรับได้
เพียงแต่หากผู้อาวุโสท่านนี้จะขี่พวกเขาไปยังตอนกลางของสวรรค์บูรพา แล้วถูกศัตรูที่พวกเขาเคยเหยียบย่ำ หรือหากมีเด็ก ๆ ในแดนปีศาจเห็นเข้า เช่นนั้นพวกเขาควรจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนดีเล่า
ทว่าหากมิยอมแล้วทำให้ผู้ที่ไร้เทียมทานโมโหขึ้นมา และสังหารพวกเขาที่นี่ เช่นนั้นตบะบารมีหมื่นปีของพวกเขาก็จะต้องเสียเปล่าน่ะสิ
‘มิยอม ! ’
‘ข้ายอมมิได้เด็ดขาด ! ’
บำเพ็ญเพียรมาหมื่นปี สะกดตบะบารมีมาเกือบพันปี ด้วยตบะบารมีก่อนหน้านี้ก็เพียงพอที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณ ตามหาโอกาสในการขึ้นแดนเซียนโบราณแล้ว
แต่ต้องจนใจเมื่อเส้นทางโบราณเต็มไปด้วยสิ่งอัปมงคลและจิตสังหารอันน่ากลัว ต่อให้เป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดของสวรรค์บูรพาก็ยังมีโอกาสดับสูญได้ทุกเมื่อ
เมื่อมิมีทางเลือกพวกเขาจึงทำได้เพียงฝากความหวังเอาไว้ที่ตำหนักเทพวาสนาในตำนานเท่านั้น
แต่ผู้ใดจะคิดว่าเมื่อพวกเขาสัมผัสได้ถึงตำหนักเทพวาสนา ผ่านรอยประทับจิตวิญญาณดั้งเดิมที่เหล่าบรรพบุรุษทิ้งเอาไว้ และเดินทางผ่านค่ายกลห้วงเวลาเพื่อมาที่นี่
ทว่าตำหนักเทพวาสนากลับตกอยู่ในมือของผู้ไร้เทียมทานไปเสียแล้ว
อีกทั้งเพราะตำหนักเทพวาสนา จึงทำให้พวกเขาไปล่วงเกินยอดฝีมือที่ไร้เทียมทานท่านนี้เข้าอีก
บาปกรรมจริง ๆ !
หลังจากที่นิ่งเงียบอยู่สักพัก เหล่าจ้าวปีศาจก็เริ่มส่งกระแสจิตเพื่อสื่อสารกัน
“พี่คิ้วแดง ท่านถนัดเรื่องการวางแผน ท่านช่วยชี้ทางสว่างให้พวกเราด้วยเถอะ”
“คิ้วแดง, ไป๋จือเอ่ยถูก เยี่ยงไรซะพวกเราก็ถือเป็นสัญลักษณ์ของแดนปีศาจ แม้ตบะบารมีของผู้อาวุโสท่านนี้ลึกล้ำสุดจะหยั่ง แต่การจะเป็นสัตว์ขี่ของเขานั้น วันนี้ข้ายอมสู้ตายเสียยังดีกว่า”
“พี่ไก่ฟ้า เวลานี้ท่านจะทำอันใดบุ่มบ่ามมิได้เด็ดขาดนะ หากทำให้ผู้อาวุโสท่านนี้โมโหขึ้นมา คงมิใช่แค่ตาเฒ่าอย่างพวกเราที่จะต้องมาตายที่นี่ เกรงว่าทั่วทั้งแดนปีศาจก็พลอยติดร่างแหไปด้วยน่ะสิ ! ”
“เมื่อครู่พวกเจ้าก็คงสัมผัสได้แล้วว่า จิตกระบี่นั่นน่ากลัวเพียงใด หากผู้อาวุโสท่านนี้ออกกระบี่อีกครั้ง ด้วยอาการบาดเจ็บของพวกเราในตอนนี้จะต้องตายอย่างแน่นอน”
“เฮ้อ หากรู้อย่างนี้ ก่อนหน้านี้หลังจากรับรู้ลางสังหรณ์มิดีก็ควรถอยกลับไปตั้งนานแล้ว”
“อีกอย่างต่อให้มิมีตำหนักเทพวาสนา แต่หากพวกเราก้าวเข้าสู่เส้นทางโบราณ อาจจะมีโอกาสรอดมากกว่านี้ก็เป็นได้”
“พี่คิ้วแดง ท่านเลิกหงุดหงิดได้แล้ว จะเอาเยี่ยงไรต่อก็บอกมาเถอะ ! ”
“ตอนนี้ข้ามีแผนหนึ่งอยู่ในใจ แต่ต้องมีหนึ่งในพวกเรายอมเป็นคนเสียสละ มิเช่นนั้นข้าเองก็ไร้หนทางแล้วเช่นกัน”
“คิ้วแดง เจ้าเอ่ยมาตามตรงเถอะ เพราะตอนนี้หาได้มีคนนอกอยู่ด้วยไม่”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้นข้าจะขอกล่าวตามตรงก็แล้วกัน”
“ผู้อาวุโสท่านนี้ในเมื่อต้องการสัตว์ขี่ แต่พวกเราต่างก็มีสายเลือดสัตว์เทพอันสูงส่ง ดังนั้นจึงต้องมีหนึ่งในพวกเราที่ต้องลุกขึ้นมา ยอมเป็นสัตว์ขี่ให้แก่ผู้อาวุโสท่านนี้ จากนั้นค่อยขอร้องผู้อาวุโสให้ปล่อยคนอื่นไป บางทีอาจมีหนทางรอดก็เป็นได้”
“เพียงแต่ตอนนี้พวกเราต้องตกลงกันให้รู้เรื่องเสียก่อนว่าผู้ใดจะเป็นคนที่ยอมเสียสละ……”
เวลาผ่านไปหลายอึดใจ
จ้าวปีศาจไป๋จือที่มีร่างกายกำยำ และมีขนสีขาวปกคลุมไปทั้งตัว อดมิได้ที่จะหดคอลงก่อนจะถอยหลังไปสองก้าว
“พี่ไก่ฟ้า พี่คิ้วแดง พี่เสวียนอู๋ เหตุใดพวกท่านต้องมองข้าด้วยสายตาเช่นนั้นด้วยเล่า ? ”
จ้าวปีศาจไป๋จือเอ่ยถามอย่างร้อนตัว “พวกท่าน…พวกท่านคงมิคิดจะให้ข้าเป็นคนเสียสละใช่หรือไม่ ? ”
“พวกเจ้าตัดสินใจกันได้หรือยัง ? ”
เย่ฉางชิงยกยิ้มบาง ๆ ออกมา พลางกวาดตามองเหล่าจ้าวปีศาจ แล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า “ข้าจะบอกอันใดพวกเจ้าสักอย่าง ข้ามิได้เป็นคนมีความอดทนอันใดมากมายนัก”
“ตอนนี้ข้าให้ทางเลือกพวกเจ้าสองทาง หากมิมาเป็นสัตว์ขี่ให้ข้า ก็มาเป็นอาหารของข้าซะ”
ทันทีที่สิ้นเสียง ด้วยการยุยงของพวกจ้าวปีศาจคิ้วแดง ทำให้จ้าวปีศาจไป๋จือที่กลายร่างเป็นพยัคฆ์ขาวตัวใหญ่มิมีทางเลือก ก่อนจะค่อย ๆ เดินไปด้านหน้า
ขณะอยู่ห่างจากเย่ฉางชิงอีกสิบกว่าจั้ง
จ้าวปีศาจไป๋จือก็หมอบลงช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “ผู้น้อย ไป๋จือ ขอติดตามนายท่าน นับแต่นี้ไปจะขอเป็นสัตว์ขี่ของท่านขอรับ”
เอ่ยเพียงเท่านั้น จ้าวปีศาจไป๋จือก็เกิดลังเลขึ้นมาชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยขอร้องขึ้นมาว่า “นายท่าน ผู้น้อยมีเรื่องจะขอร้องขอรับ”
เย่ฉางชิงปรายตามองจ้าวปีศาจไป๋จือเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้ “เอ่ยมาได้เลย”
จ้าวปีศาจไป๋จือปรายมองพวกจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวที่อยู่ทางด้านหลัง จากนั้นก็ค่อย ๆ เอ่ยออกมาว่า “นายท่าน ผู้น้อยอยากขอร้องให้ท่านช่วยปล่อยคนที่เหลือกลับไปแดนปีศาจด้วยขอรับ”
“ไป๋จือใช่หรือไม่ ? ”
เย่ฉางชิงยิ้มออกมา พลางเอ่ยถามว่า “ในเมื่อเจ้ายอมเป็นลูกสมุนของข้าแล้ว เช่นนั้นจำได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้ข้ากล่าวว่าเยี่ยงไร ? ”
จ้าวปีศาจไป๋จือชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหมอบลงอีกครั้ง และมิกล้าเอ่ยสิ่งใดอีก
เย่ฉางชิงมีท่าทางเคร่งขรึมลง พร้อมกับกวาดตามองพวกจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียว แล้วเอ่ยเสียงจริงจังว่า “หากมิยอมเป็นสัตว์ขี่ของข้า ก็จงเป็นอาหารของข้าซะ”
ทันทีที่สิ้นเสียงพวกจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวที่อยู่ในร่างเดิมก็ถึงกับดวงตาเบิกโพลง ท่าทางราวกับคนไร้เรี่ยวแรงลง
หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก พวกเขาก็รีบหมอบลงกับพื้นอย่างมิลังเล
“ผู้น้อยคารวะนายท่าน ! ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน