ตอนที่ 520 ท่านคือเย่ฉางชิงงั้นหรือ ?
จนเวลาผ่านไปอีกประมาณครึ่งชั่วยาม
เนื่องจากก่อนหน้านี้เย่ฉางชิงรับปากเอาไว้ ว่าจะให้จ้าวปีศาจไก่ฟ้าเขียวและจ้าวปีศาจไป๋จืออยู่ต่อ เพื่อรอรับมือกับราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ที่จะมาถึงในอีกมิช้า
ดังนั้นเย่ฉางชิงจึงสั่งให้จ้าวปีศาจคิ้วแดงกลับคืนสู่ร่างเดิม เพื่อให้เขาขี่ไปยังมหาสมุทรแท้จริง
ส่วนพวกอู๋ไท่เหอแม้ภายในใจจะรู้สึกอาลัยอาวรณ์ แต่ก็ต้องอดกลั้นเอาไว้และมิได้เอ่ยออกมาอีก
เยี่ยงไรซะพวกเขาก็ยังคงมองว่าเย่ฉางชิงเป็นผู้อาวุโสของพวกเขา และเป็นผู้ที่น่ากลัวที่มิอาจคาดเดาได้
ยิ่งไปกว่านั้นก่อนหน้านี้เขายังได้ลงมือสังหารเซียนทุรชน และช่วยนิกายกระบี่สวรรค์จากหายนะเอาไว้
ดังนั้นมิว่าจะด้วยเหตุผลใด พวกเขาจึงมิสามารถที่จะรั้งเอาไว้ได้อีก
“ท่านเย่ จะไปแล้วเยี่ยงนั้นหรือขอรับ ? ”
เมื่อเดินออกมาถึงหน้าประตูเรือน ขงซิงเจี้ยนก็เอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้งอย่างอดมิได้
เย่ฉางชิงพยักหน้าให้น้อย ๆ พร้อมเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนราวเป็นนิจ “โบราณกล่าวเอาไว้ว่า มิมีงานเลี้ยงใดมิเลิกรา ข้าเองก็บำเพ็ญเพียรอยู่ที่นิกายกระบี่สวรรค์มาพักใหญ่แล้ว บัดนี้คงได้เวลาแล้ว”
เอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็เบนสายตาไปทางหนิงซู่ซู่
นับตั้งแต่คืนนั้นที่เขาได้ยินเสียงภายในใจคนชั่วขณะ
เขาก็ได้รู้ว่าบรรพจารย์ของนิกายกระบี่สวรรค์ที่มีชีวิตอยู่มาหลายพันปีผู้นี้รู้สึกต่อเขาเช่นไร นับตั้งแต่ที่ได้พบกันที่เมืองกระบี่สวรรค์
จนถึงวันนี้ความชื่นชอบของนางที่มีต่อเขากลับเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ
แม้การที่เขาและนางจะอยู่ร่วมกัน จะให้ความรู้สึกเหมือนหญ้าอ่อนที่ถูกโคแก่กิน
แต่เยี่ยงไรซะนี่ก็ถือเป็นรักแรกของอีกฝ่าย
อีกอย่างก่อนหน้านี้เขาเองก็ไตร่ตรองดีแล้ว เพราะเส้นทางบำเพ็ญเพียรนั้นยาวไกล ขอเพียงภายในใจยังเป็นเด็ก เรื่องอื่นล้วนมิสำคัญ
ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายแม้ว่าจะมีชีวิตอยู่มามิรู้กี่พันปี แต่รูปลักษณ์ภายนอกกลับมิได้ดูแก่ชราแต่อย่างใด ทว่ายังงดงามราวกับเทพธิดาเสียด้วยซ้ำ
และสิ่งที่สำคัญที่สุด
นั่นก็คือหนิงซู่ซู่บำเพ็ญเพียรวิถีแห่งดนตรีนั่นเอง
“ซู่ซู่”
เย่ฉางชิงเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน จากนั้นก็ค่อย ๆ ยื่นมือข้างหนึ่งให้แก่หนิงซู่ซู่
ทันใดนั้นเมื่อทุกคนได้เห็นภาพตรงหน้า ต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปทันที ท่าทางของทุกคนเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
การที่เย่ฉางชิงยื่นมือให้นางหมายความเช่นไรนั้น ต่อให้มิต้องเอ่ยออกมาก็สามารถเข้าใจได้
แต่สิ่งที่พวกเขาคิดมิถึง ก็คือ เย่ฉางชิงจะแสดงท่าทีเช่นนี้ออกมา
‘คิดมิถึงเลยจริง ๆ ! ’
‘ศิษย์น้องหนิงมิเพียงมีคุณสมบัติวิถีเซียนโดดเด่น ทั้งยังมีโอกาสและวาสนาอันสูงส่งเช่นนี้ด้วย’
อู๋ไท่เหอเมื่อได้สติขึ้นมาจึงชำเลืองไปทางหนิงซู่ซู่ที่กำลังตกตะลึงจนอ้าปากค้าง ก่อนจะหันไปมองขงซิงเจี้ยนที่กำลังมองเย่ฉางชิงและหนิงซู่ซู่ด้วยสายตาราวกับเพ้อฝัน
“ศิษย์น้องขง ระวังท่าทีของเจ้าด้วย”
อู๋ไท่เหอดึงแขนเสื้อของขงซิงเจี้ยน พร้อมกับส่งกระแสจิตให้
สิ้นเสียง ขงซิงเจี้ยนก็สูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่อย่างอดมิได้ ก่อนจะหมุนกายหันหลังให้แก่เย่ฉางชิงและหนิงซู่ซู่
“สวรรค์ ศิษย์น้องหนิงมีโชคและวาสนาเช่นไรกัน ถึงได้รับความเมตตาจากท่านเย่เช่นนี้”
ขงซิงเจี้ยนส่งกระแสจิตให้แก่อู๋ไท่เหออย่างอดมิได้ “ศิษย์พี่อู๋ ตอนนี้ภายในใจของข้ารู้สึกเหมือนสวรรค์มิยุติธรรม เหตุใดข้าถึงมิใช่สตรีเล่า เพราะเหตุใดกัน ! ”
อู๋ไท่เหออดมิได้ที่จะปรายตามองขงซิงเจี้ยน ก่อนจะเอ่ยเตือนว่า “ศิษย์น้องขง ห้ามกล่าววาจาส่งเดช ท่านเย่ดูเหมือนจะมีอิทธิฤทธิ์ได้ยินเสียงภายในใจของผู้อื่นได้”
“ห๊ะ ? ? ? ”
ขงซิงเจี้ยนมีสีหน้าเปลี่ยนไปในทันที ก่อนจะรีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดปากตนเองเอาไว้
ขณะเดียวกัน เมื่อเจอเย่ฉางชิงยื่นมือมาให้อย่างกะทันหัน หนิงซู่ซู่จึงคาดคิดมิถึงและทำตัวมิถูก
อีกอย่างสำหรับนางแล้ว เยี่ยงไรซะนี่ก็เป็นครั้งแรกที่นางตกหลุมรักบุรุษผู้หนึ่ง
นางในเวลานี้จึงมีความรู้สึกราวกับดรุณีน้อยก็มิปาน
ทั้งตื่นตระหนก ยินดี สับสนว้าวุ่นจนทำอันใดมิถูก……
‘ตอนนี้ข้าควรทำเช่นไรดี ? ’
‘เหตุใดจึงกะทันหันเช่นนี้’
‘แม้ก่อนหน้านี้จะเคยจำลองเหตุการณ์เอาไว้มากมาย แต่มิเคยคาดคิดเลยว่าจะกะทันหันเช่นนี้’
‘อีกอย่างหากนางยื่นมือให้ ก็หมายความว่าต่อไปนางจะเป็นสตรีของเขาแล้วใช่หรือไม่ ?’
‘มิต้องคิดอันใดให้มากแล้ว ข้าหนิงซู่ซู่เป็นครั้งแรกที่ตกหลุมรักบุรุษ หากพลาดครั้งนี้ไปแล้ว เกรงว่าชาตินี้คงมิมีโอกาสเช่นนี้อีกแล้ว’
‘อีกอย่างหากพลาดโอกาสในครั้งนี้ไป จิตใจของข้าคงแตกสลายจนมิเหลือชิ้นดีเป็นแน่’
คิดได้ดังนั้นหนิงซู่ซู่จึงได้ยื่นมือออกไปอย่างระมัดระวัง ก่อนที่นิ้วอันเรียวยาวจะแตะไปที่ฝ่ามือของเย่ฉางชิงอย่างแผ่วเบา
ในวินาทีที่คนทั้งสองสัมผัสกัน นางกลับสะดุ้งน้อย ๆ พร้อมชักมือหนี
ทว่าเมื่อรู้ตัวก็ได้ยื่นมือไปกุมเอาไว้ในทันที
เย่ฉางชิงชะงักไปเล็กน้อย จากนั้นก็จับมือที่ขาวเนียนราวกับหยกของหนิงซู่ซู่หมุนกายทะยานขึ้นฟ้าไป ก่อนจะขึ้นไปยืนบนร่างเดิมของจ้าวปีศาจคิ้วแดง

VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน