ตอนที่ 631 คำประกาศิต
วินาทีต่อมา
มุมปากของลวี่ฮวยเจี้ยนโค้งขึ้น พลางสบตากับเย่ฉางชิงเล็กน้อย
ก่อนจะแปลงกายเป็นลำแสงสายหนึ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า
“มาสู้กัน ! ”
เมื่อลวี่ฮวยเจี้ยนปรากฏกายบนท้องฟ้าที่สูงขึ้นไปหลายพันจั้ง
ก็มีเสียง ๆ หนึ่งก้องกังวานไปทั่วในเมืองโลกวิญญาณ ราวกับเสียงสายฟ้าฟาดก็มิปาน
หลังจากเงียบไปชั่วขณะ
ทุกคนในที่นั้นต่างก็ถอนสายตากลับมา ก่อนจะหันไปมองเย่ฉางชิงด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง
ลวี่ฮวยเจี้ยนเป็นศิษย์เอกของอ๋องเจี้ยน มีความแตกฉานในวิถีกระบี่เพียงใด ทุกคนที่นี่ต่างเคยได้ยินได้ฟังมามิน้อย
กล่าวอีกนัยหนึ่ง นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่แม้จะมีมากมายจนนับมิถ้วน แต่ผู้ที่สามารถเทียบเคียงกับลวี่ฮวยเจี้ยนได้กลับมีเพียงมิกี่คนเท่านั้น
อีกทั้งภายในเมืองโลกวิญญาณยังมีข่าวลือด้วยว่า
ในตอนนั้นที่อ๋องเจี้ยนเรียกพบลวี่ฮวยเจี้ยน ยังเคยเอ่ยชมเขาด้วยว่า
หากเกิดรุ่นเดียวกันกับลวี่ฮวยเจี้ยน แม้แต่เขาก็คงมิอาจเอาชนะลวี่ฮวยเจี้ยนก็เป็นได้
แค่คิดก็รู้แล้วว่าลวี่ฮวยเจี้ยนนั้นมีพรสวรรค์ในวิถีกระบี่มากเพียงใด
และด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงอยากรู้ว่า บุรุษหนุ่มที่โอ้อวดว่าต้องการประลองกระบี่กับอ๋องเจี้ยนผู้นี้ จะมีความแตกฉานในวิถีกระบี่มากเพียงใด ?
“ฉางชิง คนผู้นี้มีความแตกฉานในวิถีกระบี่ที่มิธรรมดา เจ้าต้องระวังตัวให้ดีล่ะ”
แม้มั่นใจว่าเย่ฉางชิงจะสามารถเอาชนะได้อย่างแน่นอน แต่หนิงซู่ซู่ก็ยังอดมิได้ที่จะเอ่ยกำชับอีกครั้ง
เยี่ยงไรซะมิว่าจะเป็นตบะบารมี หรือว่าความแตกฉานในวิถีกระบี่ของลวี่ฮวยเจี้ยน ล้วนเกินกว่าที่นางจะสามารถจินตนาการได้ทั้งสิ้น
เย่ฉางชิงหัวเราะอย่างมิใส่ใจ “มิต้องกังวลไปหรอก”
สิ้นเสียงเย่ฉางชิงก็เพ่งสมาธิ ใช้อิทธิฤทธิ์หายตัวตามใจนึก
ก่อนจะแวบหายตัวไป จากนั้นก็ได้ปรากฏกายขึ้นอีกครั้งบนท้องฟ้า พร้อมเผชิญหน้ากับลวี่ฮวยเจี้ยนที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว โดยที่อีกฝ่ายมิสามารถสัมผัสได้ถึงไอพลังใด ๆ ทั้งสิ้น
ตอนนี้สายตามากมายต่างจับจ้องไปที่คนทั้งสอง หากมิทำตัวสูงส่งตอนนี้ แล้วจะได้ทำตอนไหนกัน
แล้วก็จริงดังที่เขาคิดเอาไว้ หลังจากที่เย่ฉางชิงใช้อิทธิฤทธิ์หายตัวตามที่ใจนึก
ทันใดนั้น มิว่าจะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ด้านล่าง หรือว่าลวี่ฮวยเจี้ยนที่กำลังยืนเผชิญหน้ากับเขา ต่างนิ่งงันไปทันที
เพียงพริบตาก็สามารถปรากฏกายขึ้นบนท้องฟ้าสูงขึ้นไปหลายพันจั้ง โดยมิสามารถสัมผัสได้ถึงไอพลังใด ๆ
และตั้งแต่ต้นก็ยังมิมีไอพลังใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากกายของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
จุ๊จุ๊ !
บุรุษที่ดูสุภาพอ่อนโยนผู้นี้
หาใช่บุรุษหนุ่มที่ไหนกัน นี่มันผู้อาวุโสที่มีฝีมือลึกล้ำสุดจะหยั่งชัด ๆ
อิทธิฤทธิ์เช่นนี้ เกรงว่าคงมีแค่สี่อ๋องซึ่งน้อยครั้งจะเผยโฉมหน้าเท่านั้น ที่สามารถแสดงออกมาได้
หรือเขาจะเป็นผู้ที่น่ากลัวและสามารถเทียบเคียงกับสี่อ๋องได้จริง ๆ ?
จนเวลาผ่านไปมิกี่อึดใจ
ลวี่ฮวยเจี้ยนก็ได้สติขึ้นมา ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยความหวาดหวั่น และพยายามสงบสติอารมณ์ของตนเองลง
ทว่าความแข็งแกร่งของเย่ฉางชิงมิต่างจากที่เขาคิดเอาไว้เท่าไรนัก เพราะบ่าวรับใช้ของบุรุษหนุ่มผู้นี้ยังแข็งแกร่งถึงเพียงนั้น พลังของเขาก็ยิ่งจะต้องลึกล้ำเกินจะหยั่งถึงอยู่แล้ว
เย่ฉางชิงเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ “เริ่มเถอะ”
“เชิญ…….ชี้แนะ”
ลวี่ฮวยเจี้ยนจึงมิกล้าที่จะประมาทอีก
เขาประสานมือคารวะให้แก่เย่ฉางชิง ก่อนจะเพ่งสมาธิ จากนั้นกระบี่โบราณที่สะพายอยู่ทางด้านหลังพลันส่งเสียงคำรามออกมา
ก่อนจะพุ่งขึ้นฟ้าและหมุนอยู่รอบกายของลวี่ฮวยเจี้ยนราวกับมีชีวิตก็มิปาน
ก่อนที่สุดท้ายจะมาหยุดลงตรงหน้าของเขา
ขณะเดียวกัน เมื่อพลังวิญญาณอันรุนแรงภายในกายก็ถูกโคจรขึ้นด้วยพลังมหาศาล
ผมยาวสยายของลวี่ฮวยเจี้ยนปลิวไสวไปมา ชายเสื้อโบกสะบัด รอบกายส่องประกายระยิบระยับ
ตู้ม !
ทว่าเย่ฉางชิงกลับยังคงหลับตานิ่ง เหมือนกำลังรอกระบี่ของลวี่ฮวยเจี้ยน ที่พุ่งเข้ามาหมายจะสังหารอยู่เยี่ยงไรเยี่ยงนั้น
เพียงชั่วประกายไฟแลบ
ขณะที่กระบี่โบราณยังพุ่งมามิถึง และไอกระบี่อันทรงอำนาจอยู่ห่างจากเย่ฉางชิงเพียงหนึ่งเชี๊ยะ
ผมของเย่ฉางชิงก็ปลิวสยาย ชายเสื้อโบกสะบัด มุมปากค่อย ๆ โค้งขึ้น เผยรอยยิ้มบาง ๆ ออกมา จากนั้นจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
“ประกาศิตจากสวรรค์ ! ”
ทันใดนั้นก็มีแสงสีทองอันเจิดจ้าเปล่งออกมาจากดวงตาของเย่ฉางชิง ทำให้เขาดูราวกับผู้สูงส่งที่เอ่ยคำประกาศิตออกมาก็มิปาน
ทว่าเพียงแค่คำ ๆ เดียวของเย่ฉางชิง กลับทำให้ไอกระบี่และพลังกระบี่ที่พุ่งเข้ามามลายหายไปในพริบตา
ส่วนกระบี่โบราณที่ราวกับมังกรขึ้นมาจากขุมนรกของลวี่ฮวยเจี้ยนเล่มนั้นก็หยุดลงในทันที
จากนั้นวินาทีที่รอยตรากระบี่และต้นกำเนิดวิถีกระบี่มลายหายไปนั้น กระบี่โบราณก็กลายเป็นผุยผงภายในพริบตา
วินาทีนี้ ราวกับบริเวณนี้ถูกผนึกเอาไว้ก็มิปาน
ไร้ซึ่งเสียงใด ๆ ถึงขนาดทำให้ได้ยินแม้กระทั่งเสียงเข็มตก
มีเพียงปอยผมทั้งสองข้างที่ถูกลมพัดเบา ๆ เท่านั้นที่เคลื่อนไหวอยู่
มิเพียงแค่ลวี่ฮวยเจี้ยน ยังมีผู้บำเพ็ญเพียรวิถีกระบี่ทั้งหมดภายในเมืองโลกวิญญาณ ทุกคนต่างก็อ้าปากค้าง นิ่งงันอยู่กับที่
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเคอ
เย่ฉางชิงหัวเราะออกมา ก่อนจะเป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาว่า “กระบี่นี้ของเจ้ามิเลวทีเดียว แต่น่าเสียดายที่ยังดีมิพอ”
เอ่ยถึงตรงนี้ เย่ฉางชิงก็เพ่งสมาธิ มินานตรงหน้าเขาก็ปรากฏกระบี่แสงสีทองขนาดเล็กเล่มหนึ่ง
กระบี่แสงเล่มเล็กเล่มนี้แม้ว่าจะมิได้สะดุดตามากนัก แต่เพียงแค่ไอพลังที่แผ่ออกมาจากด้านบน ก็ทำให้คนที่เห็นชาวาบไปทั้งตัว และขวัญหนีดีฝ่อได้แล้ว
ตุบ !
ขณะที่เย่ฉางชิงเตรียมออกกระบี่
ลวี่ฮวยเจี้ยนที่ได้สติขึ้นมาก็ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงอย่างห้ามมิได้ เลือดที่แดงสดไหลออกมาจากจมูกอย่างต่อเนื่อง
“ข้า……แพ้แล้ว”
ลวี่ฮวยเจี้ยนคุกเข่าลงกับพื้น พลางเอ่ยกับเย่ฉางชิงอย่างลำบาก

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน