ตอนที่ 521 เสี่ยวหง พวกเราไปกันเถอะ
เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเย่ฉางชิงต่างก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป
อีกฝ่ายสามารถเรียกชื่อจริงของเย่ฉางชิงได้ แสดงว่าจะต้องเป็นสหายเก่าอย่างแน่นอน
“เสี่ยวหง หยุดก่อน” เย่ฉางชิงเอ่ยขึ้นมาเรียบ ๆ
แม้จะมิรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก่อน แต่เมื่อสามารถเรียกนามของเขาได้ถูกต้อง เช่นนี้ก็สามารถอธิบายบางอย่างได้แล้ว
วินาทีต่อมา
ขณะที่จ้าวปีศาจคิ้วแดงหยุดลงตามคำสั่ง ก็พบว่าความว่างเปล่าตรงหน้าเกิดการสั่นสะเทือน และเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมขึ้นเป็นชั้น ๆ
ขณะเดียวกันก็มีแสงสลัว ๆ ส่องประกายริบหรี่ออกมา พร้อม ๆ กับหมอกแสงที่พลุ่งพล่านขึ้น
เพียงมินาน
เวลามิกี่อึดใจต่อมา
ก็มีร่างของสตรีอันงดงามร่างหนึ่งปรากฏขึ้นท่ามกลางหมอกแสง ก่อนที่ร่างนั้นจะค่อย ๆ แจ่มชัดขึ้น
ใช่แล้ว !
ผู้ที่มาก็คือสตรีของเผ่าสวรรค์ที่เคยปรากฏกายในมหาสมุทรแท้จริงก่อนหน้านี้
นางยังคงอยู่ในชุดกระโปรงสีขาว ผมยาวสยายราวกับเกลียวคลื่น มีผ้าสีขาวผืนบางปิดบังใบหน้าเอาไว้ ดูลึกลับและน่าค้นหายิ่งนัก
ทว่าเมื่อสตรีลึกลับก้าวย่างออกมาจากกลุ่มหมอกนั้น และเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของเย่ฉางชิง
นัยน์ตาหงส์ที่เฉียบคมและลุ่มลึกคู่นั้น พลันเปล่งประกายขึ้นมาทันที
‘เหมือนกับที่เจ้าเด็ก อวิ๋นซี กล่าวเอาไว้มิมีผิด’
‘เย่ฉางชิงผู้นี้มีใบหน้าหล่อเหลาและยากจะหาผู้ใดมาเทียบเคียงได้ อีกทั้งท่าทางยังสง่างามและอ่อนโยนยิ่งนัก’
‘เพียงแค่มองเพียงแวบเดียวก็ดูราวกับเทพเซียน ที่ทำให้คนอยากจะกราบกราน’
‘บุรุษที่โดดเด่นเช่นนี้ เกรงว่าคงมิใช่แค่โลกเบื้องล่างเท่านั้น แต่ทั่วทั้งสวรรค์บูรพาก็คงยากที่จะมีผู้ใดเทียบเคียงได้กระมัง ? ’
‘คนผู้นี้สะกดไอพลังเอาไว้ แม้แต่ข้าก็มิสามารถสัมผัสได้เลยแม้แต่น้อย’
‘ต้องมีตบะบารมีเช่นไรกัน แม้แต่ข้าที่มีเคล็ดวิชาลับของเผ่าสวรรค์ก็ยังมิสามารถสัมผัสตบะบารมีของเขาได้’
‘อีกทั้งเหล่าจ้าวปีศาจที่หยิ่งทะนงเหล่านี้อีกเล่า’
‘มิว่าจะเป็นจ้าวปีศาจคิ้วแดงที่ยอมเป็นสัตว์ขี่ให้เขา จ้าวปีศาจเสวียนอู๋และจ้าวปีศาจหน้าหยกที่ติดตามอยู่ข้างกายราวกับเป็นองครักษ์ก็มิปาน’
‘หรือคนผู้นี้ตอนอยู่ที่โลกเบื้องล่างจะเป็นผู้ไร้พ่าย พอขึ้นมายังสวรรค์บูรพาแห่งนี้ก็ยังเป็นผู้ไร้พ่ายอีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ’
‘เช่นนั้นคนผู้นี้แท้จริงแล้วมีตบะบารมีแก่กล้าเพียงใดกันแน่ ? ’
ระหว่างที่สตรีของเผ่าสวรรค์ผู้นี้กำลังครุ่นคิดด้วยความสงสัยอยู่นั้น
เย่ฉางชิงก็กวาดตามองสตรีลึกลับที่ปรากฏตัวขึ้นอย่างมิมีปี่มีขลุ่ย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างสบายอารมณ์ว่า “มิทราบว่ามีเรื่องอันใดงั้นหรือ ? ”
สิ้นเสียงสตรีลึกลับก็ได้สติขึ้นมา นัยน์ตาหงส์คู่นั้นมีประกายตื่นตกใจพาดผ่านอย่างอดมิได้
“ท่านเย่ ก่อนหน้านี้ข้าเรียกเพียงนามของท่าน ต้องขออภัยด้วยเจ้าค่ะ”
สตรีลึกลับคำนับให้แก่เย่ฉางชิงอย่างขอลุแก่โทษ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพร้อมกับเอ่ยต่อว่า “ข้ามาจากเผ่าสวรรค์ที่อยู่อีกฟากของมหาสมุทรแท้จริง ครั้งนี้ที่ข้าข้ามมหาสมุทรแท้จริงมาก็เพื่อต้องการเชิญท่านไปที่เผ่าสวรรค์เจ้าค่ะ”
‘เผ่าสวรรค์ ? ’
‘คือเผ่าอันใดอีกล่ะนี่ ? ’
‘เหตุใดข้าถึงมิเคยได้ยินมาก่อน ? ’
หลังจากเกิดความลังเลขึ้นชั่วขณะ เย่ฉางชิงก็เบนสายตาหันไปทางหนิงซู่ซู่ที่อยู่ข้างกาย
ทว่าหนิงซู่ซู่เองก็เพียงแค่ส่ายหน้าให้น้อย ๆ เท่านั้น
สวรรค์บูรพากว้างใหญ่ไพศาล ส่วนพื้นที่ที่แคว้นหลิงโจวตั้งอยู่ กับตอนกลางของสวรรค์บูรพา มีมหาสมุทรแท้จริงที่เต็มไปด้วยอันตรายและกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดขวางกั้น ดังนั้นดินแดนจึงแยกออกจากกันเหมือนกับโลกสองใบ ที่ถูกตัดขาดจากกันแทบจะสมบูรณ์
ทว่าในเวลานี้มิว่าจะเป็นจ้าวปีศาจคิ้วแดงที่อยู่ในร่างเดิม หรือจ้าวปีศาจเสวียนอู๋และจ้าวปีศาจหน้าหยก
เมื่อพวกเขาได้ยินคำว่า “เผ่าสวรรค์” ร่างกายกลับสั่นเทาขึ้นมาอย่างควบคุมมิได้
เผ่าสวรรค์เป็นเผ่าเช่นไรนั้น พวกเขาที่เป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดของแดนปีศาจย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ
แต่ปัญหาก็คือ
‘เหตุใดคนของเผ่าสวรรค์ถึงมาปรากฏตัวในที่ห่างไกลเช่นนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังตั้งใจมาเพื่อเชิญนายท่านไปยังเผ่าสวรรค์อีกด้วย ? ’
เย่ฉางชิงกวาดสายตามองสตรีลึกลับอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาเรียบ ๆ
จ้าวปีศาจคิ้วแดงได้ยินดังนั้น ก็เงยหน้าคำรามขึ้นฟ้าทันที เปลวเพลิงลุกโชน ปีกอันใหญ่โตกระพือจนเกิดลมกระโชกแรง พร้อมทั้งมีพลังมหาศาลห่อหุ้มอยู่ก็พุ่งไปข้างหน้าในทันที
‘สตรีนางนี้มาจากเผ่าสวรรค์ที่เก่าแก่และลึกลับ อีกทั้งพลังของนางยังทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่น ? ’
‘ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาจึงพุ่งไปด้านหน้าอย่างมิรีรอ เป็นการระบายความขุ่นเคืองใจออกมาอีกด้วย’
‘ขอเพียงมีนายท่านอยู่ ต่อให้เป็นเผ่าสวรรค์แล้วจะเยี่ยงไรเล่า ? ’
‘ด้วยตบะบารมีของนายท่าน ทั่วทั้งสวรรค์บูรพาจะมีสักกี่คนกันที่สามารถต่อกรกับเขาได้ ? ’
ขณะเดียวกันเมื่อต้องเผชิญหน้ากับจ้าวปีศาจคิ้วแดงที่พุ่งเข้ามาหาอย่างดุดัน สตรีลึกลับแห่งเผ่าสวรรค์นางนี้กลับมิได้ถอยไปแต่อย่างใด
เพราะแม้ภายนอกนางจะดูอ่อนเยาว์ แต่ความจริงแล้วนางมีชีวิตมาเกือบสองหมื่นปีแล้ว ตบะบารมีย่อมลึกล้ำสุดจะหยั่ง
กล่าวอีกนัย ก็คือ ทั่วทั้งสวรรค์บูรพาผู้ที่สามารถต่อกรกับนางได้มีเพียงสิ่งมีชีวิตโบราณของแดนต้องห้ามโบราณเท่านั้น
และหากมิใช่เพราะคนของเผ่าสวรรค์ถูกคำสาปอย่างหนึ่งติดกายมาด้วย
เกรงว่าเวลานี้นางคงไปยังเส้นทางโบราณ เพื่อตามหาโอกาสขึ้นไปยังแดนเซียนโบราณนานแล้ว
แต่ความเก่งกาจของเย่ฉางชิงนั้นนางมิเคยได้ยินได้ฟังมาก่อน ดังนั้นนางจึงอยากจะลองสัมผัสดูว่าพลังที่อยู่เหนือกฎของสวรรค์บูรพานั้นจะน่ากลัวเพียงใด
ทันใดนั้นเมื่อพลังวิญญาณภายในกายทั้งหมดเริ่มโคจร ร่างของนางก็ส่งเสียงคำรามต่ำออกมาเป็นระลอก
พลังปราณจำนวนมหาศาลรอบกายพลุ่งพล่านขึ้น ไอพลังอันรุนแรงโหมกระหน่ำ ทำให้ความว่างเปล่ารอบกายเริ่มสั่นสะเทือน
เป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก !
เย่ฉางชิงเมื่อเห็นดังนั้น ดวงตาเรียวยาวของเขาก็หรี่ลง พลางเอ่ยเสียงเรียบว่า “ท่านต้องการบังคับพาข้ากลับไปเผ่าสวรรค์ของท่านให้ได้งั้นหรือ ? ”
สตรีลึกลับยังคงยืนนิ่ง ๆ และเอ่ยอย่างมิหวั่นเกรงว่า “ท่านเย่คิดมากไปแล้ว ข้าเพียงต้องการอยากจะประมือกับท่านสักครั้งก็เท่านั้น”
มุมปากของเย่ฉางชิงกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะเพ่งสมาธิแล้วเอ่ยเรียบ ๆ ว่า “เจ้าเชื่อในแสงหรือไม่ ? ”
สตรีลึกลับขมวดคิ้วมุ่น พลางเอ่ยขึ้นมาด้วยความสงสัย “แสงอันใด ? ”
เย่ฉางชิงมิได้กล่าวสิ่งใดอีก พลันชูนิ้วชี้และนิ้วกลางขึ้นมา ก่อนจะแตะไปที่ความว่างเปล่าตรงหน้าเบา ๆ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน