ตอนที่ 619 นี่มันวิชาอะไรกัน ?
“ฮ่าฮ่า…”
“ดูเหมือนว่าผู้ที่มาใหม่ครานี้จะมิธรรมดาเลย สามารถสัมผัสถึงการมีอยู่ของตาเฒ่าอย่างพวกเราได้อีกด้วย”
“แต่จะพูดให้ถูกก็คือเป็นเพราะตาเฒ่าแซ่เอี้ยนผู้นั้นตดออกมา ถึงได้ปล่อยไอพลังออกไปด้วย”
“แต่ต้องยอมรับว่าผู้ที่มาใหม่ครานี้ เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้แล้วถือว่าระแวดระวังตัวค่อนข้างมากทีเดียว และยังจับไอพลังของน้องเอี้ยนได้เช่นนี้ ก็พอจะอธิบายได้แล้วว่าคุณสมบัติของพวกเขานั้นมิธรรมดาเลยจริง ๆ”
“อีกอย่างตาเฒ่าซ่งนั่นก็อีกคน”
“ก่อนหน้านี้ข้าบอกแล้วว่าหากมีคนใหม่มา พวกเราก็ควรลงมือจัดการไปเลย ตอนนี้เป็นเยี่ยงไรเล่าพูดพล่ามใหญ่โต สุดท้ายก็มิมีผู้ใดหลงกลอยู่ดี”
“พวกเจ้าสังเกตเห็นเจ้าหนุ่มผู้นั้นหรือไม่ ? ”
“สะกดไอพลังเอาไว้จนหมด แม้แต่ข้าก็มิสามารถสัมผัสได้แม้แต่น้อย อีกทั้งลักษณะท่าทางที่แผ่ออกมาจากภายในของเขายังดูโดดเด่นมากอีกด้วย คนผู้นี้ต้องมิธรรมดาอย่างแน่นอน”
“เจ้านี่พูดจาไร้สาระจริง ๆ สามารถมาถึงที่นี่ได้ ใครบ้างจะมิเก่งกาจ ? ”
“ส่วนท่าทางนั้นหากเจ้ากลายร่างเป็นบุรุษหนุ่ม ก็ย่อมจะต้องมีท่าทางเช่นนั้นอยู่แล้ว”
“ทุกท่าน ข้าชอบสตรีมาแต่ไหนแต่ไร เด็กน้อยสองคนนี้งดงามราวกับดอกไม้ เช่นนั้นยกให้ข้าเถอะนะ”
“ตาเฒ่า คราก่อนเจ้าบอกว่าส่วนนั้นของเจ้าใช้การมิได้แล้วมิใช่หรือ ? ”
“ถุย ๆ ๆ อะไรคือใช้การมิได้แล้ว หากเจ้าได้เจอกับสตรีเฒ่านางนั้น คาดว่าคงถูกสูบจนแห้งไปนานแล้ว”
“……”
“……”
เวลานี้เหล่าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่ล้อมพวกเย่ฉางชิงเอาไว้ แต่ละคนล้วนมีรูปร่างหน้าตาชั่วร้ายเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะดวงตาอันเย็นเยียบเหล่านั้น ราวกับสามารถมองทะลุจิตวิญญาณคนได้ก็มิปาน
เพียงสบตาแค่แวบเดียว ก็รู้สึกราวกับจมลงสู่ถ้ำน้ำแข็งก็มิปาน
อีกทั้งพวกเขาแต่ละคนต่างก็มีไอพลังที่ชั่วร้าย มีแรงกดดันของพลังบางอย่างถาโถมเข้าใส่ทุกคนอย่างมิหยุดหย่อน
“เด็กน้อย มิใช่ว่าพวกเจ้านั้นโชคร้าย แต่ต้องบอกว่าพวกเจ้ามิฉลาดเสียมากกว่า”
ซ่งเกาเก๋อดวงตาเย็นเยียบ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยจ้องมองเย่ฉางชิง พลางเอ่ยอย่างเย้ยหยันว่า “เดิมทีข้าคิดที่จะเหลือทางรอดกับพวกเจ้า แต่คิดมิถึงว่าเจ้าจะกล้าปฏิเสธข้าเช่นนี้”
“ข้าจะบอกอะไรพวกเจ้าอีกสักอย่าง กลุ่มคนที่มาถึงที่นี่ก่อนหน้านี้มินาน ตอนนี้ยังคงขุดดินอยู่ในเหมืองที่ไร้แสงเดือนแสงตะวัน และจุดจบของพวกเจ้าจากนี้ก็มิต่างกัน”
“ทางที่ดีพวกเจ้าควรจะนำของวิเศษบนตัวออกมาให้หมดจะดีกว่า มิเช่นนั้นพวกข้าจะทำลายรากฐานเต๋าของพวกเจ้าเสีย แล้วค่อยโยนพวกเจ้าลงไปในเหมือง”
หลังจากสิ้นเสียง และเย่ฉางชิงยังมิทันได้เอ่ยสิ่งใด
มุมปากของราชันทมิฬก็ยกขึ้นจนแทบจะฉีกถึงรูหู เผยให้เห็นเขี้ยวอันแหลมคมและท่าทางที่คึกคัก
“ตาเฒ่า พวกเจ้าต้องการปล้นพวกเราเยี่ยงนั้นหรือ ? ”
ราชันทมิฬกวาดตามองคนพวกนั้นอย่างมิแยแส ก่อนจะเอ่ยเย้ยหยันว่า “แต่ข้าขอเตือนพวกเจ้าเอาไว้ก่อนนะว่า หากจะหนีตอนนี้ยังทัน มิเช่นนั้นอีกประเดี๋ยวแม้แต่เสียงร้องไห้ก็จะมิมีทางเล็ดลอดออกมาได้อีก”
ต้องยอมรับว่าเมื่อดูจากไอพลังของตาเฒ่าพวกนี้แล้ว
ราชันทมิฬล้วนมิมีโอกาสที่จะเอาชนะได้เลย
เพียงแต่สถานการณ์ในตอนนี้มิเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว เขามิจำเป็นต้องนำภาพราชันทมิฬออกมาเพื่อใช้หลบหนีอีก
ของเพียงนายท่านออกหน้า แม้ต้องเผชิญหน้ากับผู้แข็งแกร่งที่สุดของแดนเซียนโบราณ เขาก็มิรู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย
ตรงกันข้ามขอเพียงตาเฒ่าเหล่านี้กล้าลงมือ วันนี้เขาก็อาจจะได้โชคก้อนใหญ่มีของวิเศษติดไม้ติดมือไปด้วยอย่างแน่นอน
เอ่ยถึงตรงนี้ ราชันทมิฬก็ถอนสายตากลับมา แล้วหันไปเอ่ยกับเย่ฉางชิงด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า “นายท่าน ท่านว่าข้าพูดถูกหรือไม่ขอรับ ? ”
เย่ฉางชิง “……”
‘ช่างไร้ยางอายจริง ๆ นี่เป็นการไปยั่วโมโหคนอื่น จากนั้นก็ให้ข้าเป็นคนจัดการแทนชัด ๆ ’
‘ราชันทมิฬ ? ’
‘นี่ยังใช่สุนัขตัวน้อยที่ใสซื่อซึ่งข้าเก็บมาเลี้ยงตอนนั้นอยู่งั้นหรือ ? ’
‘หรือว่าชื่อ ราชันทมิฬ มีบางอย่างมิถูกต้อง จึงทำให้นิสัยของราชันทมิฬเปลี่ยนไป ? ’
‘แต่ต้องยอมรับว่านี่ถือเป็นโอกาสในการแสดงตัวเป็นผู้สูงส่งที่มิเลวเช่นกัน’
‘ยิ่งไปกว่านั้นในเมื่อราชันทมิฬสร้างโอกาสเช่นนี้ขึ้นมาแล้ว ข้าก็คงทำได้เพียงแสดงตัวเป็นผู้สูงส่งตามน้ำเสียแล้ว’
“ราชันทมิฬ เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว”
เย่ฉางชิงหันไปถลึงตาใส่ราชันทมิฬ จากนั้นก็กวาดตามองซ่งเกาเก๋อตรงหน้า รวมทั้งเหล่าตาเฒ่าเจ้าเล่ห์ที่มีหน้าตาน่ากลัว และสวมชุดประหลาด ๆ ที่ยืนอยู่รอบ ๆ
“ทุกท่าน มิว่าพวกท่านจะยื่นเงื่อนไขเช่นไรมา ข้าล้วนตกลงทั้งสิ้น”
มุมปากของเย่ฉางชิงโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม ก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยต่อว่า “เพียงแต่ระหว่างทางมาที่นี่ ข้าบังเอิญได้รู้แจ้งเคล็ดกระบี่มากระบวนท่าหนึ่ง”



VERIFYCAPTCHA_LABEL
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน