เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 605

ตอนที่ 605 เจ้าคือสือซานงั้นหรือ ?

‘นี่มัน ! ! ! ! ’

‘ไอพลังนี้ช่างประหลาดยิ่งนัก ! ’

‘ถึงกับสามารถต้านทานเจตจำนงของนายท่านได้’

‘หรือว่าจะเป็นผู้ที่เก่งกาจที่เทียบเคียงกับนายท่านได้จริง ๆ ? ’

‘เป็นไปมิได้ ! ’

‘เป็นไปมิได้เด็ดขาด ! ’

ระหว่างที่พวกเทพหลิวกำลังใจสั่นสะท้านอยู่นั้น

เย่ฉางชิงก็ขมวดคิ้วมุ่น และได้ผสานพลังวิญญาณของตนเข้าไปอีกครั้ง จากนั้นก็เพ่งสมาธิของตนเพื่อซ่อมกระดานหมากดูอีกครั้ง

เวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งเคอ

เปรี้ยง !

เมื่อเสียงก้องกังวานเสียงหนึ่งดังขึ้น

รอยแยกใจกลางกระดานหมากก็เกิดไอพลังพิสดารพุ่งขึ้นมาอีกครั้งจริง ๆ

เพียงพริบตา รอยแยกที่กำลังจะผสานกันอย่างสมบูรณ์ ก็แยกออกจากกันภายในพริบตา

เย่ฉางชิงมีสีหน้าเปลี่ยนไป พลางจ้องมองใจกลางของกระดานหมากอย่างครุ่นคิด

‘นี่มันเรื่องอันใดกันแน่ ? ’

‘บนกระดานหมากแผ่นนี้แฝงความลับอันใดเอาไว้กันแน่ ทุกครั้งที่ถึงช่วงเวลาสำคัญ เหตุใดถึงได้แผ่ไอพลังพิสดารออกมา’

‘จากนั้นกระดานหมากก็แยกออกจากกันทุกครั้งไป’

‘ประหลาดยิ่งนัก ! ’

หลังจากครุ่นคิดอยู่สักพัก เย่ฉางชิงจึงเอ่ยถามขึ้นว่า “ก่อนหน้านี้เจ้าไปประสบกับอันใดมากันแน่ หรือว่าข้าทำอันใดไว้ ? ”

ทันทีที่ได้ยินคำถามนั้น เสียงของผู้เฒ่าชุดดำก็ดังออกมาจากภายในไอหมอกสีเทาที่พลุ่งพล่านมิหยุด

“เรียนนายท่าน เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้นยังเกี่ยวพันถึงความทรงจำก่อนหน้านี้ของท่านอีกด้วย”

ผู้เฒ่าชุดดำเอ่ยออกมาอย่างลังเล “ดังนั้น ผู้น้อยมองว่ายังมิควรบอกท่านในตอนนี้ขอรับ”

ผู้เฒ่าชุดดำรู้ตัวดีว่า ร่างเดิมของเขาเป็นถึงกระดานหมากเฉียนคุนในตำนาน เป็นหนึ่งในสมบัติเซียนที่แข็งแกร่งที่สุด

และสุดยอดสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ อาวุธวิเศษทั่วไปไหนเลยจะสามารถทำร้ายเขาได้แม้เพียงปลายเล็บ

อีกอย่างต่อให้ได้รับความเสียหาย ก็สามารถซ่อมแซมตนเองได้ในระยะเวลาอันสั้น

แต่การที่เวลานี้ได้รับความเสียหายรุนแรงถึงเพียงนี้

แค่คิดก็รู้แล้วว่า ในตอนนั้นเขาต้องประสบกับอันใดมา !

และเดิมทีเขาหวังว่าเย่ฉางชิงจะสามารถซ่อมแซมให้กลับมาสมบูรณ์ได้

ตอนนี้ดูเหมือนว่า ก่อนที่นายท่านจะปลดตบะบารมีและความทรงจำอีกครั้ง การจะซ่อมร่างเดิมของเขานั้นคงหมดหวังเสียแล้ว

ในตอนนั้นเอง หลังจากเย่ฉางชิงไตร่ตรองอยู่สักพัก จึงเอ่ยขึ้นมาเรียบ ๆ ว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนั้นเจ้าก็มิต้องเอ่ยอันใดอีกแล้ว”

“เรื่องบางเรื่องข้ายังมิอยากรู้ตอนนี้ เมื่อถึงเวลาเชื่อว่าทุกสิ่งก็คงจะเปิดเผยออกมาเอง”

เอ่ยเพียงเท่านั้น เย่ฉางชิงก็มิได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก และเริ่มผสานพลังวิญญาณลงไปในกระดานหมากอีกครั้ง และใช้ความคิดของตนเองผสานรอยแยกบนกระดานหมากอย่างต่อเนื่อง

เปรี้ยง !

ผ่านไปมินาน รอยแตกร้าวบนกระดานก็แยกออกจากกันอีกครั้ง

ทว่าแม้จะเป็นเช่นนั้น เย่ฉางชิงก็ยังคงมิท้อแท้……

เขาทำเช่นนั้นซ้ำไปซ้ำมา จนมิรู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร

และเย่ฉางชิงเองก็จำมิได้แล้วว่าตนเองได้พยายามไปอีกครั้ง ล้มเหลวไปแล้วกี่ครั้ง

ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้ รอยแตกร้าวบนกระดานก็ได้แยกออกจากกันอีกครั้ง หลังจากเสียงก้องกังวานดังขึ้น แต่เย่ฉางชิงกลับพบว่า ช่องว่างของรอยแตกร้าวบนกระดานตอนนี้ได้ลดลงไปส่วนหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับเย่ฉางชิงแล้ว นี่ถือเป็นข่าวดีทีเดียว

ขณะเดียวกัน เสียงของผู้เฒ่าชุดดำก็ดังออกมาจากภายในไอหมอกทะมึนนั่นอีกครั้ง

“นายท่านได้แล้วขอรับ ร่างของผู้น้อยในตอนนี้เพียงพอที่จะต้านทานทัณฑ์สวรรค์ที่ปลายทางของเส้นทางโบราณได้แล้วขอรับ”

ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงก็ถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัยว่า “จริงหรือ ? ”

ทันใดนั้น ไอหมอกอันหนาแน่นก็เริ่มรวมตัวกันอย่างรวดเร็ว

ส่วนกระดานหมากที่ลอยอยู่กลางอากาศก็เริ่มค่อย ๆ เลือนรางลง

เวลาเพียงมิกี่อึดใจ

กระดานหมากนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย

ไอหมอกสีเทาที่หนาทึบก็อันตรธานหายไปด้วยเช่นกัน

อีกทั้งเวลานี้ผู้ที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเย่ฉางชิงก็มิใช่ชายชราอีกต่อไป แต่กลับเป็นบุรุษวัยกลางคนที่มีรูปร่างผอมผู้หนึ่งแทน

‘นี่มัน ? ’

ราชันทมิฬเกาท้ายทอยด้วยความขัดเขินเล็กน้อย พร้อมกับส่งเสียงหัวเราะแหะแหะออกมา “นายท่าน กางเกงตัวนี้สวมแล้วมันเย็นสบายดีขอรับ”

ส่วนหนิงซู่ซู่กุมมือเล็ก ๆ ของนันนันเดินเข้ามา พลางเอ่ยราวกับกลั้นขำมิไหวว่า “ก่อนหน้านี้ข้าสั่งตัดชุดคลุมมาให้ราชันทมิฬชุดหนึ่ง แต่ดูเหมือนราชันทมิฬจะมิค่อยชอบเท่าไรนัก”

เย่ฉางชิงเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะถามอย่างสงสัย “ราชันทมิฬ เป็นเช่นนั้นจริงหรือ ? ”

ราชันทมิฬพยักหน้ารับอย่างลังเล “นายท่าน เป็นเช่นนั้นจริงขอรับ เพียงแต่ชุดคลุมเช่นนั้นมีผลต่อความเร็วในการใช้อิทธิฤทธิ์ของข้านะขอรับ ? ”

“ความเร็วในการใช้อิทธิฤทธิ์ ? ”

เย่ฉางชิงเอ่ยด้วยท่าทางมิพอใจว่า “สวมซะ ตอนนี้ยังมิจำเป็นต้องให้เจ้าแสดงอิทธิฤทธิ์อันใด”

ราชันทมิฬเผยสีหน้าตนใจออกมา ก่อนจะหมุนกายเดินไปทางห้อง ๆ หนึ่งอย่างซึมกระทือ

“นายท่าน พวกเราจะขึ้นไปยังเส้นทางโบราณกันหรือเจ้าคะ ? ”

เทพหลิวชำเลืองมองบุรุษวัยกลางคนที่อยู่ด้านหลังเย่ฉางชิงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามออกมาเสียงเบา

เย่ฉางชิงถอนหายใจออกมาเบา ๆ “หากมิมีสิ่งใดผิดพลาด เวลาบนแดนเซียนโบราณและสวรรค์บูรพาคงมิเท่ากันอย่างแน่นอน แต่ถึงเยี่ยงนั้นข้าก็ยังเป็นกังวลว่านางจะเจอกับอันตรายอันใดเข้า ดังนั้นต้องรีบไปเส้นทางโบราณให้เร็วที่สุดจะดีกว่า”

ได้ยินดังนั้น เทพหลิวก็มิได้แสดงสีหน้าใด ๆ ออกมา เพียงแค่พยักหน้ารับน้อย ๆ เท่านั้น

วินาทีต่อมา ขณะที่เย่ฉางชิงเตรียมจะกลับเข้าห้องไปอาบน้ำ และเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่

ประตูเรือนก็มีเสียงเคาะดังขึ้น

“ข้าจะไปเปิดประตูเอง”

หนิงซู่ซู่เอ่ยขึ้นเบา ๆ ก่อนจะหมุนกายเดินตรงไปทางหน้าเรือน

เวลาผ่านไปมิถึงหนึ่งเคอ

ร่างอรชรที่อยู่ในชุดสีขาวร่างหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตา จากนั้นรีบวิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาภายในเรือน

ทว่าเมื่อนางเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยนั้น กลับยืนนิ่งอยู่กับที่

นี่เป็นสตรีที่งดงามราวกับเทพธิดานางหนึ่งเลยทีเดียว

คิ้วโก่งดั่งคันศร จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากบางสีแดงสด และมีผิวขาวราวกับหิมะก็มิปาน

เส้นผมสีดำสนิทราวกับเกลียวคลื่นละที่ต้นแขนทั้งสองข้าง สวมชุดสีขาวบริสุทธิ์ ยิ่งขับให้นางดูโดดเด่นยิ่งกว่าสตรีนางใด

หน้าอกอวบอิ่ม สะโพกผึ่งผาย ช่างดูมีเสน่ห์เย้ายวนยิ่งนัก……

สรุปก็คือสตรีนางนี้มิว่าจะเป็นรูปลักษณ์ หรือว่าลักษณะท่าทางที่แผ่ออกมาจากภายใน ล้วนสุดจะพรรณนา

ทว่าเมื่อเย่ฉางชิงเห็นสตรีชุดขาวนางนี้ กลับรู้สึกราวกับว่าเคยรู้จักนางที่ไหนมาก่อน

“เจ้า……เจ้าคือสือซานงั้นหรือ ? ” เย่ฉางชิงพิจารณาสักพัก จึงได้เอ่ยถามออกมา

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน