เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 573

ตอนที่ 573 สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวในส่วนลึกของวังโจว

ขณะที่เย่ฉางชิงตัดสินใจเปิดสถานศึกษาภายในเมืองเล็ก ๆ แห่งนี้ และใช้ชีวิตเรียบง่ายราวกับคู่สามีภรรยาทั่วไปร่วมกับตู๋กูชิงเฟิงนั้น

วังโจวที่อยู่ส่วนลึกของตอนกลางสวรรค์บูรพา

วังโจวแม้จะเป็นหนึ่งในสามพันแคว้น ทว่าสำหรับสรรพสิ่งทั้งหลายแล้ว ที่นี่เป็นแดนต้องห้ามของสิ่งมีชีวิตที่เข้าไปแล้วจะมิสามารถออกมาได้อีก

วังโจว ล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำ แทบทุกที่ล้วนเป็นบึงน้ำที่เต็มไปด้วยโคลนและลึกจนมองมิเห็นก้นบึ้ง อีกทั้งยังปกคลุมไปด้วยหมอกพิษอันรุนแรงอีกด้วย

แค่เข้าใกล้เขตวังโจวก็จะได้กลิ่นเหม็นเน่าจนฉุนขึ้นจมูก แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งส่วนลึกของวังโจวมักจะมีแสงอันเจิดจ้าพุ่งขึ้นฟ้าอยู่เสมอ

ดังนั้นแคว้นต่าง ๆ ที่อยู่ติดกับวังโจว เหล่าผู้แข็งแกร่งของสำนักเซียนโบราณต่าง ๆ ล้วนอดที่จะสงสัยมิได้

หรือว่าวังโจวจะมีสมบัติเซียนที่ไร้เทียมทานซ่อนอยู่ ?

ดังนั้นหากบรรพบุรุษของสำนักเซียนใหญ่ต่าง ๆ ใกล้จะถึงขีดจำกัดของตนเอง ต่างก็จะพากันเข้าไปยังส่วนลึกของวังโจว เพื่อหวังว่าจะได้พบโอกาสและวาสนาที่ยิ่งใหญ่

ทว่านับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่ก้าวเข้าไปยังแดนต้องห้ามอย่างวังโจว มิว่าพลังจะแข็งแกร่งเพียงใด หรือว่าตบะบารมีจะลึกล้ำขนาดไหน ล้วนมิมีผู้ใดที่สามารถกลับออกมาได้อีก

ทว่าเมื่อหนึ่งปีก่อน

มีคนเห็นสุนัขดำตัวใหญ่ที่มีรูปร่างใหญ่โต สวมกางเกงลายดอกตัวหนึ่ง ป้วนเปี้ยนอยู่รอบนอกวังโจวเป็นเวลาหลายสิบวัน จนสุดท้ายมันก็หายเข้าไปในกลุ่มหมอกพิษอันรุนแรงนั้น

และหลังจากนั้นมินานก็มีคนพบเห็นว่าสุนัขดำที่ไร้ยางอายตัวนี้ ยังได้ไปปรากฏกายตามสุสานของสำนักเซียนเก่าแก่ต่าง ๆ

การกระทำเหล่านี้สามารถบ่งบอกได้ว่าสุนัขดำตัวนี้ แท้จริงแล้วแข็งแกร่งเพียงใด !

ถูกต้อง !

สุนัขดำตัวใหญ่ตัวนี้ก็คือ ราชันทมิฬ

และในวันนี้เองราชันทมิฬก็ปรากฏกายขึ้นที่ด้านนอกของวังโจวอีกครั้ง โดยเอาขาหน้าทั้งสองข้างไพล่หลังเอาไว้ พร้อมกับสวมกางเกงลายดอกที่คุ้นตาตัวนั้นเช่นเคย

ขณะเดียวกัน เนื่องจากการปรากฏกายของราชันทมิฬ จึงทำให้เหล่าผู้แข็งแกร่งวิถีเซียนต่างจับตามอง และกลายเป็นหัวข้อสนทนาของพวกเขาอีกครั้ง

“มีเรื่องอันใดกัน ? ”

“เหตุใดสุนัขดำที่ไร้ยางอายตัวนี้ถึงได้ปรากฏกายขึ้นด้านนอกวังโจวอีก หรือเขาคิดที่จะเข้าไปในวังโจว อีกครั้งเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

“คงใช่ สุนัขดำตัวนี้ไร้ยางอายที่สุด ขอเพียงพบเจอสมบัติที่เข้าตาย่อมมิมีทางรอดจากเงื้อมมือเขาไปได้”

“พวกเจ้าคิดว่าส่วนลึกของวังโจวแท้จริงแล้ว มีสมบัติเซียนไร้เทียมทานอันใดซ่อนอยู่กันแน่ ? ”

“สมบัติเซียนงั้นหรือ ? สายตาเจ้าตื้นเขินเกินไปแล้ว ข้าว่าส่วนลึกของวังโจวจะต้องมีสมบัติล้ำค่าที่เหนือกว่าสมบัติเซียนซ่อนอยู่อย่างแน่นอน”

“จริงสิ ก่อนหน้านี้เจ้าสุนัขดำสามารถหนีออกมาจากวังโจวได้สำเร็จ บัดนี้ปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง หรือเขาจะมั่นใจว่าตนเองมีความสามารถมากพอ ? ”

“มีความเป็นไปได้”

“เพราะสุนัขตัวนี้น่าเหลือเชื่อเป็นอย่างมาก แม้พลังที่แท้จริงจะมิได้แข็งแกร่งมากนัก ทว่าความสามารถในการหลบหนีของมันนั้น เกรงว่าทั่วทั้งสวรรค์บูรพายากที่จะหาผู้ใดเทียบเคียงได้”

“เจ้าสุนัขตัวนั้นไปไหนมาไหนเพียงตัวเดียว และดูเหมือนว่าจะมิได้มาจากแดนปีศาจอีกด้วย เหตุใดสวรรค์บูรพาถึงได้มีสุนัขที่ต่ำช้าและไร้ยางอายเช่นนี้ปรากฏตัวขึ้นมาได้”

“……”

“……”

ระหว่างที่ผู้คนกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา จากที่ไกล ๆ นั้น

ราชันทมิฬที่ยืนอยู่กลางอากาศรอบนอกของวังโจวเหมือนสัมผัสได้ถึงอันใดบางอย่าง จึงหันไปกวาดตามองผู้คนชั่วขณะ ก่อนจะมองเข้าไปทางส่วนลึกของวังโจว

“พี่ต้นไม้ ข้ามาหาท่านอีกแล้ว”

“และครั้งนี้ข้ายังมีข่าวของนายท่านมาแจ้งท่านด้วย เจ้าคนผู้นั้นบอกว่าอยากเจอนายท่านมิใช่หรือ ข้าอยากจะรู้นักว่าหากได้เจอนายท่านแล้ว เขาจะตายเยี่ยงไร ! ”

ราชันทมิฬเอ่ยพึมพำขึ้น

วินาทีต่อมา

เขาก็นำภาพราชันทมิฬออกมาอย่างมิลังเล ก่อนจะแปลงกายเป็นเงาพุ่งเข้าไปในหมอกพิษอันรุนแรง

เนื่องจากส่วนลึกของวังโจวแห่งนี้ มีสิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวผู้หนึ่งจำศีลอยู่

คนผู้นี้เป็นผู้ที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดที่ราชันทมิฬเคยพบมา นับตั้งแต่ขึ้นมายังสวรรค์บูรพา

หนึ่งปีก่อน

ราชันทมิฬเดินทางผ่านวังโจว บังเอิญถูกแสงอันเจิดจ้าสายหนึ่งดึงดูดเอาไว้

ทำให้เขาบุกเข้าไปในวังโจวโดยมิรู้ตัว

ทว่าสิ่งที่เขาคาดมิถึง ก็คือ บนเกาะอันโดดเดี่ยวแห่งหนึ่งในส่วนลึกของวังโจว เขากลับได้พบกับเทพหลิวที่ถูกขังเอาไว้โดยบังเอิญ รวมถึงสิ่งมีชีวิตที่มีอิทธิฤทธิ์น่ากลัวยิ่งผู้นั้นด้วย

ทันทีที่สิ้นเสียง เสียงหัวเราะอันแสบแก้วหูและน่าสยอดสยองเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในอากาศ

ทันใดนั้น เพียงแค่เสียงหัวเราะนี้ดังขึ้นก็ทำให้ราชันทมิฬถึงกับตัวชาวาบ และตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างอดมิได้

จากนั้นไอสีดำอันรุนแรงและน่าขยะแขยงพลันพลุ่งพล่านขึ้น ก่อนจะปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะโดดเดี่ยวแห่งนี้ภายในพริบตา

หลังจากไอสีดำอันน่าสะพรึงกลัวพวยพุ่งขึ้น ความว่างเปล่าของที่นี่ก็เริ่มพังทลายลง

มินานร่างสีดำร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นด้านบนของไอดำ

“เด็กน้อย ถือว่าเจ้ามีความกล้ามิเบา”

“ครั้งก่อนโชคดีหนีไปได้ วันนี้ยังกล้ากลับมาที่นี่เพียงลำพัง อีกทั้งยังเอ่ยวาจาสามหาวในที่ของข้าเช่นนี้อีก ข้าควรจะเรียกเจ้าว่าเป็นคนกล้า หรือเพราะเจ้ามิรู้เลยมิกลัวกันแน่ ? ”

ร่างสีดำบิดเบี้ยวไปมา พร้อมเอ่ยขึ้นมาอย่างดูแคลน

ราชันทมิฬลอบกลืนน้ำลายลงคอ แม้จะรู้สึกหวาดหวั่นอยู่บ้าง แต่ก็ยังฝืนข่มจิตใจให้สงบก่อนจะแสยะยิ้มออกมา

“อย่ามัวแต่เอ่ยเรื่องไร้สาระจะดีกว่า”

ราชันทมิฬเอ่ยเย้ยหยันร่างสีดำประหลาด “ยังจำได้หรือไม่ว่าหนึ่งปีก่อนเจ้าเอ่ยอันใดกับข้าเอาไว้ ? ”

“ที่ข้ามาวันนี้ก็เพื่อมาบอกเจ้าเกี่ยวกับเบาะแสของนายท่าน หากเจ้าเป็นผู้ไร้พ่ายจริงเช่นนั้นก็จงไปเผชิญหน้ากับนายท่านซะ”

“มิเช่นนั้นต่อให้เจ้าจะเป็นผู้ไร้พ่ายจริง ข้าก็จะมิเห็นเจ้าอยู่ในสายตา”

“ฮี่ฮี่……”

“เด็กน้อย เจ้าจงกลับไปบอกนายท่านของเจ้า ว่าข้ายังต้องใช้เวลาอีกครึ่งปีเพื่อทะลวงข้อห้ามสุดท้ายเสียก่อน”

“ถึงตอนนั้นข้าจะไปจากที่นี่เพื่อไปประมือกับนายท่านของเจ้า และหากนายท่านของเจ้ามิแข็งแกร่งจริงแล้วล่ะก็ ถึงตอนนั้นข้าจะมิกำจัดเจ้าทิ้ง แต่จะจับเจ้ามาขังเอาไว้ชั่วนิจนิรันดร์ ให้เจ้าอยู่ก็มิได้จะตายก็มิได้”

“ตกลง แต่ข้าหวังว่าเจ้าจะถนอมเวลาที่เหลืออยู่ให้ดี วันใดที่เจ้าได้พบนายท่าน วันนั้นจะเป็นวันที่เจ้าต้องตาย”

“แต่ตอนนี้เจ้าปล่อยพี่ต้นไม้ไปได้แล้วกระมัง ? ”

“……”

“……”

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน