เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 519

ตอนที่ 519 ของขวัญก่อนจากลา

‘จิ่งจิ่ง ? ’

‘จิ่งจิ่งเป็นผู้ใดอีก ? ’

‘เหตุใดผู้อาวุโสถึงถามเช่นนี้ ? ’

หนิงซู่ซู่นิ่งไปชั่วขณะ ก่อนจะส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ผู้อาวุโส จิ่งจิ่งผู้นี้เป็นใครกันหรือเจ้าคะ ? ”

ผู้เฒ่าชุดดำโบกมือไปมา ก่อนจะตอบกลับมา “มิมีอันใด ข้าคงคิดมากไปเอง”

ทว่าหลังจากที่ได้ยินคำว่า จิ่งจิ่ง ออกมาจากปากของเย่ฉางชิง

จู่ ๆ อารมณ์ของผู้เฒ่าชุดดำก็แปรเปลี่ยนเป็นสับสนขึ้นมา

หลายวันมานี้เพื่อให้หนิงซู่ซู่ได้สมปรารถนา เรียกได้ว่าเขาพยายามทำทุกวิถีทางแล้วจริง ๆ

และเหตุผลที่เขาทำเช่นนี้ก็เพราะต้องการให้ความสัมพันธ์ระหว่างหนิงซู่ซู่และนายท่านพัฒนาไปไกลมากขึ้น เพื่อหวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะได้กลับไปอยู่ข้างกายของนายท่านอีกครั้ง

แต่สุดท้ายภายในใจของนายท่านกลับมีคนอื่นอยู่แล้ว เช่นนี้สิ่งที่ทำไปทั้งหมดก่อนหน้านี้มิเท่ากับสูญเปล่าหรอกหรือ ?

แต่ยังโชคดีที่เด็กน้อยผู้นี้และนายท่านยังมีมิตรภาพดีต่อกันอยู่บ้าง ดังนั้นจึงได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งเขาจะสามารถใช้ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ เพื่อบรรลุเป้าหมายได้

คิดได้ดังนั้นแล้วผู้เฒ่าชุดดำก็ได้ แต่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมหันไปมองหนิงซู่ซู่อีกครั้ง ก่อนหายตัวไปในอากาศ

ส่วนหนิงซู่ซู่กลับยังคงรู้สึกสับสนและยังยืนอยู่ที่เดิม

จิ่งจิ่งผู้นี้เป็นผู้ใดกันแน่ ถึงได้เป็นที่สนใจของผู้อาวุโสได้ อีกทั้งผู้อาวุโสก็ยังเป็นเพียงจิตวิญญาณอาวุธ ดังนั้นจึงมิมีลูกหลานอย่างแน่นอน

หรือเขาบังเอิญไปรู้ความลับบางอย่างของเย่ฉางชิงเข้า และจิ่งจิ่งผู้นี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเกี่ยวข้องกับเย่ฉางชิง

หลังจากคิดวกไปวนมา

หนิงซู่ซู่ก็ได้แต่ส่ายหน้า พลางถอนหายใจออกมา ก่อนจะหมุนกายเดินจากไป

นางรู้ดีว่าสำหรับเย่ฉางชิงที่มายังโลกนี้เพื่อสัมผัสเส้นทางการบำเพ็ญเพียร และตัวตนที่แท้จริงยังเป็นผู้ที่นางมิสามารถที่จะคาดเดาได้

แม้นางจะบำเพ็ญเพียรมายาวนาน และยังมิมีร่องรอยของความชราใด ๆ ให้เห็น ทว่าเยี่ยงไรซะนางก็ปฏิเสธมิได้ว่ามีชีวิตอยู่มาหลายพันปีแล้ว

อีกทั้งเย่ฉางชิงในเวลานี้ยังผนึกตบะและความทรงจำเอาไว้ จึงมิต่างอันใดจากการเกิดใหม่อีกครั้ง ความคิดและมุมมองย่อมต่างกัน มิแปลกหากเขาจะรู้สึกมิพึงพอใจในตัวนาง

เพียงพริบตา เช้าวันรุ่งขึ้นก็มาถึง

เมื่อคืนหลังจากใคร่ครวญซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาก็ได้ตัดสินใจว่าจะไปจากนิกายกระบี่สวรรค์เพื่อมุ่งหน้าไปยังตอนกลางของสวรรค์บูรพาในวันนี้

เพราะในตอนนี้เขามีสุดยอดอาวุธสังหารอย่างตำหนักเทพวาสนาอยู่ในมือ อีกทั้งความแตกฉานในวิถีกระบี่ยังอยู่ในระดับที่มิธรรมดาแล้ว

ผู้แข็งแกร่งที่สุดของเผ่าปีศาจยังทำได้เพียงตั้งรับจิตกระบี่แห่งแสงสายหนึ่งของเขาเท่านั้น เช่นนั้นหากว่าเขาใช้จิตกระบี่ฟาดฟันออกมาอีกหลายครั้ง ต่อให้เป็นจ้าวปีศาจก็เกรงว่าคงต้องดับสูญอยู่ภายใต้จิตกระบี่ของเขากระมัง ?

อีกอย่างข้างกายของเขาในเวลานี้ยังมีจ้าวปีศาจหลายตนคอยคุ้มกัน ทั้งยังมีผู้เฒ่าชุดดำที่เต็มไปด้วยความหวั่นเกรงเขา และสามารถเรียกหาได้ตลอดเวลาอีกด้วย

‘สมุนของข้ามากมายและแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ จะมัวหมกตัวอยู่ที่นี่ไปทำไมกัน ? ’

‘ท่องเที่ยวไปในสวรรค์บูรพาอันกว้างใหญ่ และบำเพ็ญเพียรไปด้วย เช่นนี้มิดีกว่าหรอกหรือ ? ’

มินานเมื่อเย่ฉางชิงผลักประตูห้องออก ก็พบว่าเจี้ยนอู๋เหินรวมถึงพวกจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียว ได้มารออยู่ที่ด้านนอกประตูแล้ว

อีกทั้งยังเห็นได้ชัดว่า เจี้ยนอู๋เหินผู้ที่กำลังจะกลายเป็นประมุขน้อยแห่งนิกายกระบี่สวรรค์ บัดนี้เหมือนจะเข้ากันได้ดีกับปีศาจเหล่านี้อีกด้วย

“ท่านเย่”

“นายท่าน”

เมื่อเห็นเย่ฉางชิงเดินออกมาจากภายในห้องอย่างมิรีบร้อน เจี้ยนอู๋เหินและพวกจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวก็รีบโค้งลงคำนับทันที พร้อมกับเอ่ยเรียก

เย่ฉางชิงกวาดตามองพวกเขา ก่อนจะพยักหน้ารับ

“เสี่ยวเจี้ยน เจ้าช่วยไปบอกพวกบรรพจารย์ของเจ้าที ว่าข้าตัดสินใจจะไปยังตอนกลางของสวรรค์บูรพาในวันนี้แล้ว”

เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยออกมาเรียบ ๆ

วินาทีต่อมา เจี้ยนอู๋เหินและพวกจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียว กลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยิน เพราะการที่เย่ฉางชิงจะไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ พวกเขามิทันตั้งตัวจริง ๆ

สำหรับเจี้ยนอู๋เหินแล้ว เดิมเขาคิดเอาไว้ว่าจะตั้งใจบำเพ็ญเพียรอยู่ข้างกายเย่ฉางชิงต่ออีกสักระยะ

เยี่ยงไรซะการติดตามข้างกายของเย่ฉางชิงนั้นเรียกได้ว่าทุกที่ล้วนเป็นสุดยอดโอกาสและวาสนาที่มิอาจร้องขอจากที่ใดได้

อีกอย่างเขาเพิ่งจะสานสัมพันธ์กับสุดยอดผู้แข็งแกร่งระดับจ้าวปีศาจเหล่านี้ไป หากมีเวลามากกว่านี้ การจะให้พวกเขาติดหนี้บุญคุณตนเองนั้น ย่อมเป็นไปได้อยู่แล้ว

ทว่าสิ่งที่เขาคาดมิถึงก็คือ เย่ฉางชิงกลับจะไปจากที่นี่ในวันนี้แล้ว

ส่วนพวกจ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียว แม้พวกเขาจะรู้ดีว่าผู้ที่เก่งกาจเช่นนายท่าน ช้าเร็วก็ต้องไปจากที่นี่อย่างแน่นอน แต่ผู้ใดเลยจะคิดว่าจะกะทันหันเช่นนี้ ?

นี่ก็หมายความว่าจะต้องข้ามมหาสมุทรแท้จริงไปยังอีกฟากหนึ่ง

จ้าวปีศาจผู้แข็งแกร่งที่สุดในแดนปีศาจอย่างพวกเขาก็ต้องถูกนายท่านใช้เป็นสัตว์ขี่เพื่อเหาะข้ามไปอีกฟาก เช่นนี้สำนักและเผ่าต่าง ๆ ย่อมเห็นพวกเขาเป็นตัวตลกอย่างแน่นอน

แม้ว่าตัวตนของนายท่านจะหาใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถคาดเดาได้ แต่สำนักและเผ่าต่าง ๆ ที่อยู่ตอนกลางของสวรรค์บูรพายังมิรู้เรื่องนี้ !

กะทันหันเกินไป !

มิมีเวลาให้เตรียมตัวเลยแม้แต่น้อย !

ตอนนั้นเอง เมื่อเย่ฉางชิงเห็นพวกเจี้ยนอู๋เหินมีท่าทีสับสน เอาแต่ยืนนิ่งมิเอ่ยมิจา ก็ส่ายหน้ายิ้ม ๆ ออกมา

ผ่านไปมิกี่อึดใจ

Verify captcha to read the content.VERIFYCAPTCHA_LABEL

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน