เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 621

ตอนที่ 621 เรื่องนี้ข้าถนัดนัก

สิ้นเสียง รถม้าหรูหราที่มีสัตว์ปีศาจขนาดใหญ่แผ่ไอชั่วร้ายอันรุนแรง และอบอวลไปด้วยแสงเจิดจ้าหลายตัวก็ควบลงมาจากท้องฟ้า

มิใช่ !

เอ่ยให้ถูกก็คือ จะต้องเป็นผู้แข็งแกร่งระดับจ้าวปีศาจที่กลายร่างเป็นร่างเดิมหลายตน ลากรถม้าที่หรูหราคันนั้นและกำลังตะบึงมาทางนี้

แค่เห็นก็รู้แล้วว่ารถม้าคันนี้พิเศษมากเพียงใด !

อีกทั้งเสียงนั้นก็มาจากภายในรถม้าคันนี้อีกด้วย

มินาน รถม้าก็หยุดลงที่ด้านบนของพวกเย่ฉางชิง

จากนั้นก็มีสตรีท่าทางเย็นชานางหนึ่งเดินออกมาจากภายในรถม้า

เครื่องหน้างดงามหยดย้อย ผมยาวสลวย ช่วงขาเรียวยาว เอวคอดกิ่วรับสะโพกผาย

มิว่าจะเป็นลักษณะท่าทาง หรือว่าใบหน้าและรูปร่าง ล้วนแต่เป็นสตรีที่งดงามมิแพ้ผู้ใด

มิเพียงเท่านั้น รอบกายของนางยังส่องประกายระยิบระยับ ทั้งยังมีพลังอันแข็งแกร่งแผ่ออกมาอีกด้วย

“นายน้อยถามพวกเจ้า พวกเจ้ายังกล้าชักช้าอีกเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

สตรีท่าทางเย็นชากวาดตามองพวกเย่ฉางชิง ก่อนที่สายตาของนางจะชะงักอยู่ที่เย่ฉางชิงน้อยเล็ก จากนั้นก็ได้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงพลังว่า

‘นายน้อย ? ’

‘เห็นได้ชัดว่าสตรีท่าทางเย็นชาผู้นี้มิใช่นาย แต่เป็นเพียงสาวใช้ผู้หนึ่งเท่านั้น’

‘ทว่าสาวใช้เล็ก ๆ ผู้หนึ่ง กล้าเอ่ยวาจาโอหังเช่นนี้ต่อหน้านายท่าน ช่างกล้าหาญชาญชัยยิ่งนัก’

ได้ยินดังนั้น พวกจ้าวปีศาจเสวียนอู๋ก็มีท่าทางเกรี้ยวกราดขึ้นมาทันที สายตาแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน

ขณะเดียวกัน เมื่อได้ยินเช่นนั้นแม้ว่าใบหน้าของเย่ฉางชิงจะยังคงเรียบนิ่ง แต่ภายในใจกลับรู้สึกมิพอใจเท่าไรนัก

เป็นแค่เพียงสาวใช้ แต่กล้าวางอำนาจถึงเพียงนี้

เห็นได้ชัดว่าเจ้านายตัวจริงที่นั่งอยู่ในรถม้าจะต้องเป็นผู้ที่ชอบวางอำนาจด้วยอย่างแน่นอน

“สาวใช้ตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเอาความกล้ามาจากที่ใด ถึงกล้าสามหาวต่อหน้านายท่านถึงเพียงนี้”

จ้าวปีศาจเสวียนอู๋มุมปากกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะตะคอกใส่สตรีท่าทางเย็นชาผู้นั้น

“รีบให้เจ้านายของเจ้าออกมาคำนับขอโทษซะ มิเช่นนั้น……”

เอ่ยถึงตรงนี้ จ้าวปีศาจเสวียนอู๋ก็ชะงักไป พร้อมกับชำเลืองมองบุรุษชุดดำที่อยู่ข้างกาย ก่อนจะเอ่ยต่อเสียงเย็นว่า “มิเช่นนั้น……มิเช่นนั้นข้าจะให้พี่ดำสังหารพวกเจ้าซะ ! ”

ต้องยอมรับว่าแม้อีกฝ่ายจะเป็นเพียงสาวใช้ แต่ไอพลังที่แผ่ออกมาจากกายก็พอจะอธิบายความเก่งกาจของนางได้แล้ว

จ้าวปีศาจเสวียนอู๋จึงคิดว่าตนนั้นยังมิใช่คู่ต่อสู้ของสาวใช้ผู้นี้ ดังนั้นจึงจำต้องโยนไปให้กับบุรุษชุดดำ

แต่หลังจากที่คนข้างกายได้ยินประโยคนี้แล้ว กลับชำเลืองมองราชันทมิฬที่ยังนอนมิได้สติแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปมองจ้าวปีศาจเสวียนอู๋ด้วยแววตาสงสัย

‘คำกล่าวเหล่านี้แม้ฟังดูแล้วมิได้ผิดปกติอันใด แต่นี่น่าจะเป็นคำกล่าวของราชันทมิฬเสียมากกว่า’

‘มิเข้ากับจ้าวปีศาจเสวียนอู๋ที่ปกติมีนิสัยมั่นคงราวกับพยัคฆ์เลยสักนิด ! ’

‘หรือเป็นเพราะจ้าวปีศาจเสวียนอู๋ช่วงนี้สนิทสนมกับราชันทมิฬมากเกินไป ก็เลยติดนิสัยเช่นนี้มา ? ’

‘อืม ! ’

‘คงจะติดนิสัยไปแล้ว ! ’

‘ดูเหมือนว่าวันหน้าคงจะต้องรักษาระยะห่างจากราชันทมิฬสักหน่อยแล้ว’

‘มิแน่วันหนึ่งอาจจะติดนิสัยเช่นนี้มาด้วยก็เป็นได้’

เวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ

ภายในรถม้าก็มีเสียงหัวเราะอันเย็นยะเยือกดังออกมา

“ฮ่าฮ่า……”

“ให้ข้าก้มหัวขอโทษเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

“นับตั้งแต่ข้าเกิดมา นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเอ่ยวาจาสามหาวถึงเพียงนี้”

ทันทีที่สิ้นเสียง ม่านไข่มุกบนรถม้าก็ถูกยกขึ้น

บุรุษหนุ่มสวมชุดผ้าแพร ใบหน้าเย็นชา ในมือถือพัดผู้หนึ่งก็ค่อย ๆ เดินออกมาจากภายในรถม้า

พลางปรายตามองเย่เหลียงเฉินผู้เป็นบุตรของอ๋องฉีอันใดนั่นอีกครั้ง ราวกับดูตัวตลกก็มิปาน

‘ให้นายท่านยอมจำนน ? ’

‘บุตรคนรวยเช่นเจ้า ช่างมิรู้เรื่องรู้ราวอันใดจริง ๆ หรือไร้สมองกันแน่ ? ’

‘น่าขัน ! ’

‘ช่างน่าขันยิ่งนัก ! ’

เย่ฉางชิงส่ายหน้ายิ้ม ๆ พลางหันไปมองหนิงซู่ซู่และถูสือซานเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยว่า “หากข้ามิตกลงเล่า ? ”

เย่เหลียงเฉินมีสีหน้าเย็นชาลงทันที ประกายดุดันพาดผ่านดวงตา พลางเอ่ยออกมาอย่างช้า ๆ ว่า “หากมิตกลง เช่นนั้นก็ต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเจ้าเอ่ยวาจาสามหาวก่อนหน้านี้มาซะ”

เย่ฉางชิงเพียงแค่ยิ้มออกมา แต่มิเอ่ยสิ่งใดอีก

ตอนนั้นเอง ก็มีร่างหลายร่างได้ปรากฏกายขึ้น และล้อมพวกเย่ฉางชิงเอาไว้ภายในพริบตา ราวกับภูตผีก็มิปาน

ขณะเดียวกัน รอบกายพวกเขาก็ส่องประกายระยิบระยับ มีสัญลักษณ์บางอย่างปรากฏขึ้น เพียงแค่เพ่งสมาธิก็สามารถผนึกความว่างเปล่าบริเวณนั้นเอาไว้ได้ทันที

เย่ฉางชิงกวาดตามองร่างที่ดูเลือนรางหลายร่างที่ยืนอยู่ตามจุดต่าง ๆ พลางเงยหน้าขึ้นถามเย่เหลียงเฉินว่า “เจ้าคิดที่จะลงมือจริงน่ะหรือ ? ”

“เจ้ามิต้องตื่นตระหนกไป พวกเขามิทำอันใดเจ้าหรอก”

เย่เหลียงเฉินเอ่ยอย่างดูแคลนว่า “ครั้งนี้ข้าออกตรวจเหมืองมาหลายแห่ง แต่กลับมิได้ลงมือทำอันใดด้วยตัวข้าเองเลย การได้พบคนหน้าใหม่เช่นเจ้า ข้าจึงรู้สึกคันไม้คันมือและอยากจัดการพวกเจ้าด้วยตัวของข้าเอง”

เอ่ยจบ พลังปราณรอบกายเย่เหลียงเฉินก็ปะทุขึ้น เกิดแสงไหลเวียน แผ่พลังอันแข็งแกร่งออกมา

ทว่าด้านหน้าของเขากลับปรากฏกระดานหมากแผ่นหนึ่งขึ้นมา

เมื่อเห็นภาพนี้เย่ฉางชิงก็ชะงักไปทันทีอย่างอดมิได้ ก่อนจะเผยสีหน้าสงสัยออกมา

‘หมายความว่าเยี่ยงไรกัน ! ’

‘หรือว่าต้องการจะประลองหมากกับข้าเยี่ยงนั้นหรือ ? ’

‘เดินหมาก ! ’

‘เรื่องนี้ข้าถนัดนัก ! ’

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน