เข้าสู่ระบบผ่าน

เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน นิยาย บท 628

ตอนที่ 628 เป็นท่านเย่จริงหรือ ?

มิเพียงเท่านั้น

เมื่อเย่ฉางชิงได้เห็นประโยคนี้

แม้ว่าลายเส้นจะยังมิมั่นคง แต่ต้องยอมรับว่าคำ ๆ นี้เหมือนลายมือของเขามิมีผิด

ยังมิต้องเอ่ยถึงว่าก่อนอยู่เมืองเสี่ยวฉือ เขาประสบกับอันใดมา

แต่ตอนที่เขาเพิ่งจะปรากฏตัวที่เมืองเสี่ยวฉือนั้น ความแตกฉานในอักษรพู่กันของเขาตอนนั้นแตกต่างกับตอนนี้ราวฟ้ากับดิน

หลังจากนิ่งเงียบอยู่สักพัก เย่ฉางชิงก็เพ่งสมาธิใช้กระแสจิตสำรวจภาพอักษรพู่กันที่เก็บเอาไว้ภายในแหวนเก็บสมบัติมานาน

และในที่สุดก็เจอภาพอักษรพู่กัน ที่เขาเขียนครั้งแรกตอนอยู่ที่เมืองเสี่ยวฉือ

ก่อนจะเหลือบมองคำว่า กระบี่จงมา ที่อยู่บนป้ายกระบี่

ลายเส้นของทั้งสองดูมิมั่นคง อีกทั้งการจัดวางและรายละเอียดในการเขียนก็ยังเหมือนกันอีกด้วย

‘แต่ข้าไปสลักคำที่ดูน่าเกรงขามบนป้ายหินนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน ? ’

‘เหตุใดป้ายหินนี้จึงมาปรากฏอยู่ที่นี่ได้ ? ’

‘อีกทั้งดูเหมือนว่าทุกคนจะได้รับเกียรติเมื่อสามารถรู้แจ้งในป้ายหินนี้อีกด้วย’

‘นี่ก็หมายความว่าความแตกฉานในวิถีกระบี่ของข้า เคยอยู่ในระดับที่มิสามารถจินตนาการได้มาก่อนงั้นหรือ’

‘ถึงทำให้ตัวอักษรที่สลักส่ง ๆ แฝงจิตแท้ของวิถีกระบี่เอาไว้เช่นนี้’

‘บัดนี้เป็นเพราะความทรงจำในอดีตถูกผนึกเอาไว้ จึงทำให้ข้าต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่เพื่อรู้แจ้งในวิถีกระบี่อีกครั้ง’

‘หากความทรงจำทั้งหมดถูกปลดออก เช่นนั้นข้าก็สามารถอาศัยความทรงจำที่ถูกผนึกเอาไว้ ทำให้ความแตกฉานในวิถีกระบี่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วได้น่ะสิ’

‘และตามที่บุคคลลึกลับบนทะเลดำกล่าวเอาไว้’

‘ข้ามีชีวิตมาเก้าภพ หากความทรงจำถูกปลดผนึกออกแล้ว’

‘อาศัยความทรงจำทั้งเก้าภพ มีความเป็นไปได้มากที่ข้าจะอยู่เหนือโลกทั้งปวง กลายเป็นผู้ที่ควบคุมทุกสิ่ง’

‘หากเป็นเช่นนั้นจริง จะโดดเดี่ยวเปลี่ยวเหงาเพียงใดกัน……’

ระหว่างที่เย่ฉางชิงกำลังครุ่นคิดด้วยความว้าวุ่นใจ และทอดถอนใจอยู่นั้น

จู่ ๆ หนิงซู่ซู่ก็ชี้ไปยังร่างที่นั่งสมาธิอยู่ด้านบนของป้ายกระบี่ พลางเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ “ฉางชิง คนผู้นั้นใช่บรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่หรือไม่ ? ”

ได้ยินดังนั้น เย่ฉางชิงก็ได้สติขึ้นมา และหันไปมองอย่างละเอียดอีกครั้ง

ก็พบว่านิมิตต่าง ๆ ที่ปกคลุมร่างอันเลือนรางร่างนั้นได้จางหายไปแล้ว และในที่สุดใบหน้าที่แท้จริงของคนผู้นั้นก็ได้เผยออก

ลักษณะเหมือนบุรุษวัยกลางคน

ขมับทั้งสองข้างมีผมขาวแซมอยู่เล็กน้อย คิ้วพาดเฉียง ดวงตาคมกล้า ดูสุขุมและหล่อเหลามิน้อย

แต่เมื่อได้ยินหนิงซู่ซู่เอ่ยออกมาเช่นนี้

เย่ฉางชิงก็เพิ่งจะสังเกตเห็นว่า คนผู้นี้มีความคล้ายคลึงกับกู่เจิงเฟิงผู้เป็นบรรพบุรุษของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ผู้นั้นมากจริง ๆ

“อาจจะใช่ก็ได้”

เย่ฉางชิงถอนสายตากลับมา พร้อมส่งยิ้มให้แก่หนิงซู่ซู่

หนิงซู่ซู่เหมือนฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ รอยยิ้มบนใบหน้าจึงหุบลงทันที

เย่ฉางชิงเป็นผู้ที่สูงส่งเพียงใด นางย่อมรู้ดี

ในเมื่ออีกฝ่ายมิได้สังเกตเห็นเย่ฉางชิง ก็มิใช่เรื่องที่จะให้เย่ฉางชิงเป็นฝ่ายเข้าไปทักทายกระมัง ?

อีกอย่างหากอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่คนที่หน้าคล้าย หาใช่บรรพบุรุษท่านนั้นของราชวงศ์เซียนหมื่นกระบี่ มิเท่ากับเป็นการหาเรื่องใส่ตัวหรอกหรือ ?

คิดได้ดังนั้น

“ฉางชิง ข้าเลอะเลือนเกินไปหน่อย”

หนิงซู่ซู่เอ่ยขอโทษเย่ฉางชิงเสียงเบาด้วยท่าทีที่สลดลง

เย่ฉางชิงโบกมืออย่างมิใส่ใจ พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “ข้ามิได้จะตำหนิเจ้า”

“ช้าเร็ว ข้าก็ต้องประลองฝีมือกับอ๋องเจี้ยนผู้นั้นอยู่แล้ว เชื่อว่าหากเป็นกู่เจิงเฟิงจริง เพียงเขาเห็นข้าแวบแรกจะต้องรีบเข้ามาคารวะอย่างแน่นอน”

“ดังนั้นคนผู้นี้จะใช่กู่เจิงเฟิงหรือไม่ก็มิสำคัญ”

สิ้นเสียงชายชราผู้หนึ่งก็หายตัวไป ก่อนจะปรากฏกายขึ้นอีกครั้งข้างกายของเย่ฉางชิงราวกับภูตผีก็มิปาน

ทว่าวินาทีที่ชายชราผู้นั้นปรากฏกายขึ้น

เขาก็พบว่าพลังวิญญาณภายในกายก็ถูกสะกดเอาไว้ภายในพริบตา พร้อมกับมีมือข้างหนึ่งกุมที่คอของเขาเอาไว้ราวกับกรงเล็บเหล็กก็มิปาน

เปรี้ยง !

จากนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังกึกก้องขึ้นมา

วินาทีต่อมา

ชายชราผู้นั้นก็กระเด็นออกไปไกลหลายจั้ง ราวกับว่าวที่สายป่านขาดก็มิปาน

พร้อมกับมีเสียงดัง ตึ้ง !

ร่างที่คอขาด จิตวิญญาณแตกดับร่างหนึ่งก็กระแทกลงกับพื้นอย่างแรง

มิเพียงเท่านั้น

เพียงชั่วประกายไฟแลบ

ก็มีร่างที่ไร้วิญญาณมากมายกระเด็นออกไป ก่อนจะกระแทกลงบนพื้น

ทันใดนั้น ไอพลังอันรุนแรงก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคนได้เป็นอย่างดี

บุรุษหนุ่มที่ยืนอยู่กลางอากาศขมวดคิ้วเล็กน้อย ดวงตาของเขาหรี่ลง พร้อมกับปล่อยพลานุภาพที่หนักแน่นราวกับภูผาออกมาทันที

“พวกเจ้าเป็นใครกัน ถึงกล้ามาใช้กำลังที่นี่ มิรู้กฎของเมืองโลกวิญญาณเยี่ยงนั้นหรือ ? ”

บุรุษหนุ่มเอ่ยด้วยความน่าเกรงขาม เสียงดังกึกก้องไปทั่วบริเวณราวกับเสียงของอสนีบาตก็มิปาน

ทันทีที่สิ้นเสียง ร่างหลายร่างก็ปรากฏกายขึ้นตรงกลาง ระหว่างพวกเย่ฉางชิงและเย่เหลียงสือ

และในตอนนั้นเอง กู่เจิงเฟิงกลับหรี่ตาลง สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังร่างที่ยืนหันหลังให้กับเขาร่างหนึ่ง

“ท่าน……เย่ เป็นท่านเย่จริง ๆ หรือขอรับ ?

กู่เจิงเฟิงมีท่าทางยินดียิ่ง ดวงตาทั้งสองข้างเป็นประกาย พลางเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือ

ประวัติการอ่าน

No history.

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน